ย้ำ"โควิด" กับ "ไข้หวัดใหญ่"อาการคล้ายคลึงกันมาก  ไข้ต่ำๆไอ มีน้ำมูก  ยันต้องสวมหน้ากากล้างมือบ่อยๆ ต่อไป


เพิ่มเพื่อน    


 26 ต.ค.63-นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และแพทย์หญิงเปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก ร่วมกันแถลงข่าวการดูแลรักษาสุขภาพช่วงฤดูหนาวให้ห่างไกลโรคโควิด 19 โดยนพ.ณัฐพงศ์กล่าวว่า  ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว หลายพื้นที่เริ่มมีอุณหภูมิลดลง อากาศเย็น เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจระบาดได้ง่าย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น รวมทั้งประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ ซึ่งทั้งไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด 19 มีอาการคล้ายคลึงกัน ดังนั้นหากอยู่แต่ในบ้าน มีพฤติกรรมป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ โอกาสที่จะเป็นโรคโควิด 19 จะน้อยมาก แต่หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น สถานที่กักกัน หรือสถานที่เคยติดโรคมาก่อน ใกล้ชิดกับคนต่างประเทศในภาวะกักกัน หากป่วยควรไปตรวจหาเชื้อโควิด 19


 " การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด 19 ซึ่งแต่ละปีโรคไข้หวัดใหญ่จะแพร่ระบาดสูง 2 ช่วง คือ ช่วงต้นปี จากนั้นลดลงช่วงฤดูร้อน และกลับมาระบาดอีกครั้งช่วงต้นฤดูหนาว แต่จากมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่ลดลงอย่างมาก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน และยังลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อที่ติดจากมือด้วย เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น "นพ.ณัฐพงศ์กล่าว


 ด้านพญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า ข้อแตกต่างระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด 19 คือ โรคไข้หวัดใหญ่ใช้ระยะเวลาการฟักตัวของโรค 1-4 วันจึงจะเริ่มมีอาการ และสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนมีอาการ 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน อาการเด่น คือ ระยะแรกจะมีไข้สูง เกิน 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล และไอ สามารถหายได้เองใน 7 วัน อาจเกิดปอดอักเสบได้ขึ้นกับสายพันธุ์ของเชื้อที่ติดและภูมิคุ้มกันของร่างกาย การรักษามียาต้านไวรัส และมีวัคซีนป้องกัน 


 ส่วนโรคโควิด 19 หลังรับเชื้อระยะเวลาเกิดโรคโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 วัน ส่วนใหญ่ไม่เกิน 14 วัน เริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้นานถึง 14 วัน ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์มักไม่แสดงอาการ แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่คือ อาการไข้ น้ำมูก และไอไม่เด่นเท่าไข้หวัดใหญ่ โดยมีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37.5 หรือ 37.8 องศาเซลเซียส อาจมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวและไอร่วม แต่ที่เด่นชัดคือ สูญเสียการรับรสและกลิ่น สามารถหายเองได้ใน 10-14 วัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือมีโรคอื่นร่วมด้วย มีความเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบรุนแรงได้ ส่วนอาการจมูกไม่ได้กลิ่นจากภูมิแพ้ที่เกิดจากอากาศเย็นและฝุ่น PM 2.5 จะมีอาการเด่น คือ คัดจมูกและมีน้ำมูก หากสงสัยให้ไปพบแพทย์  


 “โรคไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด 19 ติดต่อได้เหมือนกัน ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสถูกน้ำมูก เสมหะของผู้ป่วย มือที่สัมผัสเชื้อ การป้องกันตนเองจากทั้ง 2 โรค ทำได้เหมือนกัน คือ การใส่หน้ากาก ทั้งคนป่วยและคนไม่ป่วยจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อและรับเชื้อ  เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ  กินของร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เน้นการอยู่พื้นที่โล่งและมีแดดก็จะช่วยป้องกันได้” แพทย์หญิงเปี่ยมลาภกล่าว
 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'