'พี่ศรี'ชี้ม็อบ3นิ้วบุกสถานทูตเยอรมันมีความผิดอาญาแผ่นดิน 9 ข้อหา


เพิ่มเพื่อน    

27 ต.ค.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มราษฎร 2563 ได้จัดการชุมนุมกันเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาโดยเริ่มจากบริเวณสามย่านเคลื่อนไปยังถนนพระราม 4 และมาปักหลักบริเวณหน้าสถานทูตเยอรมัน ถ.สาทรใต้ พร้อมยื่นหนังสือไปยังเอกอัครราชฑูตฯ โดยมีข้อเรียกร้องในลักษณะกล่าวหาสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรง พร้อมกับกระทำการยุยงปุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคง และขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคม อันมิได้เป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

อีกทั้ง มีพฤติการณ์และหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ที่ก้าวล่วงศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.6 บัญญัติไว้ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวล้วนล่วงละเมิดกฎหมายอาญาแผ่นดินหนักๆหลายข้อหา ดังนี้

ข้อหาที่ 1 ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตาม ป.อาญา ม.112 ข้อหาที่ 2 ข้อหกบฏ ตาม ป.อาญา ม.113 ข้อหาที่ 3 ข้อหาก่อความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตาม ป.อาญา มาตรา 116 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ข้อการที่ 4 ข้อหามั่วสุม 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตาม ป.อาญา มาตรา 215 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 5 ข้อหากีดขวางทางสาธารณะ ตาม ป.อาญา มาตรา 385 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

ข้อหาที่ 6 ข้อหาฝ่าฝืนการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ขออนุญาต ตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ข้อหาที่ 7 ข้อหากีดขวางจราจร พรบ.ทางบก ม.114 และ ม.148 ข้อหาที่ 8 ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 ม. 4 และ 9 และข้อหาที่ 9 ข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ป.อาญา ม.368 จำคุก 10 วัน ปรับ 5 พันบาท

ความผิดทั้งหมดดังกล่าว เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่จะสามารถกล่าวโทษ ดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับมาทำการสอบสวน เอาผิด ตามครรลองของกฎหมายได้เลย โดยมิจำต้องรอให้ผู้ใดมาแจ้งความกล่าวโทษ เพราะเป็นความผิดอาญาของแผ่นดิน ซึ่งถ้าตำรวจไม่รีบจัดการก็อาจมีความผิดตาม ป.อาญา ม.157 ได้.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.