ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯถวายผ้าพระกฐินวัดหนองป่าพง


เพิ่มเพื่อน    

27 ต.ค.63 - เวลา 17.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะข้าราชการ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า เฝ้าฯรับเสด็จ โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ไปยังวัดหนองป่าพง

ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดหนองป่าพง   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นอุโบสถ  ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต  ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้าซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานอุโบสถ  ทรงกราบ  จากนั้นทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้าพาดระหว่างพระกร  ทรงกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน  ทรงวางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิม   ทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 เมื่อพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมายังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว  เสด็จพระราชดำเนินไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน  ทรงหลั่งทักษิโณทก  พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา  ถวายอดิเรก

จากนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ  ทรงสนทนาธรรมกับพระราชภาวนาวิกรม  เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง  ทรงลาพระสงฆ์แล้วเสด็จออกจากอุโบสถ  ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร  เสด็จเข้าพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร  พระภิกษุสงฆ์ศิษยานุศิษย์พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) จากทั่วโลก  จำนวน  500 รูป เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี   ทรงวางพวงมาลัย  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะรูปเหมือนและพระอัฐิธาตุ  พระโพธิญาณเถร  (หลวงปู่ชา สุภัทโท)  ทรงกราบ  ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์ 5 รูป  ทรงสนทนาธรรมกับพระสงฆ์เถร  แล้วเสด็จออกจากพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร  ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร  ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม  และทอดพระเนตรภายในพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร ด้วยความสนพระราชหฤทัย เสร็จแล้ว  ทรงปลูกต้นรวงผึ้งไว้เป็นที่ระลึก

ต่อจากนั้น  เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน  หน่วยแพทย์มูลนิธิกาญจนบารมี   และโรงพยาบาลในพื้นที่จ.อุบลราชธานี  ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกให้บริการตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่  ประกอบด้วยตรวจโรคทั่วไป  ตรวจด้วยเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง ตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจภาพจอประสาทตา และบริการด้านทันตกรรมด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน การตรวจป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่าหรือโรคโควิด -19 ด้วยรถตรวจเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน

ในโอกาสนี้มีราษฎรมารับการตรวจรักษา จำนวน 1,143   คน  โดยโรคที่พบมากได้แก่ โรคตา ,โรคกล้ามเนื้ออักเสบ,  โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคระบบประสาท   และทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ จำนวน 10   คน  ที่ป่วยด้วยโรคเนื้องอกหลอดเลือด  โรคลำไส้ใหญ่ไม่มีปมประสาทแต่กำเนิด  โรคลำไส้เล็กส่วนปลายตีบตัน  โรคมะเร็ง  และอื่นๆ

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยถึงอาการเจ็บป่วย ด้วยทรงห่วงใย  พร้อมทั้งพระราชทานยาชุดพระราชทานแก่ผู้ป่วยที่ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย  เสร็จแล้ว  ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มาจัดแสดง

จากนั้นทอดพระเนตรการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  สนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎร  โดยการนำผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง    และทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านสมพรรัตน์ อำเภอบุณฑริก และโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนและจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพ ที่ดำเนินงานสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการส่งเสริมศิลปาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง  จากนั้นทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก   และทรงรับของที่ราษฎรตั้งใจนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อม  เช่น  ผ้าไหมลายพื้นเมือง  ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านต่าง ๆ   ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิดและทรงเป็นกันเอง  ซึ่งราษฎรต่างเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” พร้อมกับโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย และธงพระนามาภิไธยตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน

ในโอกาสเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองแพทย์หลวง  ร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมี และโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง  โดยแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมืออันทันสมัย  กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานปรุงอาหารสุกใหม่  พระราชทานอาหารและน้ำดื่มแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าเป็นล้นพ้น


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"