ปะทะเดือดโจรลอบตัดไม้ชายแดน ทหารไทยเจ็บ 1 รวบตัวชาวกัมพูชาพร้อมอาวุธสงคราม


เพิ่มเพื่อน    

28 ต.ค.63 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าเมื่อช่วงสายวานนี้(27ต.ค.)เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุด Smart  Patrol ขสป.ห้วยศาลา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร เกิดปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้ บริเวณทิศตะวันตกป่า “พลาญจาก”  ขสป.ห้วยศาลา เจ้าหน้าที่ทหารถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จับกุมชาวกัมพูชาได้ 1 ราย พร้อมอาวุธปืนสงคราม AK 47 (อาก้า) 1 กระบอก

หลังทราบเหตุ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 9 พร้อมด้วย นายสาธิต พันธุมาศ หน. ขสป.ห้วยศาลา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวนาย แง็น โสแว้ย อายุ 50 ปี ชาวกัมพูชา อยู่หมู่บ้าน ภูมิโอว์กระยูง ต.คุ้มตอเปียงไปร อ.สรกอัลลองเวง จ.เขตอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา พร้อมของกลางอาวุธปืนสงคราม AK 47 (อาก้า)1กระบอก เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง ไม้ตะเคียนทอง จำนวน 1 ต้น ถูกตัดโค่นและแปรรูปเป็นแผ่น ส่วนจนท.ทหาร ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม ได้รับบาดเจ็บถูกยิงบริเวณหลังด้านซ้าย ได้นำส่งรพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์

สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ชุด Smart  Patrolขสป.ห้วยศาลา ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 จนท. ทหารพรานร้อย 2601ออกลาดตระเวน จนถึงบริเวณทิศตะวันตกป่า “พลาญจาก”  ขสป.ห้วยศาลา พิกัด UTM 48 P 415026 E1588700 N ห่างจากชายแดนไทย - กัมพูชา  ประมาณ 200 เมตร  พบกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ เป็นชายชาวกัมพูชา 5คน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม AK 47 (อาก้า) ยิงใส่ จนท.จึงเกิดการปะทะ เสียงปืนสนั่นป่า ราว20 นาทีเสียงปืนสงบลง โดยจนท.ทหาร ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม ได้รับบาดเจ็บถูกยิงบริเวณหลังด้านซ้าย จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หลังเสียงปืนสงบ กำลังเจ้าหน้าที่ได้ออกเคลียร์พื้นที่ สามารถจับกุมนายแง็น โสแว้ย อายุ 50 ปี ได้ 1 คน เป็นชาวกัมพูชา พร้อมอาวุธปืนสงคราม AK 47 (อาก้า)1กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุน 1 ซอง กระสุนปืน  6 นัด เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบพบ ต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ ถูกตัดโค่นลงมา และใช้เลื่อยโซ่ยนต์แปรรูป เป็นแผ่นเหลี่ยมกองอยู่ทั้งหมด 35 ท่อน/แผ่น ปริมาตร 2.83ลูกบาศก์เมตร ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจพื้นที่ รอบๆบริเวณ ก็ได้ยินเสียงรถยนต์ และเสียงปืนดังขึ้น ซึ่งแสดงว่ากลุ่มที่หลบหนี ได้ไปบอกกับพรรคพวก และนำกำลังติดอาวุธมาสมทบ กลับมาเพื่อมาช่วยเพื่อน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม  เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนั้น จนท .ขสป.ห้วยศาลา พร้อมจนท.ทหาร จึงจำเป็นต้องรีบถอนตัวออกจากป่า พร้อมนำจนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมผู้ต้องหา และอาวุธปืนของกลางที่ยึดได้ ออกจากพื้นที่ในทันที

ด้านนาย แง็น โสแว้ย ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ได้เป็นคนตัดโค่นไม้ตะเคียนทอง หรือเลื่อยแปรรูปไม้ และ ไม่ได้ใช้อาวุธปืน AK 47 (อาก้า) ยิงเจ้าหน้าที่ และไม่ใช่ปืนของตน เพียงมารับจ้างแบกไม้เท่านั้น มาแบกไม้เท่านั้น และไม่ใช่ทหารกัมพูชา มากัน 5 คน มี2คนเป็นทหารกัมพูชา มีหน้าที่คอยคุ้มกัน อีก 2 คน มีหน้าที่โค่นไม้และแปรรูปไม้ ส่วนตน มีหน้าที่แบกไม้เท่านั้น

ต่อมา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ. 9 จึงได้ สั่งการให้ จนท นำเสื้อและกางเกง มาเปลี่ยนให้ผู้ต้องหา เพื่อจะนำเสื้อผ้าของผู้ต้องหา นำไปพิสูจน์หาหลักฐาน คราบน้ำมัน และ ขี้เลื่อย ในเสื้อผ้าของผู้ต้องหา นำเป็นพยานหลักฐาน มัดตัวผู้ต้องหาให้ได้ว่า คราบน้ำมัน /เศษขี้เลื่อย และ รอยนิ้วมือ ของผู้ต้องหา นั้น ตรงกับ น้ำมันเครื่องของเลื่อยโซ่ยนต์ และที่สำคัญ ลายนิ้วมือ ในปืน AK 47 (อาก้า)นี้ ตรงกับผู้ต้องหาหรือไม่ เพราะ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้โคนไม้ ตัดไม้ ตนมาแค่แบกไม้ เพื่อให้พ้นข้อหา ทำไม้ ซึ่งข้อหานี้ มีโทษหนัก และ ตรวจสอบลายนิ้วมือในอาวุธปืนสงคราม เพื่อให้ทราบว่า ปืนอาก้ากระบอกดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ใช้เอง หรือไม่

อย่างไรก็ตาม พันเอก ลิขิต สมานมิตร ผบ. ฉก.3 นำตัวผู้ต้องหาและนำอาวุธปืน AK 47 (อาก้า) ซึ่งได้ขออายัดตัวผู้ต้องหาและของกลาง ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผล ให้ผู้ต้องหานำชี้หาตัว ผู้ที่ซุ่มยิง ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม จนได้รับบาดเจ็บและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยเพิ่มเติมกำลัง จนท.ทุกส่วน จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง และอาจจะต้องมีการเจรจากับทหารของกัมพูชา เพื่อให้สั่งห้ามไม่ให้มีการตัดไม้และล่าสัตว์ป่า ในเขตพรมแดนที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดนอีก


ตอนนี้...... ต่างชาติแก๊ง "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" โผล่หางบ่อยขึ้น หมายถึงอะไร? ก็หมายถึง "ม็อบ ๓ นิ้ว" กำลังถึงทางตัน ยิ่งถูกฝ่ายบ้านเมืองใช้แผน "น้ำร้อนปลาเป็น-น้ำเย็นปลาตาย"

ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'