เพนกวินขอโทษศาล‘สุรนาถ’คุกต่อ


เพิ่มเพื่อน    

 

"ศาลแพ่ง" ยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหลังนายกฯ ประกาศยกเลิก ส่วนประกาศชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นัดพร้อม-สืบพยาน  21 ธ.ค.นี้ "เพนกวิน” แถลงขอโทษคดีละเมิดอำนาจศาล "ศาล" เมตตาให้โอกาสปรับตัว "ตัน-สุรนาถ" นอนคุกต่อยังไม่ให้ประกันตัวรอบ 3 "ชาวบุรีรัมย์" ครึ่งแสนใส่เสื้อเหลืองรวมพลังปกป้องสถาบัน
    ที่ศาลแพ่ง วันที่ 29 ต.ค. นายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา ในฐานะโจทก์ร่วมกับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาฟังคำสั่งการขอคุ้มครองชั่วคราว คดีเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกเป็นจำเลย  กรณีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมืองในช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมีการประกาศยกเลิกในภายหลัง
    นายเกษมกล่าวว่า ศาลมีคำสั่งโดยสรุปว่า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม.ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา การขอคุ้มครองชั่วคราวจึงไม่มีเหตุอีกต่อไป แต่ได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลยถึงประเด็นข้อพิพาทต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าละเมิดกฎหมายหรือประกาศใช้โดยมิชอบหรือไม่ ในวันที่ 20 ม.ค.2564 เวลา 13.30 น.
    "พยานหลักฐานที่จะนำมายื่นคือเงื่อนไขการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นไปอย่างสงบปราศจากอาวุธ ส่วนกรณีประกาศดังกล่าว จะมีเหตุต่อเนื่องมาจากเรื่องขบวนเสด็จฯ ที่ ถ.พิษณุโลก หรือไม่นั้น ส่วนนี้ไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่ต้องการก้าวล่วง" นายเกษมกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนคดีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกัน วันที่ 28 ต.ค.นั้น ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีการเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องคุ้มครองชั่วคราวอีก และกำหนดนัดพร้อม/นัดชี้สองสถาน ในส่วนเนื้อหาหลักของคดี วันที่ 21 ธ.ค.2563 เวลา 13.30 น. ตามที่นัดไว้เดิม
    ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ รวมถึงประกาศข้อกำหนดและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.2563 เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป
    ส่วนที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ. 9/2563 ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหานายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำคณะราษฎร 2563 เป็นผู้ถูกกล่าวหา เรื่องละเมิดอำนาจศาล จากกรณีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ส.ค.2563 ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร 2563 สองผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ได้เกิดการรวมตัวของบุคคลผู้สนับสนุนบริเวณหน้ามุกบันไดทางขึ้นศาลอาญา ซึ่งระหว่างนั้นนายพริษฐ์ได้ยืนขึ้นตะโกนส่งเสียงดัง และใช้กล้องถ่ายภาพลงโฆษณาชักชวนให้บุคคลอื่นๆ เดินทางมาชุมนุมในบริเวณศาล เพื่อขัดขวางการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล รวมทั้งการถ่ายทอดสด (ไลฟ์สด) ภาพและเสียงเหตุการณ์การชุมนุมในบริเวณศาล ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ โดยการกระทำของนายพริษฐ์ ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ทั้งยังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอาญา ถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้เบิกตัวนายพริษฐ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล พร้อมนายอานนท์ ซึ่งเป็นผู้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเช่นกัน ในฐานะทนายความของนายพริษฐ์มาศาลด้วย ซึ่งขณะนายพริษฐ์ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในรถของกรมราชทัณฑ์ นายพริษฐ์ได้ชู 3 นิ้วผ่านกระจกระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านด้านหน้าศาลเพื่อทักทายสื่อมวลชน
    เมื่อถึงเวลาพิจารณา ศาลสอบถามผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาแถลงว่า ขณะนี้มีอายุ 22 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าได้พูดถ้อยคำตามที่ปรากฏในคำร้องและแผ่นซีดีท้ายคำร้องจริง แต่ถ้อยคำที่กล่าวไปนั้น ไม่ทันคิดไตร่ตรอง อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหามิได้มีเจตนาขัดขวางหรือก้าวล่วงการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล จึงขอโอกาสศาลเพื่อบรรเทาผลร้ายจากการกระทำดังกล่าว โดยจะแถลงขอโทษแสดงความรู้สึกเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวของตน
    ผู้กล่าวหาแถลงว่า หากผู้ถูกกล่าวหาสำนึกผิดในการกระทำครั้งนี้แล้ว ไม่ติดใจดำเนินคดีนี้กับผู้ถูกกล่าวหาอีก ทั้งนี้ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาอย่ากระทำในลักษณะเดียวกันกับการกระทำในครั้งนี้อีก และขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา
    ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหารู้สำนึกถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตน ทั้งผู้ถูกกล่าวหาได้แถลงต่อศาลยอมรับว่าได้กล่าวถ้อยคำตามคำร้องจริง และยืนยันว่าจะไม่กระทำการเช่นว่านั้นอีก จึงเห็นควรว่ากล่าวตักเตือนผู้ถูกกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหากล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าศาลอีกครั้งหนึ่งว่าจะไม่กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก แล้วให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาไปในคดีนี้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
    นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความกลุ่มแกนนำคณะราษฎร 2563 กล่าวว่า นายพริษฐ์ได้แถลงต่อศาลว่าเสียใจ ขอโทษที่ได้กล่าวถ้อยคำรุนแรง และได้ขอโทษศาล ซึ่งศาลได้เมตตา เพราะเห็นว่าเป็นเยาวชน จึงให้โอกาสในการปรับตัว แต่ให้สัญญาว่าจะไม่กระทำการละเมิดอำนาจศาลอีก ศาลจึงจำหน่ายคดี
บุรีรัมย์ครึ่งแสนป้องสถาบัน
    วันเดียวกัน นางน้ำทิพย์ และนายอำนาจ แป้นประเสริฐ แม่และพี่ชายนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี หรือองค์รัชทายาท กรณีผู้ชุมนุมกับขบวนเสด็จฯ บนถนนพิษณุโลก เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 พร้อมกลุ่มเพื่อนตัน ประมาณ 30 คน เดินทางมาบริเวณริมรั้วศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสุรนาถ โดยทางกลุ่มได้พากันชูป้ายกระดาษเขียนข้อความ อาทิ #saveสุรนาถ #กอดตัน #หยุดคุกคามประชาชน #ปล่อยเพื่อนเรา ก่อนจัดกิจกรรมผูกข้อมือรับขวัญนางน้ำทิพย์
    ต่อมานางน้ำทิพย์ มารดาของนายสุรนาถ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสุรนาถต่อศาลอาญา กระทั่งเวลา 17.00 น. มีรายงานว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งความผิดตามข้อกล่าวหามีอัตราโทษสูง กรณีมีเหตุอันสมควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ โดยให้แจ้งคำสั่งนี้ให้ผู้ต้องหาทราบ
    ก่อนหน้านี้ นายสุรนาถ ผู้ต้องหาได้ยื่นประกันตัวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกยื่นต่อศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นในชั้นฝากขัง และต่อมายื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวทั้ง 2 ครั้ง ทำให้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยครั้งที่ 3 (ครั้งนี้) เป็นการยื่นคำร้องใหม่ต่อศาลชั้นต้น  
    ด้าน สน.ปทุมวัน นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นางสุวรรณา ตาลเหล็ก, นายชาติชาย แกดํา และนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในข้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 บริเวณแยกปทุมวัน โดยนายกรกชกล่าวว่า ทุกคนที่มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ให้การปฏิเสธทุกข้อหา เพราะรัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยข้อกำหนดที่ไม่สมเหตุสมผล
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวทั้ง 4 คนชั่วคราว โดยนัดส่งฟ้องในวันที่ 24 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ศาลแขวงปทุมวัน
    ที่ จ.บุรีรัมย์ บริเวณวงเวียน พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยส่วนราชการ และกลุ่มพลังมวลชนจากภาคส่วนต่างๆ และประชาชนชาว จ.บุรีรัมย์ จากทั้ง 23 อำเภอ รวมกว่า 50,000 คน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ออกมาแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี เพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ
    โดยมีการชูพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมโบกสะบัดธงชาติไทยที่ตรงกลางเขียนคำว่า “ปกป้องสถาบัน” และร่วมกันกล่าวประกาศเจตนารมณ์ น้อมสำนึกในสถาบันพระมหากษัตริย์ และกล่าวปฏิญาณตน ชาวบุรีรัมย์ร่วมใจปกป้องและเทิดทูนสถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อร่วมกันแสดงถึงความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด แสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
    จ.มุกดาหาร บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ด้านหน้าศาลากลางจังหวัด กลุ่มข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จ.มุกดาหาร จำนวนกว่า 800 คน นำโดยนายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันออกมารวมตัวกันแสดงพลัง รวมใจปกป้องสถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์.


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก