ยืดฉุกเฉิน1เดือน รับนักท่องเที่ยว STVอยู่ไทย90วัน


เพิ่มเพื่อน    

 

“ศบค.” เผยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 13 ราย มาจากต่างประเทศ ผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ 3,759 ราย ส่วนทั่วโลกแตะ 44 ล้านคนแล้ว ครม.เห็นชอบขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน รอบที่ 7 เพื่อควบคุมโควิด-19 เห็นชอบแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV สำหรับเรือยอชต์อยู่ในไทยได้ 90 วัน
    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,759 ราย หายป่วยเพิ่ม 10 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,561 ราย รักษาในโรงพยาบาล 139 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 59 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 62 ปี อาชีพพนักงานขับรถส่งอาหาร ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. ไม่มีอาการ รักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี, รายที่ 2 มาจากบังกลาเทศ เพศชายสัญชาติไทย อายุ 35 ปี อาชีพลูกเรือบรรทุกน้ำมัน ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. รักษาที่สถาบันประสาทวิทยา,  รายที่ 3-6 มาจากจอร์แดน ถึงไทยวันที่ 21 ต.ค. เป็นนักศึกษา เพศชายทั้งหมด สัญชาติไทย อายุ 21, 30, 25, 23 ปี ตรวจพบเชื้อวันที่ 25 ต.ค. รักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบังและโรงพยาบาลบางละมุง,  รายที่ 7 เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ  51 ปี อาชีพแม่บ้าน ตรวจพบเชื้อวันที่ 25 ต.ค. รักษาที่โรงพยาบาลเกาะจันทร์
     รายที่ 8-9 มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 22, 40 ปี อาชีพพนักงานนวด/สปา ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. รักษาที่สถาบันทรวงอก, รายที่ 10 มาจากฝรั่งเศส เพศชายสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 49 ปี อาชีพนักธุรกิจ ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม., รายที่ 11 มาจากรัสเซีย เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. รักษาที่โรงพยาบาลบางเสาธง และรายที่ 12-13 มาจากสหราชอาณาจักร เป็นพระสงฆ์ สัญชาติไทย อายุ 28, 30 ปี ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. รักษาที่โรงพยาบาลบางจาก  
    สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 44,236,745 ราย อาการรุนแรง 79,922 ราย รักษาหายแล้ว 32,444,043 ราย เสียชีวิต 1,171,308 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 9,038,030 ราย 2.อินเดีย จำนวน 7,988,853 ราย 3.บราซิล จำนวน 5,440,903 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 1,547,774 ราย 5.ฝรั่งเศส จำนวน 1,198,695 ราย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 147 จำนวน 3,759 ราย
    ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายระยะเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุด 31 ต.ค. ไปเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.2563
    สำหรับการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ เป็นรอบที่ 7
    น.ส.ไตรศุลีแถลงด้วยว่า ครม.เห็นชอบในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) โดยจะออกประกาศให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดมีสิทธิ์ขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว STV ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ภายใน 30 วัน หลังจากมีประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2564 สำหรับคุณสมบัติ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือความเสี่ยงปานกลาง ตามการจัดกลุ่มประเทศด้านการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับการผ่อนคลายผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กำหนด จะต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และยินยอมกักตัวภายในเรือไม่น้อยกว่า 14 วัน พร้อมกับมีหลักฐานเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา
    นอกจากนี้ ยังต้องมีหลักฐานกรมธรรม์การทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองตรวจรักษาโรคโควิด-19 ในวงเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงการทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่เข้ามาในราชอาณาจักร มีเงินประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก ไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท และมีหลักฐานการชำระเงินล่วงหน้าในการเช่าจองสถานที่จอดเรือ พร้อมปฏิบัติตามประกาศของกรมเจ้าท่าว่าด้วยแนวปฏิบัติสำหรับเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) ที่เข้ามาในน่านน้ำไทย โดยจะเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 2,000 บาท ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้เป็นเวลา 90 วัน นับแต่วันที่เดินทางเข้ามา ภายหลังจากที่ครบกำหนดอยู่ในไทยแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน โดยให้คนต่างด้าวยื่นคำขอและเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง.

 

 


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก