'จตุพร' ของขึ้นตามอัดมะกัน จับพิรุธสร้างสถานกงสุลใหม่ เชียงใหม่


เพิ่มเพื่อน    

2 พ.ย.63  - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ตอนหนึ่งว่า เมื่อสหรัฐตัดจีเอสพีในยามประเทศไทยลำบาก สะท้อนว่าไม่ได้ให้ความสนใจไทยเป็นมิตรประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้น การที่สหรัฐก่อสร้างสถานกงสุลแห่งใหม่ที่เชียงใหม่มูลค่าเกือบ 9 พันล้านบาท เราควรสงสัยว่า ได้แฝงเร้นอะไรเป็นภัยกับไทยหรือไม่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศของไทย สนิทสนมกับสหรัฐ ช่วยอธิบายมีความจำเป็นอะไรจึงสร้างสถานกงสุลมูลค่ามากขนาดนี้ กระทั่งอาจทำให้ประเทศจีน ตัดสินใจไม่ส่งเอกอัครราชทูตมาอยู่ไทยเป็นเวลานาน โดยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นชั้นอุปทูตจีนเท่านั้นเป็นตัวแทน เราตั้งคำถามไม่สบายใจว่า อะไรที่กำลังก่อสร้างที่เชียงใหม่ จะทำให้ไทยได้ผลกระทบและเสียหายหรือไม่ เพราะเอกภาพบูรณาภาพเหนือดินแดนเป็นเรื่องสำคัญ เราเป็นคนไทยต้องมีความสงสัยว่า อะไรกำลังจะเกิดขึ้น เป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ หรือถ้าเป็นฐานทางการทหารเพื่อไปโจมตีประเทศอื่นแล้ว ไทยจะถูกคู่สงครามสหรัฐถล่มไทยได้เช่นกัน 

“ไทยควรแสดงจุดยืนในเรื่องการก่อสร้างสถานกงสุล ขณะที่สหรัฐไม่ให้ความสำคัญกับไทยแล้ว กระทรวงการต่างประเทศควรพูดถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน เมื่อสหรัฐต้องการได้ประโยชน์อย่างเดียว แต่ไทยเสียหายและเป็นจุดเปราะบางกับเพื่อนบ้าน อีกทั้งเมื่อถูกเล่นงานตัดจีเอสพี ไทยควรตอบโต้ตรวจสอบการสร้างกงสุลเช่นกันว่า ประเทศไทยจะได้รับความเสียหายอย่างไรหรือไม่”นายจตุพรกล่าว 

นายจตุพรกล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งกรรมการอะไรอีกแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ ศึกษาพูดคุยแล้วนำมาแก้ปัญหาไม่ได้ ตลอดจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขออย่าให้การคาดการณ์ของตนถูกต้องว่ารัฐธรรมนูญ2560 จะจบลงท้ายด้วยการถูกฉีก ไม่ได้ถูกแก้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเงื่อนงำซุกซ่อนไว้มากมายเหลือเกิน แนวความคิดให้มี สสร. เป็นความเห็นที่ตรงกันของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่แตกต่างกันเพียงกระบวนการที่มา ฝ่ายรัฐบาลให้มีการสรรหา 50 คนที่เหลือเลือกตั้ง ส่วนฝ่ายค้านให้เลือกตั้งทั้งหมด 200 คน แต่วันนี้เชื่อว่า แม้ได้แก้รธน. มาตรา 256 แต่แน่ใจหรือว่าจะได้ไปไม่ถึงขั้นตอนได้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ ส่วนการเสนอการทำประชามติพร้อมกันในวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารจังหวัด (อบจ.) กับสมาชิกสภา อบจ.นั้น การเสนอให้งดชุมนุม 2 ปีเท่ากับเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลเหลืออยู่ และแนวคิดแบบนี้ คนคิดเคยร่วมชุมนุมซัดดาวน์กรุงเทพไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว เมื่อถึงเวลาตัวเองเป็นรัฐบาลกลับให้ไปขอประชามติ ช่างเป็นแนวคิดพิเรนทร์สิ้นดี  

นายจตุพร กล่าวอีกว่า กลุ่มทุนผูกขาดเศรษฐกิจแล้วสร้างความเหลื่อมล้ำว่า ถึงเวลาต้องแก้ไขได้หรือยัง เพราะทุนหน้าเลือดพวกนี้ไม่เคยคืนผลประโยชน์กลับสู่สังคมบ้านเมือง มุ่งแต่กอบโกย แล้วไปกว้านซื้อที่ดินสะสมไว้เต็มประเทศ แม้ได้แก้รัฐธรรมนูญ คงจัดการทุนผูกขาดเหล่านี้ไม่ได้ เพราะท้ายสุดผลประโยชน์ใหญ่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลย่อมได้รับการสนับสนุนจากทุนผูกขาดทั้งสิ้น ประเทศยากลำบากขณะนี้ ถ้าจะจัดการแล้วต้องจัดการพวกทุนผูกขาดให้สิ้นสุดเสียที่ ไม่เช่นนั้นปัญหาก็ไม่จบ ประชาชนต้องจัดการ ฝากความหวังกับนักการเมืองไม่ได้หรอก ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการอื่นใด ควรมาจัดการกับคนพวกนี้สักที เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ถ้าไม่แก้ไข รุ่นลูกหลานจะไม่เหลืออะไรเลย หวังว่าประเทศจะเดินไปถึงการแก้ปัญหานี้ได้ ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไม่ได้ ดังนั้น ต้องช่วยกันเอาชาติบ้านเมืองมาก่อน 
 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"