ป่วน'พระราชฐาน'! แฉม็อบ3นิ้วเคลื่อนประชิด/ระดมตร.15กองร้อยคุมเข้ม150ม.


เพิ่มเพื่อน    


    แฉม็อบ 3 นิ้วมีแผนเคลื่อนมวลชนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้าพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เขียนข้อความพับเป็นเครื่องร่อน พุ่งเข้าเขตพระราชฐาน 23 พ.ย. กระตุ้นชุมนุมทั่วประเทศ ปิดศูนย์ราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคงจับตา ส่งตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อยประจำจุด ห้ามเข้าใกล้รัศมี 150 เมตร "ม็อบตุ้งติ้ง" ปิดถนนย่านดาวน์ทาวน์ เรียกร้องเสรีภาพทางเพศ  
      เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เพจเฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า มีข่าวลับมาบอก ข่าวแจ้งมาว่า แกนนำรุ่นสองของกลุ่มคณะราษฎร คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ มีการนัดประชุมกันที่โรงแรมนิมิต บูทีค โฮเทล คอลเลคชั่น เขตวัฒนา กรุงเทพ โดยมีนายณัฐชนน และนายอรรถพล บัวพัฒน์ เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีการกำหนดแผนการการขับเคลื่อนของม็อบวันที่ 8 พ.ย. ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถบรรทุกขยายเสียงขนาดใหญ่พร้อมมีเวทีปราศรัยในตัว
    การนัดประชุมใหญ่ในครั้งนี้ก็เพื่อเช็กจำนวนมวลชน หากมีมวลชนมากันจำนวนมาก ก็จะมีการนำพามวลชนขับเคลื่อนไปยังพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เพื่อทำกิจกรรมให้มวลชนเขียนข้อความใส่กระดาษ แล้วพับเป็นรูปเครื่องบินร่อน พุ่งให้เข้าไปในเขตพระราชฐาน นอกจากนั้นในที่ประชุมยังมีการกำหนดวันนัดการชุมนุมในรอบต่อจากวันที่ 8 พ.ย. คือวันที่ 23 พ.ย.
    โดยวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะกระตุ้นให้มีการจัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันหรือศูนย์ราชการ เพื่อปิดการดำเนินงานของข้าราชการ กิจกรรมทั้งหมดนี้แกนนำในแต่ละจังหวัดสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากส่วนกลางได้ แต่มีการกำชับกันในที่ประชุมว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ปฏิรูปสถาบัน จึงขอแจ้งข่าวลับนี้ให้ท่านทั้งหลายทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
    ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกันว่า กาเหว่ากำลังกลายพันธุ์ อ้างปฏิรูปสถาบันบังหน้า แต่วันที่ 8 พ.ย. จะชักชวนกันไปเขียนข้อความใส่กระดาษ พับเป็นนกร่อนเข้าไปในพระราชวังสวนดุสิต-สวนอัมพร
    "นี่คือการระรานรังแกพระมหากษัตริย์มากไปแล้ว!!!!          ลูกเด็กเล็กๆ นักเรียนนิสิตนักศึกษา คอยติดตามเหตุการณ์อยู่ที่บ้านเถิด แล้วปล่อยให้พวกหัวโจกแกนนำเปิดหน้าเป็นอริราชศัตรูให้ชัดไปเลย!!!! เห็นชัดหรือยังว่าเขาหลอก          ปากว่าปฏิรูป แต่กำลังทำการล้มเจ้า!!!!" นายไพศาลระบุ
    แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยถึงกรณีกลุ่มราษฎรประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน รวมทั้งจะมีการเคลื่อนขบวนด้วยว่า เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยในวันดังกล่าวจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อย คอยสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆรอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้วย 
    ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเน้นย้ำผู้ชุมนุมถึงข้อสำคัญว่า ห้ามชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตรอย่างเด็ดขาด เพราะคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า
ผบ.ทบ.เกาะติด
    แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคณะราษฎรกับกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่สวมใส่เสื้อเหลืองนัดชุมนุมในวันเดียว และจุดเดียวกัน แต่จะใช้บริเวณด้านฝั่งหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง ขณะที่กลุ่มราษฎรจะใช้ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์และโรงเรียนสตรีวิทยานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำแผงเหล็กไปกั้นระหว่างกลาง พร้อมทั้งนำกำลังไปตั้งแถวเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างกัน ถ้าเป็นไปได้ จะพยายามพูดคุยขอให้ทางกลุ่ม ศปปส.ขยับออกห่างจุดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งสองกลุ่มก็ถือว่าเป็นปัญญาชน 
    อย่างไรก็ตาม ในวันที่  8 พ.ย. ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผบ.ทบ. และ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะร่วมกันติดตามสถานการณ์ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) มอนิเตอร์การชุมนุมตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังประกาศยุติการชุมนุม
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ว่า ในส่วนการเตรียมรับมือของรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้มีการกำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่นายกฯ กังวลคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งอยากให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน โดยดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบ และขอให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
        เมื่อถามถึงกรณี ศปปส.จะเข้าไปสังเกตการณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ห่วงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ในเรื่องนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพยายามใช้วิธีการเพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายมีการยั่วยุหรือเผชิญหน้ากัน จนอาจเกิดเหตุความรุนแรงได้ และทำให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว
    วันเดียวกันนี้ กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยแพร่แผนการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยมีแผนจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะหลายรายการ ที่น่าสนใจ อาทิ ลวดหนามหีบเพลง จำนวน 1,000 ชุด งบประมาณ 2,664,000 บาท, รถปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม จำนวน 5 คัน งบประมาณ 87,950,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการโล่ใส จำนวน 18,534 โล่ งบประมาณ 60,050,160 บาท 
    โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการชุดป้องกันสะเกิ้ด จำนวน 16,620 ชุด งบประมาณ 54,181,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการหมวกปราบจลาจล จำนวน 15,781 ใบ งบประมาณ 59,336,560 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการกระบองยาง หรืออุปกรณ์ใช้ตี (Baton) จำนวน 16,620 อัน งบประมาณ 17,617,200 บาท, เครื่องรบกวนสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุแบบติดตั้งบนยานพาหนะ จำนวน 7 เครื่อง งบประมาณ 34,828,500 บาท
นักเรียนไท
    ที่สนามหลวง น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู พร้อมเพื่อนอีก 3 คน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์เปิดตัวกลุ่ม “นักเรียนไท” เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของคณะราษฎร 2563 โดยตรง มีเนื้อหาสรุปได้ว่า เยาวชนเป็นกลุ่มคนที่ถูกกดทับมาตลอด ถูกลิดรอนสิทธิจากโครงสร้างรัฐและสังคม การเลี้ยงดูอย่างไร้ความรับผิดชอบจากผู้ให้กำเนิดบางคน และการไม่พยายามแก้ไขปัญหาของเยาวชนในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืนจากรัฐ เขาคิดว่าเราไม่ควรมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเพียงเพราะเขามองว่าเราเป็นเด็ก ห้ามคิด ห้ามถาม ห้ามวิจารณ์ มิฉะนั้นจะเป็นเด็กเนรคุณ เพราะระบอบอำนาจนิยมในสังคมไทยที่แบ่งแยกผู้น้อยผู้ใหญ่กดทับเรา 
    แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ผู้มีอำนาจไม่สามารถขัดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ จากนี้ไปเราจะไม่ทนต่อการใช้อำนาจล้าหลังมากดทับเยาวชนอีกแล้ว เสียงของพวกเราต้องถูกรับฟัง สิทธิของเยาวชนต้องถูกรับรอง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เป็นพลเมืองที่จะร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป กลุ่มนักเรียนไทขอสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ข้อเรียกร้องทั้งสามเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย
    น.ส.สุพิชฌาย์ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มว่า กลุ่มเรามีเป้าหมายหลักรวมแนวร่วมแกนนำจากทุกภูมิภาค คือการขยายแนวร่วมแบบแกนนอน จะเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับคณะราษฎร เพื่อประกาศตัวนักเรียนคือหนึ่งในราษฎรเหมือนกัน หน้าที่ของเราคือการรวมตัวทุกคนมาอยู่ด้วยกันด้วยอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน คอนเนกชั่นกลุ่มแนวร่วม ไม่ใช่สร้างกลุ่มแยกเพื่อสร้างชื่อเสียง เราต้องการขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยรวมแกนนำทุกคนเข้ามาอยู่ 
    "เราสลัดคราบชุดนักเรียนเพื่อประกาศว่าเราคือนักเรียนที่เป็นหนึ่งในประชาชนของประเทศนี้เหมือนกัน เรากำลังต่อสู้กับระบบอาวุโสที่ปิดกั้นความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเดียวที่ประเทศไทยต้องขับเคลื่อน ต้องเอาความเชื่อบางอย่างที่ล้าหลังออกไป มิฉะนั้นประเทศเราจะเดินหน้าไม่ได้เลย ถ้าเราอยู่ในระบบความคิดเดิมๆ"
    น.ส.สุพิชฌาย์ยังกล่าวว่า กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นกลุ่มหนึ่งในพลังของนักเรียนที่พยายามขับเคลื่อนไปด้วยกัน พลังของนักเรียนในตอนนี้อ่อนแอ เราโดนกดทับจากทั้งโรงเรียน กดทับจากทั้งครอบครัว กดทับจากทางสังคมที่มองว่าเราเป็นเด็กอยู่ พลังของนักเรียนเติบโตขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ แต่ว่ายังมีความอ่อนแออยู่ ซึ่งการที่จะทำให้พลังของนักเรียนเข้มแข็งเท่ากับพลังของนักศึกษาประชาชนได้มันต้องใช้เวลา ซึ่งพลังของเรา กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นหนึ่งในพลังที่พยายามขับเคลื่อนการเป็นนักเรียนให้ก้าวไปสู่พลังของการเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตย
    เวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ การชุมนุมของกลุ่ม "ม็อบตุ้งติ้ง 2" แยกสามย่าน กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยรวมตัวหน้าสามย่านมิตรทาวน์ ก่อนจะเดินขบวนไปย่านสีลม แสดงสัญลักษณ์เรียกร้องของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBT) เพื่อส่งเสียงของผู้ถูกกดขี่ ว่าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว โดยผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างแต่งกายอย่างหลากสีสัน หลายคนแต่งชุดแฟนซี เพื่อแสดงถึงเสรีภาพทางเพศ ต่อต้านระบอบชายเป็นใหญ่ มีธงสีรุ้งซึ่งเป็นสีแห่งความหลากหลายทางเพศด้วย
สีดาลุยไฟ
    พร้อมกันนี้ ก่อนการเริ่มเดินขบวนได้มีการซ้อมการแสดง "สีดาลุยไฟ" ที่มีแนวคิดจากนางสีดาที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งมีเนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับความรุนแรง การถูกข่มขืน ที่ผู้หญิงต้องเผชิญเกี่ยวกับความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกาย โดยการแสดงดังกล่าวจะมีการเต้นในการเคลื่อนขบวน
    นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรพเตอร์ แกนนำกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อหนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตย ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยด้วยความเป็นธรรมทางเพศ โดยวาระเร่งด่วนตอนนี้คือเรื่องการคุกคามทางเพศทั้งนอกและในขบวนการประชาธิปไตย เพราะท่ามกลางสังคมชายเป็นใหญ่ ยังมีนักกิจกรรมการเมืองเพศหญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในโลกออนไลน์และในความเป็นจริง ส่วนกิจกรรม เป็นกิจกรรมไพรด์พาเหรด เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นความภูมิใจของคนหลากหลายทางเพศ แล้วเราก็จะปราศรัยเรื่องความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นความเท่าเทียมกันในทุกมิติ ฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องควรเป็นธรรมทางเพศ ก็ควรอยู่ในข้อเรียกร้องที่ไปด้วยกันกับเรื่องประชาธิปไตย จากนั้นเมื่อจบการปราศรัยก็จะชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวที่ย่านสีลมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
    นายสิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังจะเรียกร้องเรื่องการสมรสอย่างเท่าเทียมจะต้องเกิดขึ้น เพราะศักดิ์ของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ก็ยังไม่เท่าเทียมคู่รักชายหญิงปกติ เรายังอยากเห็นพรรคการเมืองที่ให้สัดส่วนของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง
    ทั้งนี้ มองว่าการที่นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.เพศทางเลือกคนแรกที่ถูกกดดันออกจากรัฐสภา ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดทอนความสำคัญลงไปอีกด้วย
    ด้าน พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของ "ม็อบตุ้งติ้ง 2" ว่าเบื้องต้นทราบว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งขออนุญาตการชุมนุมไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว โดยตำรวจได้เตรียมกำลังไว้จำนวนหนึ่ง และพร้อมจะมีการปรับกำลังโดยประเมินจากจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 500-600 คน อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมทุกกลุ่ม พร้อมปรับแผนในการดูแลอยู่แล้ว
     พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ "แตะโครงสร้าง 1 เทรดฟอเร็กซ์ไปกับโบรกฯ ที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก IC Markets 2.รูปแบบรัฐ อำนาจอธิปไตย และหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญของไทยและบางประเทศมีการห้ามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองไว้ 
    ดังนั้น ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยวและมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ในบางประเทศมีการให้ทำประชามติได้ว่าประชาชนชอบอย่างไรเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญตายตัวเกินไป พูดง่ายๆ คือฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วย ดังนั้นใครอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้จึงทำไม่ได้ นอกจากขอเปิดช่องให้มีการฟังเสียงประชาชนตามระยะเวลา เช่นครั้งละ 20 ปี เป็นต้น
    ด้วยเหตุนี้ ความพยายามเรียกร้องให้ไทยเป็นสหพันธรัฐจึงเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งขนาดของประเทศเล็ก การแยกตัวแบบนั้นจะทำให้การค้าขายยากลำบาก ต้นทุนสูง ในยุโรปนิยมรวมตัวกันเป็นรัฐขนาดใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป เพราะอำนาจต่อรองมากกว่าและต้นทุนสินค้าในกลุ่มเดียวกันถูกลง เป็นต้น ทางออกในเรื่องนี้คือการคืนอำนาจให้ทัองถิ่นมากกว่าสหพันธรัฐ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป".


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ