ไบเดนจ่อถ่ายโอนอำนาจ ทรัมป์เดินสายปลุกม็อบสู้


เพิ่มเพื่อน    

 "โจ ไบเดน" ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ เตรียมแผนถ่ายโอนอำนาจเพื่อลุยงานทันทีที่รับตำแหน่งต้นปีหน้า ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีทีท่ายอมรับความพ่ายแพ้ เตรียมเดินสายจัดชุมนุมกดดันให้นับคะแนนใหม่ ผู้นำรัสเซียและจีนยังไม่แสดงความยินดีต่อไบเดน อ้างต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการ

    อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะอายุครบ 78 ปีในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ประกาศชัยชนะเหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภายหลังรายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกาเผยว่า เขาได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 คนที่ต้องการแล้ว หลังจากชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเขาเรียกร้องความเป็นเอกภาพในชาติและว่าขณะนี้คือเวลาของการรักษาอเมริกา
    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายนกล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไบเดนและนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา ประกาศว่าพวกเขาจะรับฟังรายงานสรุปจากทีมที่ปรึกษาการถ่ายโอนอำนาจด้านโควิด-19 ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ บ้านของไบเดน แล้วจากนั้นไบเดนจะแถลงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้พวกเขายังได้เปิดเว็บไซต์ BuildBackBetter.com สำหรับการถ่ายโอนอำนาจ และเปิดบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ @Transition46
     อีกด้าน ทรัมป์ได้ออกรอบเล่นกอล์ฟในสนามของเขาที่รัฐเวอร์จิเนียซ้ำอีกเป็นวันที่ 2 และยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ เขาทวีตว่า "สื่อกระแสง่อยเป็นผู้ขานชื่อว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อใด" ทรัมป์มีแผนจะยื่นคำร้องทางกฎหมายเพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายรัฐสมรภูมิ ตามการเปิดเผยของรูดี จูเลียนี ทนายความของเขา ที่อ้างว่า "มีหลักฐานมากมาย" ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง
     รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของทิม เมอร์ทอ โฆษกคณะทำงานเลือกตั้งของทรัมป์ ที่ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์จะจัดการชุมนุมหลายครั้งเพื่อระดมเสียงสนับสนุนในการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อท้าทายผลเลือกตั้ง เขาไม่ได้บอกแน่ชัดว่าเมื่อใด นอกจากนี้พวกเขายังเปิดตัวทีมงานหลายทีมที่จะเดินหน้าฟ้องร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ และจะหาทางสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่องการทุจริตเลือกตั้งด้วยการสวมสิทธิ์คนตาย
     เจ้าหน้าที่เลือกตั้งในระดับรัฐกล่าวกันว่า ไม่พบความผิดปกติที่มีนัยสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้  และฝ่ายของทรัมป์ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างของพวกเขา
    ไบเดนได้คะแนนรวมทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์เกิน 4.1 ล้านคะแนน และหากเขาชนะรัฐสมรภูมิที่เหลือทั้งแอริโซนาและจอร์เจียที่เขามีคะแนนนำอยู่ ก็จะได้คณะผู้เลือกตั้งรวมเป็น 306 คน เท่ากับที่ทรัมป์เคยได้เมื่อปี 2559 ครั้งที่เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน
     จูเลียนี ทนายความของทรัมป์ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์ว่า ทีมงานของทรัมป์จะยื่นฟ้องร้องที่รัฐเพนซิลเวเนียวันจันทร์เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ "ฐานละเมิดสิทธิพลเมือง, จัดการเลือกตั้งอย่างไม่ยุติธรรม  และละเมิดกฎหมายของรัฐ" แล้วต่อไปก็จะยื่นฟ้องที่รัฐมิชิแกนหรือจอร์เจีย
     ซีโมน แซนเดอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของไบเดน กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ว่า การฟ้องร้องต่อศาลของฝ่ายทรัมป์นั้นเป็น "กลยุทธ์ทางกฎหมายที่ไม่มีมูลความจริง"
     แม้แต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งพรรครีพับลิกัน ยังระบุว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน และเขาได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อไบเดน "ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี" และนางแฮร์ริส บุชกล่าวในแถลงการณ์ว่า คนอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความยุติธรรมโดยรากฐาน เราต้องร่วมมือกันเพื่อครอบครัวและเพื่อนบ้านของเรา และเพื่อประเทศชาติและอนาคตของประเทศนี้
     ผู้นำของหลายประเทศต่างแสดงความยินดีต่อไบเดนตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ภายหลังการประกาศชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่ๆ ในซีกโลกตะวันตก ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน และผู้นำชาติยุโรปอีกหลายชาติ ไปจนถึงซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล,  ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ยังขาดชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐฯ ทั้งจีนและรัสเซีย และผู้นำชาติที่สนิทสนมกับทรัมป์อย่างบราซิลและเม็กซิโก ส่วนสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ นายกรัฐมนตรียาเนซ ยานซา ที่แสดงความยินดีกับทรัมป์ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อชัยชนะของไบเดน
     เมื่อวันจันทร์ หวัง เหวินปิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งและถูกซักไซ้เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เขาตอบว่าจีนสังเกตเห็นว่าไบเดนประกาศว่าเขาคือผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ความเข้าใจของจีนคือ ผลการเลือกตั้งจะถูกกำหนดตามกฎหมายและวิธีดำเนินการของสหรัฐฯ และจีนหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่จะพบกับจีนครึ่งทาง
     ส่วนดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะแสดงความยินดี ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าเขาจะเคารพการเลือกของชาวอเมริกัน
     เมื่อปี 2559 ที่ทรัมป์เอาชนะนางคลินตันได้ ประธานาธิบดีปูตินแสดงความยินดีกับทรัมป์ภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง แต่เปสคอฟอ้างว่าการเลือกตั้งปีนี้ต่างออกไป เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยื่นฟ้องต่อสู้ทางกฎหมาย กระนั้นรัสเซียพร้อมจะทำงานกับใครก็ตามที่ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชนะ
     รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางคลินตัน ซึ่งผลสำรวจความเห็นก่อนเลือกตั้งเกือบทุกสำนักชี้ว่านางมีคะแนนนำทรัมป์ห่าง ด้วยความคาดหวังว่าทรัมป์จะดำเนินนโยบายที่อ่อนลงกับรัสเซีย.

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'