กลับมาแล้วฝุ่นจิ๋ว กทม.เกินค่า18จุด


เพิ่มเพื่อน    

  มันกลับมาแล้ว ฝุ่นจิ๋ว พีเอ็ม 2.5 ท่วม กทม.และปริมณฑล 21 พื้นที่ สูงสุดที่มหาชัย 74 ไมโครกรัม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษนัดแถลง 16 พ.ย. จะรับมือยังไง ด้านนักท่องเที่ยวยังแห่ไปสัมผัสไอเย็นในภาคเหนือ อีสาน กิ่วแม่ปานอุณหภูมิลดเหลือ 5 องศา

    เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานการตรวจสอบคุณภาพอากาศ ระบุว่า
พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ตรวจวัดได้ 32-72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) 13 พื้นที่
    ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 61 มคก./ลบ.ม.,  ริมถนนลาดพร้าว-โชคชัย 4 เขตวังทองหลาง 52 มคก./ลบ.ม., ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง 53 มคก./ลบ.ม., ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ 53 มคก./ลบ.ม., ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน 54 มคก./ลบ.ม.,  ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา 61 มคก./ลบ.ม., ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม 65มคก./ลบ.ม., ริมถนนเอกชัย บางบอน 51 มคก./ลบ.ม., ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด 51 มคก./ลบ.ม., ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน 53 มคก./ลบ.ม., ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 52 มคก./ลบ.ม., ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 52 มคก./ลบ.ม., ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 72 มคก./ลบ.ม.
    ต่อมา คพ.รายงานว่า ในช่วงบ่าย ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นจากช่วงเช้า เป็น 21 พื้นที่ โดยตรวจพบค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 34-74  มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.18 จุด ปริมณฑล 3 จุด ค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร 74 ไมโครกรัม
    คพ.ให้คำแนะนำว่า ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
    ทั้งนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) แจ้งว่า จะมีการแถลงข่าว "การเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง" ในวันจันทร์ที่ 16 พ.ย.นี้ เวลา 10.00-11.00 น. ที่ ศกพ. โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษก ศกพ. ร่วมแถลง
    ด้านสภาพอากาศโดยทั่วไป มีรายงานว่า บรรยากาศท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ คึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงวัดหยุดสุดสัปดาห์ โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันเที่ยวชมวิวทิวทัศน์และความงามตามธรรมชาติของยอดดอย รวมทั้งสัมผัสอากาศหนาวเย็น ซึ่งวันที่ 15 พ.ย. อุณหภูมิลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 5 องศา ที่กิ่วแม่ปาน และที่ยอดดอยวัดได้ 8 องศา
    นครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.นครพนม กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาว 19-22 พ.ย.นี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยือน เนื่องจากหนาวแรกที่นครพนมตอนนี้อากาศดีมาก ตอนเช้าท้องฟ้าโปร่ง  "มานครพนมผมว่านอน 1 คืน อายุยืนเป็นสิบปี อากาศดีมาก พีเอ็ม 2.5 ก็ต่ำ สัมผัสกับบรรยากาศสายหมอกและลมเบาๆ จากลำน้ำโขง และมาดูแสงแรกพระอาทิตย์ของประเทศไทยในลำดับต้นๆ ผมว่าน่าจะต่อจากอุบลฯ ด้วยซ้ำ ที่เป็นแสงแรกในประเทศไทย"
    หนองคาย ที่อำเภอสังคม มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทะเลหมอกกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจุดที่สามารถชมทะเลหมอกได้อย่างสวยงามได้แก่ในเขตตำบลบ้านม่วง ทั้งที่ภูห้วยอีสัน, ภูหนอง และภูผาดัก โดยเมื่อเช้าวันอาทิตย์มีทะเลหมอกเกิดขึ้นหนาแน่น สวยงาม และยาวนาน สร้างความสดชื่นและความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก หรับจุดเด่นของการชมทะเลหมอกภูหนอง คือจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา ชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก อีกทั้งยังมีสะพานไม้ที่ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้สร้างรอบภูเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมทะเลหมอก วิวมุมสูง และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
    นครราชสีมา แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของทางจังหวัดคือพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุณหภูมิอยู่ที่ 17-18 องศา เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ตั้งแต่การเฝ้าชมพระอาทิตย์แสงแรก และการถ่ายรูปทุ่งดอกไม้และผักเมืองหนาว
    นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เป็นที่น่ายินดีที่เกษตรกรอย่างนายน้อย มากกลาง ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นทุ่งดอกไม้และปลูกผักเมืองหนาว สร้างรายได้ในช่วงนี้เป็นอย่างดี จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสอากาศหนาวและมาอุดหนุนเกษตรกรชื้อผักปลอดสารพิษ โดยเฉพาะการสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ อ.วังน้ำเขียว ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 7 ของโลก
    กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่อง พายุโซนร้อนกำลังแรง “หว่ามก๋อ” (พายุระดับ 4) ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ความว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 พายุไต้ฝุ่น “หว่ามก๋อ” (พายุระดับ 5) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองดองฮอย ประเทศเวียดนาม และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว โดยเมื่อเวลา 16.00 น. มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองกวางบินห์ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 17.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นพายุโซนร้อน พายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางในช่วงวันที่ 15-16 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ขอให้เกษตรกรบริเวณดังกล่าวเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย.