ตั้งศูนย์แก้ฝุ่นพิษ คาดมกราหนักสุด


เพิ่มเพื่อน    


    ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รับมือพีเอ็ม 2.5 กำหนด 12 มาตรการ ทั้งการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การแก้ปัญหาไฟป่า ลักลอบเผา พยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วันเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ระบุ 18-19 พ.ย. ฝั่งธนบุรี สมุทรสาคร นนทบุรี ค่าฝุ่นส่อพุ่ง คาดมกราคมพีกสุด
    เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) จัดตั้งโดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะประธาน ศกพ. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในการทบทวนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และเห็นชอบกำหนด 12 มาตรการเฉพาะกิจการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team และกำลังจะนำเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบ
    นายอรรถพลกล่าวว่า ศกพ.มีแนวทางการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ดังนี้ 1.การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภายคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 3.การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า 4.สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติดตามเฝ้าระวัง และดับไฟ 5.เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 6.เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 
    7.การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน 8.ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ 9.พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชัน บัญชาการการดับไฟป่า 10.บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้แอปพลิเคชันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง 11.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่า ผ่านการจัดที่ดินทำกิน และ 12.เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน
    นายอรรถพลกล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มทรงตัวมาตั้งแต่เริ่มการตรวจวัด โดยสถานีริมถนนดินแดง เริ่มการตรวจวัดมานานที่สุดตั้งแต่ปี 2554 ทั้งนี้ ก่อนหน้าปี 2554 คพ.ตรวจวัดฝุ่นละอองโดยใช้ PM 10 เป็นเกณฑ์คุณภาพอากาศ ซึ่งเมื่อพิจารณาสถานการณ์รายปีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะพบว่าแนวโน้มในช่วงปี 2560-2563 ไม่แตกต่างกันมากนัก จากการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยสถานีตรวจวัดของ คพ. พบว่า ปริมาณ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2563 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-11 พฤศจิกายน 2563 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 2-102 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบม.) เกินมาตรฐาน 32 วัน โดยค่าสูงสุดตรวจวัดได้ในเดือนมกราคม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2562 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 4-104 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 35 วัน
    ประธาน ศกพ.กล่าวว่า สาเหตุของ PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร การศึกษาแหล่งกำเนิด PM 2.5 มีหลายงานวิจัย ซึ่งหากดูเฉพาะกรุงเทพมหานคร โดยสถาบัน AIT พบว่า มาจากการขนส่งทางถนน ถึง 72.5% อุตสาหกรรม 17% การเผาในที่โล่ง 5% แต่ได้มีการศึกษาในเชิงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดย JGSEE พบว่า ปริมาณ PM 2.5 มาจากการขนส่งทางถนน 51% อุตสาหกรรม 21% การเผาในที่โล่ง 6%
    ค่า PM 2.5 สำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ภาคเหนือ ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง สาเหตุหลักเกิดจากลักษณะภูมิประเทศและสภาพอุตุนิยมวิทยาของภาคเหนือที่เป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และในช่วงหน้าแล้งอากาศแห้ง ความกดอากาศสูง การยกตัวของอากาศเกิดได้น้อย ทำให้อากาศปิด ฝุ่นละอองไม่ฟุ้งกระจาย รวมทั้งการทำกิจกรรมในพื้นที่ เช่น พื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เกิดการเผาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกิน จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้วยความสูงและความลาดชันของพื้นที่ ทำให้การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัด เศษวัสดุทางการเกษตรจำเป็นต้องใช้วิธีเผา การเผาในพื้นที่ป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า และการเผาในพื้นที่รอบป่าและลามเข้าสู่ป่าเกิดเป็นไฟป่า นอกจากนี้พื้นที่เกษตรมีการเพิ่มขึ้นของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรจะเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรเช่นเดียวกับเกษตรในพื้นที่ป่า และหมอกควันข้ามแดน จากภาพถ่ายดาวเทียมพบจุดความร้อนและหมอกควันหนาแน่นในอนุภูมิภาคแม่โขง
    ด้านนายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกกรมควบคุมมลพิษ แถลงว่า สภาพอากาศในวันที่ 16 พ.ย. อยู่ในระดับดี ถึงดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก แต่สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า เริ่มมีบางพื้นที่ที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 58 มคก./ลบ.ม. ริมถนนคลองทวีวัฒนา 60 มคก./ลบ.ม. ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม 57 มคก./ลบ.ม. ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน 51 มคก./ลบ.ม. ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร 67 มคก./ลบ.ม. และ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร 56 มคก./ลบ.ม. 
    "ส่วนสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ กรมควบคุมมลพิษคาดว่าความเข้มข้นของฝุ่นจะมีแนวโน้มลดลง เพราะไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันหว่ามก๋อ ที่จะอ่อนกำลังลงเป็นความกดอากาศต่ำ ทำให้อากาศไหลเวียนได้ดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ช่วงวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร หรือฝั่งธนบุรี รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาคร นนทบุรี เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย"
    นายศิวัชกล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าวันที่ 17 พ.ย. จะมีฝนตกในพื้นที่ จึงช่วยลดปริมาณฝุ่นลงไปได้ แต่ 2-3 วันหลังจากนี้ไป ค่าฝุ่นอาจเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ลดทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมทั้งสามารถติดตามสภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.