รฟม.เลื่อนเปิดซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอฟังคำตัดสินศาล


เพิ่มเพื่อน    

 

17 พ.ย.2563 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังศาลปกครองสูงสุดนัดไต่สวน คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)วงเงิน ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง กรณีมีคำสั่งทุเลาการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประเมินโครงการของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 จากเดิมมีเกณฑ์กำหนดพิจารณาซองที่ 3 ด้านการเงิน 100 คะแนน ปรับเป็นข้อเสนอที่ 2 ด้านเทคนิค 30 คะแนน และด้านการเงิน 70 คะแนน

อย่างไรก็ตามจากการยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาในครั้งนี้ จึงมีผลให้ รฟม.พิจารณาแล้วว่า กระบวนการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะต้องชะลอไว้ก่อน โดย รฟม.จะยังไม่ดำเนินการเปิดซองข้อเสนอของเอกชน ที่ได้ยื่นข้อเสนอมาเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2563 เนื่องจากต้องการรอฟังคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเพื่อกำหนดขั้นตอนดำเนินการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าโดยก่อนหน้านี้ รฟม.มีกำหนดจะเปิดพิจารณาซองที่ 1 ข้อเสนอด้านคุณสมบัติ ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ ก่อนจะเปิดซอง 2 และซอง 3 ที่คาดว่าจะใช้เวลาประเมินผลราว 1 – 2 เดือน และเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาต่อรองผู้ผ่านการประเมินสูงสุดโดยคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงต้นปี 2564 และลงนามสัญญาในต้นเดือน มี.ค. 2564

อย่างไรก็ตามขณะนี้ รฟม.ก็จำเป็นต้องเลื่อนเปิดซองออกไปก่อน ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ ก็จะไม่มีการเปิดซองที่ 1 ด้านคุณสมบัติ เพราะตามขั้นตอนในขณะนี้ก็จะต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ส่วนกรณีที่การเลื่อนเปิดซองข้อเสนอออกไป ก็ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเงื่อนไขประมูล เพราะใน RFP กำหนดยืนราคาไว้ที่ 270 วัน

สำหรับกรณีการเลื่อนพิจารณาข้อเสนอของเอกชนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จะเป็นผลกระทบต่อโครงการ และการเปิดให้บริการในอนาคตหรือไม่นั้น ขณะนี้ รฟม.ขอให้เป็นไปตามขั้นตอน เพราะไม่สามารถก้าวล่วงต่อกระบวนการศาลในการพิจารณาคดีได้ แต่อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่า เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นโครงการสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในเวลาไม่นาน และหากทุกอย่างสามารถดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดก็จะไม่กระทบต่อภาพรวมโครงการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) รฟม.ได้เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กิโลเมตร(กม.) ระยะเวลา 30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กม. จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) ทั้งนี้ตามแผนมีกำหนดเปิดให้บริการ 2 ส่วน โดยส่วนตะวันออก เดือน มี.ค.67 และส่วนตะวันตก เดือน ก.ย.69.


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต