7 ร่างแก้ไขรธน.ได้ไปต่อแค่ 2 'ไอลอว์' ฝันสลาย


เพิ่มเพื่อน    

18 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาลงมติรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อที่ประชุมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่างเสร็จสิ้น ได้เริ่มลงมติตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยเลขาธิการรัฐสภา เริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงลำดับตามตัวอักษร ก่อนที่สมาชิกแต่ละคนจะขานมติว่า รับ-ไม่รับ-งดออกเสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละร่าง ตั้งแต่ร่างที่ 1 - 7        

เมื่อการลงมติผ่านไปได้ 200 คน ปรากฎว่า สมาชิกรัฐสภา ซีกรัฐบาล และส.ว. ส่วนใหญ่ ลงมติรับหลักการ ร่างที่ 1 - 2 ตามที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้านเสนอ และลงมติงดออกเสียงในร่างที่เหลือ ขณะที่ ส.ส.ซีกฝ่ายค้าน ลงมติรับหลักการทั้ง 7 ร่างตามที่ได้แสดงจุดยืนร่วมกันก่อนหน้านี้   

แต่ก็ยังพบสมาชิกรัฐสภาบางส่วนลงมติคนละแนวทางกับพรรค เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รมว.ศึกษาธิการ ลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และรมว.ดีอีเอส งดออกเสียงในร่างที่1-2 และไม่รับหลักการร่าง3-7 ซึ่งเป็นการแหกมติวิปรัฐบาล นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ อดีตแกนนำกกปส. ได้ลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ ซึ่งเป็นการลงมติเหมือนกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) เป็นการแหกมติพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงมติรับหลักการในร่างที่ 1และ 2 ส่วนร่างที่ 3-7 งดออกเสียง แต่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และรมช.คมนาคม. อดีตแกนนำ กปปส. ลงมติตามมติพรรคประชาธิปัตย์ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่ลงมติไม่รับร่างทั้ง 7ฉบับเช่นกัน ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศิวิไลย์ ในซีกรัฐบาล ได้ลงมติรับหลักการทั้ง 7 ฉบับ ส่วนส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็ลงมติไปในทิศทางเดียวกัน ต่างเพียงตรงร่างที่7 ที่ส.ส.ลงมติทั้งงดออกเสียง และไม่รับหลักการ  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ลงมติไม่รับหลักการร่างไอลอว์  

ในซีกของพรรคฝ่ายค้าน ลงไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีใครแหกมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีเพียงนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่เคยลงมติสวนกับแนวทางฝ่ายค้าน ครั้งนี้ไม่ได้เข้าห้องประชุม และไม่ได้แจ้งลา ส่วนนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ช่วงขานมติรับหลักการทั้ง 7 ร่าง ได้ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วขณะที่ขานรับหลักการร่างที่ 7 ของไอลอว์  

ส่วนของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) พบว่า นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ว.ลงมติ รับหลักการร่าง 1,2,4และ 7 หรือร่างไอลอว์  นอกจากนั้นยังมีนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.รับร่างไอลอว์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ รับร่างไอลอว์เช่นกัน ส่วนพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว. ลงมติ  ไม่รับทั้ง 7 ร่าง  

หลังจากสมาชิกรัฐสภาอภิปรายญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครบถ้วนทุกคนแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติจะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7ฉบับหรือไม่ ประกอบด้วย 1.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  มาตรา 256 ที่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ตามที่พรรคฝ่ายค้านเสนอ  2.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256 ให้ตั้งส.ส.ร.ตามที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ 3.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 270-271 ตัดอำนาจส.ว.พิจารณากฎหมายปฏิรูปประเทศ 4.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 5.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ยกเลิกรับรองประกาศคำสั่งคสช. 6.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งส.ส.ให้ใช้ระบบบัตร 2 ใบ  7.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนเข้าชื่อเสนอ หรือร่างไอลอว์ โดยการลงมติใช้วิธีให้สมาชิกรัฐสภาขานชื่อเป็นรายบุคคลว่าจะรับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่1-7 ไปในคราวเดียวกัน ใช้เวลาขานชื่อลงมติกันยาวนานเกือบ 5 ชั่วโมง จนเกือบถึงเวลา 18.00น.  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากนั้นเวลา 19.05 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แจ้งผลการลงมติปรากฏว่า มีร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบในการรับหลักการ เพียง 2ร่างคือ 1.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้งส.ส.ร.ของฝ่ายค้าน ได้รับความเห็นชอบในวาระรับหลักการด้วยคะแนน  576 ต่อ 21เสียง งดออกเสียง 123  โดยมีเสียงส.ว.รับหลักการ 127 เสียง  และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของฝ่ายรัฐบาล ได้รับความเห็นชอบในวาระรับหลักการด้วยคะแนน  647 ต่อ 17 งดออกเสียง 55 โดยมีเสียงส.ว.รับหลักการ 176 เสียง ทำให้ทั้งสองร่างได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ในขณะนี้จำนวน 732 คน หรือ366 เสียงขึ้นไป และในจำนวนกึ่งหนึ่งที่มีเสียงเห็นชอบนั้น ยังมีคะแนนเสียงของส.ว.เกิน 1ใน3 จึงถือว่าได้รับความเห็นชอบในวาระรับหลักการ  

ส่วนอีก 4ร่างที่เหลือมีคะแนนเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ได้แก่  ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 270-271 มีเสียงเห็นชอบด้วยคะแนน 213ต่อ 35 งดออกเสียง 472  โดยมีเสียงส.ว.รับหลักการ 4 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 มีเสียงเห็นชอบ 268  ต่อ 20 งดออกเสียง 432 โดยมีเสียงส.ว.รับหลักการ 56 เสียง  ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ยกเลิกรับรองประกาศคำสั่งคสช. มีเสียงเห็นชอบ 209ต่อ 51 งดอกเสียง 460 โดยในร่างนี้ไม่มีเสียงส.ว.ให้ความเห็นชอบในวาระรับหลักการเลยแม้แต่เสียงเดียว  ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งส.ส.ให้ใช้ระบบบัตร 2 ใบ  มีคะแนนเสียงเห็นชอบ 209 ต่อ 19 งดออกเสียง 432  มีส.ว.รับหลักการ 59 เสียง และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน มีเสียงเห็นชอบ 212ต่อ 139 งดออกเสียง 369 มีเสียงส.ว.รับหลักการ 3 เสียง แต่ทั้ง 5ร่างดังกล่าว มีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ถือว่า ไม่ได้รับความเห็นชอบในวาระรับหลักการ  

จากนั้นที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 45 คน แบ่งเป็นส.ว. 15 คน ส.ส. 30 คน แยกเป็นพรรคเพื่อไทย  พรรคพลังประชารัฐ พรรคละ 8คน พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 3คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคละ 1คน สำหรับกรรมการชุดดังกล่าวมีกรอบทำงาน45วัน และมีการนัดประชุมครั้งแรกวันที่ 24พ.ย. เวลา9.30น.ห้อง307 อาคารรัฐสภา จากนั้นนายชวน ได้สั่งปิดประชุมเวลา 19.30น.  


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'