สธ.ห่วงการ์ดตก ปชช.กังวลลดลง โควิดเพิ่ม10ราย


เพิ่มเพื่อน    


    ศบค.เผยติดเชื้อเพิ่ม 10 ราย กลับจากต่างประเทศอยู่ในสถานกักกันทั้งหมด ปลัด สธ.ห่วงคนไทยการ์ดตก สวมหน้ากากอนามัยเหลือ 68.4% พบวิตกกังวลโควิดลดลง "อนุทิน" เยี่ยมสาธารณสุขนครพนม ชื่นชม อสม.ปราการด่านสำคัญสกัดไวรัส
    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 10 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน ได้แก่ รายที่ 1 เป็นเพศชาย อายุ 55 ปี สัญชาติดัตช์ อาชีพนักธุรกิจ เดินทางมาจากเยอรมนี, รายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 30 ปี สัญชาติไทย อาชีพอิสระ เดินทางมาจากสวีเดน, รายที่ 3 เป็นเพศชาย อายุ 56 ปี สัญชาติสวิส อาชีพวิศวกร เดินทางมาจากสวิตเซอร์แลนด์, รายที่ 4 เป็นเพศหญิง อายุ 43 ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานนวด เดินทางมาจากสาธารณรัฐเช็ก
    รายที่ 5 เป็นเพศชาย อายุ 32 ปี สัญชาติเบลเยียม อาชีพวิศวกร เดินทางมาจากเบลเยียม, รายที่ 6 เป็นเพศหญิง อายุ 15 ปี สัญชาติไทย อาชีพนักเรียน เดินทางมาจากอินเดีย, รายที่ 7-8 เดินทางมาจากเนเธอร์แลนด์ เพศหญิง อายุ 52 ปี เป็นแม่บ้าน และเพศหญิง อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษา, รายที่ 9-10 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เป็นเพศชาย อายุ 61 ปี สัญชาติไทย เกษียณอายุ เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 14 พ.ย. เข้าพัก SQ กทม.รพ.เอกชน ตรวจพบเชื้อเมื่อ 18 พ.ย. ไม่มีอาการ และเป็นเพศชาย อายุ 25 ปี สัญชาติไทย เป็นนักศึกษา 
    สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศอยู่ที่ 3,902 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,453 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,449 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 11 ราย รวมเป็น 3,756 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 60 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศไทยถึงวันที่ 21 พ.ย.63 รวมทั้งสิ้น 131,912 ราย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 943 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 0.71 ราย
    ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อรวม 57,902,489 ราย รักษาอยู่ 102,207 ราย เสียชีวิต 1,377,539 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 12,274,726 ราย, อันดับสอง อินเดีย 9,050,613 ราย, อันดับสาม บราซิล 6,020,164 ราย, อันดับสี่ ฝรั่งเศส 2,109,170 ราย และอันดับห้า รัสเซีย 2,039,926 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 151 จำนวนผู้ติดเชื้อ 3,902 ราย          
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมทั้งประเทศโซนเอเชีย เช่น บังกลาเทศ มาเลเซีย ปากีสถาน ที่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งทุกคนต้องเข้ากักตัวในสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้ และสถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด และยังคงเข้มมาตรการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเป้าหมาย ค้นพบผู้ติดเชื้อได้รวดเร็ว จำกัดวงการแพร่กระจายเชื้อ ควบคุมโรคได้ เพื่อคงสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป    
    อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อยังเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด เนื่องจากพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย หากละเลยการป้องกันตัวก็จะมีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว โดยผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด-19 (ดีดีซีโพล) ออนไลน์ ของกรมควบคุมโรคครั้งล่าสุด วันที่ 7-20 พฤศจิกายน 2563 ผู้ตอบแบบสอบถาม 3,140 คน พบว่า ประชาชนมีแนวโน้มพฤติกรรมสุขภาพลดลง ทั้งการสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการป่วยลดลงมาอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงร้อยละ 68.4 จากที่เคยสูงสุดร้อยละ 96.2 ในช่วงเดือน พ.ค. สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยเพียงร้อยละ 88.6 จากที่เคยสูงถึงร้อยละ 94.9 ในช่วงที่พบการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง และร้อยละ 55.3 ยังคงจะสวมหน้ากากต่อเนื่อง พร้อมทั้งเว้นระยะห่างเมื่อไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะ
    นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนมีความวิตกกังวลลดลงเกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยกังวลระดับมากลดลงจากร้อยละ 27.9 เหลือร้อยละ 24.5, กังวลปานกลางจากร้อยละ 35.8 เหลือเพียงร้อยละ 24.5 ซึ่งหากความกังวลที่ลดลงเกิดมาจากความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่มีมากขึ้นก็นับเป็นสิ่งที่ดี พร้อมทั้งการ์ดอย่าตก แนะให้ยึดหลัก DMHT โดย D : Distancing เว้นระยะห่าง, M : Mask wearing สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ, H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และ T : Rapid Testing การตรวจเร็ว รักษาเร็ว ควบคุมโรคได้เร็ว และปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเกราะป้องกันโควิด-19 แก่ตนเองและคนรอบข้าง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ ด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ ทุกครั้งที่ใช้บริการสถานที่/ร้านค้าต่างๆ
    ที่โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านสาธารณสุข เพื่อติดตามการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันโรคโควิด-19 ของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จังหวัดนครพนม ทั้งนี้ นายอนุทินได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจ อสม.ที่เป็นปราการด่านสำคัญในการสกัดกั้นโรคโควิด-19 จึงไม่มีการแพร่ระบาดเหมือนประเทศอื่นๆ จากนั้น ได้มอบเข็มให้แก่ อสม.ที่ปฏิบัติงานครบ 40 ปี จำนวน 12 คน พร้อมได้ชมบูธนิทรรศการผลงานดีเด่นของ อสม.จังหวัดนครพนม.


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'