สุวพันธุ์หนักใจสางปมป่าแหว่ง


เพิ่มเพื่อน    

       "สุวพันธุ์" รับหนักใจหลังนายกฯ มอบหมายให้ลงพื้นที่แก้ปมบ้านพักตุลาการ ยันไม่ตั้งธงล่วงหน้า พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เชื่อคงไม่ยากเกินไป "ต่อตระกูล" เสนอทางออกแบบวิศวกร  ย้ายโดยไม่ต้องรื้อ ระบุทำได้หลายวิธี เผยฝีมือคนไทยย้ายตึก 12 ชั้นวิ่งลงเรือส่งไปญี่ปุ่นมาแล้ว 
        เมื่อวันพฤหัสบดี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหา และได้มีกำหนดจะเดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ เพื่อไปพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะจากเครือข่ายภาคประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยยอมว่ารู้สึกหนักใจที่ได้รับมอบหมายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่เชื่อว่าการพูดคุยร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนที่ต้องการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและฟื้นฟูป่าจะตกลงกันได้ ซึ่งนายกฯ ย้ำแนวทางในการแก้ปัญหาต้องเป็นประโยชน์กับส่วนรวม และมอบอำนาจในการตัดสินใจได้เลย เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง       
    "ไม่มีการตั้งธงไปก่อนล่วงหน้า แต่จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยถึงทางออกร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยหลักการสำคัญ อะไรที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีก็จะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่หากประเด็นไหนที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา หรือมีปัจจัยอื่นประกอบค่อนข้างมาก ก็จะต้องมีการพูดคุยกันว่าหลังจากวันที่ 6 พ.ค.นี้จะทำอย่างไรต่อไป" นายสุวพันธุ์กล่าว 
    นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามความเห็นของเครือข่ายภาคประชาชน ก็พบว่ามีความต้องการอยากให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขและยุติลงโดยเร็ว ซึ่งการลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จะยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งน่าจะมีความเห็นตรงกันกับเครือข่ายภาคประชาชน ดังนั้นเชื่อว่าทางออกในการแก้ไขปัญหาคงไม่ยากจนเกินไป และหลังจากการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายแล้ว ก็จะนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติหรือการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนมากขึ้น
    ด้านนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีข้อพิพาทโครงการบ้านพักตุลาการฯ ที่มีเสียงเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ให้รื้อบ้านแล้วปลูกป่าทดแทน โดยระบุว่า "บ้านศาลป่าแหว่ง" รื้อหรือไม่รื้อ? เสนอแก้ปัญหาแบบวิศวกร แก้ได้โดยการ "ย้าย" ทำได้หลายวิธี ยกย้ายทั้งหลัง ตัดเป็นชั้นๆ ตัดเป็นส่วนๆ ถอดออกเป็นชิ้น
    โดยมีภาพประกอบ 4 ภาพ ประกอบด้วยภาพที่ 1 ระบุว่า เป็นภาพคนไทยทำได้ ยกอาคารทั้งหลังวิ่งไปส่งขึ้นเรือไปญี่ปุ่น ให้ดูรถแท่นล้อสำหรับเคลื่อนอาคาร ที่อยู่ใต้อาคาร ว่าไทยเรามีรถพร้อมบรรทุกอาคารใหญ่ทั้งหลัง แบบนี้พร้อม 
    นายต่อตระกูลระบุว่า นี่คือตึกที่สูง 12 ชั้น ที่ส่งออกทางเรือไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ เรียกว่าบรรทุกไปทั้งตึก  แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณภาพจากพี่นิพันธ์ เสมสันทัด จากบริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้..ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง จนกระทั่งการขนส่งไปญี่ปุ่น นี่คือเรื่องหนึ่งของประเทศไทยในตอนนี้ ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ
    ภาพที่ 2 ระบุว่า ในอเมริกา การเคลื่อนย้ายอาคารเป็นเรื่องธรรมดา มีบริษัทรับทำเป็นอาชีพ ภาพที่ 3  ตึกโบราณเป็นอิฐทั้งหลัง ยังย้ายได้ และภาพที่ 4 เป็นการตัดเสา ยกบ้าน ฝีมือคนไทย ทำกันเยอะ มีคนไทยรับยกบ้าน ดีดบ้านหนีน้ำท่วม ทำเป็นอาชีพ ถ้าตัดเสายกบ้านขึ้นได้ ก็ย้ายบ้านออกไปได้.    


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.