ทอนรับทราบข้อหาหุ้นสื่อ ปปช.จี้กกต.ยุติสอบ9สส.


เพิ่มเพื่อน    

  โดนอีกแล้ว! "ธนาธร" หลบกลุ่มเสื้อเหลืองชูป้าย-เปิดเพลงหนักแผ่นดินขณะเข้ารับทราบข้อหาคดีถือหุ้นสื่อที่ สน.ทุ่งสองห้อง ก่อน ตร.รีบเปลี่ยนสถานที่ไป บก.น.2 "ทอน" ลั่นไม่หวาดหวั่นสิ่งที่มาคุกคาม ปชป.จี้ กกต.ยุติสอบคดี 9 ส.ส.ปชป.ถือหุ้นสื่อเหตุข้อเท็จจริงเดียวกับที่ศาล รธน.มีคำวินิจฉัยว่าไม่ผิด

    ที่ สน.ทุ่งสองห้อง วันที่ 24 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรายงานตัวตามหมายเรียกของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในคดีที่ กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีนายธนาธร ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2561 มาตรา 151 กรณีเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ทาง สน.ทุ่งสองห้องได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร โดยมี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง, พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ควบคุมและดูแลความเรียบร้อย
    ต่อมามีมวลชนเสื้อเหลืองประมาณ 30 คน เดินทางมาชูป้ายขับไล่นายธนาธร พร้อมเปิดเพลงหนักแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ให้เผชิญหน้ากัน ทั้งนี้ มีหญิงรายหนึ่งระบุว่าทีมงานคณะก้าวหน้า จ.นนทบุรี ที่มารอต้อนรับนายธนาธร มีวิทยุสีดำและสีแดง พร้อมระบุว่ามีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ ก่อนจะเรียกร้องให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ จากนั้น พล.ต.ต.พัฒนาจึงเชิญให้ไปคุยที่ห้องป้องกันปราบปราม สน.ทุ่งสองห้อง
    ปรากฏว่า เมื่อนายธนาธรเดินทางมาถึง สน.ทุ่งสองห้อง ตำรวจเกรงว่ามวลชนทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน จึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ โดยให้นายธนาธรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) ในพื้นที่เขตดอนเมืองแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน อย่างไรก็ตาม เมื่อนายธนาธรเดินทางมาถึง มีกลุ่มผู้สนับสนุนกว่า 10 คนเดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมนำเค้กมาเตรียมอวยพรวันเกิดให้นายธนาธร
    นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้มารายงานตัวตามหมายเรียกในคดีที่ กกต.แจ้งความไว้ โดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ตอนนี้ยังมีกำลังใจดี ไม่ว่าจะเรื่องคดีความต่างๆ หรือการที่มีกลุ่มบุคคลพยายามมาระรานสิทธิเสรีภาพการเดินทางของตน หลังจากนี้ก็จะทำงานอย่างต่อเนื่องและตั้งใจ  ไม่หวาดหวั่นสิ่งที่เข้ามาคุกคาม อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ตนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครคณะก้าวหน้าในการเมืองท้องถิ่น หากมีโอกาสเข้าร่วมชุมนุมก็เข้าอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
    นายธนาธรกล่าวถึงกรณีศาลยกคำร้อง ส.ส.พรรครัฐบาลถือหุ้นสื่อ โดยเฉพาะกรณีของ น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ที่ชี้แจงว่าหุ้นส่วนบริษัทที่ถืออยู่นั้นได้ปิดกิจการไปแล้ว ขอให้ดูเจตนา ทั้งที่ของตนก็ปิดไปแล้ว และไม่คิดรื้อฟื้น ศาลยังบอกว่า น.ส.ภาดาไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อ เมื่อเจ้าตัวแสดงเจตนาแล้วก็ไม่เป็นสื่อ ของตนก็เช่นกัน ไม่ว่าจะกิจการไหน ขอให้ติดตามการทำงานขององค์กรอิสระที่มาจากการรัฐประหารและอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน หากเปิดใจรับฟังจะเห็นว่าหลักฐานการขายหุ้นของตนทุกอย่างสมบูรณ์เรียบร้อย แม้แต่ในชั้นศาลก็ไม่มีหลักฐานใดมาหักล้างได้เลย
    ทั้งนี้ ภายหลังนายธนาธรให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น คณะก้าวหน้า จ.นนทบุรีได้นำกล่องกระดาษใส่ลูกโป่งสีส้มและนำเค้กวันเกิดสีส้มมามอบให้กำลังใจ โดยนายธนาธรกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้
          ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดีหุ้นสื่อ ส.ส.ปชป. เขายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุติการสอบสวนคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นขอให้ กกต.วินิจฉัยว่า ส.ส. 9 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ถือครองหุ้นหรือเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อ ที่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ส.ส.ปชป.ไม่มีความผิดในเรื่องดังกล่าว
    โดยนายราเมศกล่าวว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีมีการกล่าวหา ส.ส.ถือหุ้น หรือเป็นเจ้าของในกิจการสื่อสารมวลชน ขณะนี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งเหตุผลในคำวินิจฉัยระบุไว้ชัดเจนว่าเหตุใดบ้างที่ไม่ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. และคำวินิจฉัยดังกล่าวผูกพันทุกองค์กร รวมถึง กกต. ที่หากนำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาเทียบเคียงเพื่อประกอบการสอบสวน การยุติการสอบสวนก็จะเป็นผลดีทำให้ไม่ซ้ำซ้อนกัน
    "คำร้องที่ กกต.สอบสวนอยู่มีข้อเท็จจริงเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า 3 ส.ส.ปชป.ไม่ผิด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่เป็นการสร้างภาระในการถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อน จึงมายื่นขอให้มีมติยุติการสอบสวนเรื่องดังกล่าว" นายราเมศกล่าว
    สำหรับ 9 ส.ส.ปชป.ที่ถูกนายเรืองไกรร้อง กกต. ประกอบด้วย นายประกอบ จิรกิติ, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช, นายวีระชัย วีระเมธีกุล,  นายชัยชนะ เดชเดโช, นายเกียรติ สิทธีอมร, นายสมชาติ ประดิษฐพร และ น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ซึ่ง 3 คนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ผิดก็คือ นายสมชาติ, น.ส.จิตภัสร์ และ น.ส.วชิราภรณ์.


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'