อว. จี้ปฏิรูประบบอุดมฯ ชี้เป็นยุคมหา'ลัยล้น หาเด็กมาเรียนไม่พอ แต่ยังไม่มีการปรับตัว


เพิ่มเพื่อน    

 

25 พ.ย.63 - ศ. ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้เผยถึง แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปอุดมศึกษา ในงาน “การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) เดินหน้าสู่อนาคต” ว่า โครงการการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย(Reinventing University) ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูประบบอุดมศึกษา ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายในปี 2564 โดยได้กำหนดทิศทางตามยุทธศาสตร์ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่  กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา การวิจัยระดับแนวหน้าของโลก(Global & Frontier Research) กลุ่มมุ่งยุทธศาตร์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม(Technology & Innovation) กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่(Area-Based & Community) กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักทางศาสนา(Moral & Intellectual Cultivation) และกลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาเฉพาะทาง(Specialized & Professional) เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความเป็นเลิศ สามารถผลิตบัณฑิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ มีการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะอาจารย์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21

    รมว.อว.กล่าวอีกว่า หากมองถึงปัญหาของการปฏิรูปการศึกษาในระดับอุดมศึกษา  ส่วนหนึ่งคือ ตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหัวหน้าภาควิชา คณบดี หรืออธิการบดี ที่มาจากนักวิชาการหรืออาจารย์  ส่วนหนึ่งเป็นข้อดีที่แต่ละคนมีความชำนาญการในระดับต่างของคณะหรือภาพรวมมหาลัยเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 5 กลุ่มที่ได้กำหนดไว้ในโครงการ เพราะอย่างในสหรัฐอเมริกา คณบดี เป็นตำแหน่งที่ต้องสรรหา ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขา หรือคนภายในเท่านั้น อาจจะเป็นคนภายนอกที่มีแนวคิดในด้านการบริหารก้าวหน้า โดยแนวทางนี้ยังทำไม่ได้ในประเทศไทย 

ดังนั้นคณะผู้บริหารในแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องให้ความสำคัญคือ 1.สนใจในเรื่องปรัชญาการอุดมศึกษา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในแต่ละยุค ที่สมัยนี้หลายประเทศมุ่งเน้นการวิจัย และอุดมศึกษาต้องเป็นตัวกำหนด เทคโนโลยี ไม่ใช่เทคโนโลยีที่กำหนดเรา 2.ผู้บริหารจะต้องเป็นนักการศึกษาและนักพัฒนา เพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของประเทศในอนาคต ยกระดับความสามารถและจุดเด่นของมหาวิทยาลัย 3.สนใจโลก ที่การเรียนการสอนจะต้องสร้างและปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปซึ่งสอดคล้องกับ 5 ยุทธศาสตร์ที่กำหนด และหากโครงการนี้เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เราก็อาจจะพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่มีรายได้สูง ทั้งนี้การดำเนินงานของโครงการดังกล่าวจะเริ่มในปีงบประมาณ 2565 จำนวน 11,000  ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมโครงการต้องผ่านการประเมินตนเองตามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่ถนัดและเหมาะสมก่อน” รมว.อว. กล่าว

 

ด้าน ศ.ดร.พีรพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการ โครงการการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย(Reinventing University) กล่าวเสริมว่า การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ในประเทศไทยที่มีกว่า 100 แห่ง ซึ่งถือว่าเยอะมากเกินไป ทำให้ในปี2562 TCAS เหลือเก้าอี้ว่างเป็นแสนที่นั่ง และคาดว่าในปี 2563 ก็มีแนวโน้มที่จะลดลง มากกว่านี้อีก มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับการแข่งขันไม่ใช่เรื่องการเพิ่มจำนวน แต่เป็นคุณภาพที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะสะท้อนผ่านตัวของบัณฑิต ดังนั้นกลไกที่จะนำมาใช้ในกระขับเคลื่อนคือการแบ่งกลุ่มตามยุทธศาสตร์ ซึ่ง 5 กลุ่มที่กำหนดนี้ เป็นการดึงความถนัดของแต่ละมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และการสร้างบุคลากรที่จะพัฒนาประเทศอย่างมีศักยภาพที่จะตอบโจทย์ความต้องการแรงงานทั้งในระดับประเทศและระดับโลก พร้อมจัดการวางแผนระบบบุคลากร การเงินและงบประมาณ  แก้ข้อจำกัด และมีธรรมภิบาล

ศ.ดร.พีรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตัวอย่าง 3 กลุ่มที่ต้องทำเร่งด่วน คือ กลุ่มด้านการพัฒนา การวิจัยระดับแนวหน้าของโลก เพื่อและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพหรือทักษะสูงให้สามารถแข่งขันได้ในต่างประเทศ โดยผลิตบัณฑิตที่เป็นนักวิจัยหรือผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลก, กลุ่มด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ต่อยอดงานนวัตกรรมที่คิดค้นโดยนักศึกษาในมหาวิทยาลัย บ่มเพาะกลุ่มคน Start Up พร้อมได้รับการสนับสนุนและพัฒนาจากภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่เข้าไปสร้างรายได้หรือสร้างองค์ความรู้สู่ชุมชน ที่ยั่งยืนของท้องถิ่นและภูมิภาค เป็นต้น 
 

 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'