ปรับตัวรับโควิด


เพิ่มเพื่อน    

 

            เมื่อพูดถึงเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ทุกอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงักเนื่องจากเชื้อโควิด แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ประชาชนคนส่วนใหญ่ที่ต้องดิ้นรนในการทำงานต้องได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกได้มีการประกาศล็อกดาวน์ห้ามคนออกจากบ้าน แน่นอนว่าผลกระทบที่ตามมาคือขาดรายได้ เช่นเดียวกับประเทศไทยเราก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

                เช่นเดียวกับ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ประกอบด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า ได้ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย แม้จะได้รับผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงบรรยากาศการจับจ่ายที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3/2563 ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เริ่มปรับตัวดีขึ้นเทียบกับช่วงล็อกดาวน์ โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 196,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 58,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 133,000 ล้านบาท

                อย่างไรก็ตาม ขณะที่ไตรมาสที่ 4/63 คาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเติบโตกว่า 20% เทียบกับในไตรมาสที่ 3 และคาดว่าตลอดทั้งปี 2563 จะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 280,000 ล้านบาท ติดลบ 11% ยอดสินเชื่อใหม่ 83,000 ล้านบาท ติดลบ 15% และยอดสินเชื่อคงค้าง 144,000 ล้านบาท

                ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเริ่มดีขึ้น เพราะว่าตอนนี้ถ้าไม่มีสถานการณ์ทำให้เกิดความไม่สบายใจ จริงๆ แล้วไตรมาส 4 คาดว่าลูกค้าจะมาใช้มากขึ้น 20% แต่จากการประเมินสถานการณ์ตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอารมณ์ของคน ก็ยังมีการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ ปลายปี 63 น่าจะได้ 25%

                ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังโควิดพบว่าอัตราลูกหนี้คงค้าง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้น และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากเทียบกับปัจจุบันหนี้เสียโดยรวมของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ อยู่ที่ระดับ 2.25% โดยช่วงก่อนโควิด เดือน ก.พ. อยู่ที่ระดับ 2.14% ซึ่งคาดว่าภาวะหนี้เสียจะไม่เกิน 2.5% ไปจนถึงสิ้นปี 2563 เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ลูกหนี้ลดลง โดยมีรายละเอียด NPL ดังนี้ จากสินเชื่อบัตรเครดิต อยู่ที่ 1.51% ขณะที่ช่วงก่อนโควิด เดือน ก.พ. อยู่ที่ระดับ 1.37% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคล (P-Loan) ปัจจุบันอยู่ที่ 3.02% ขณะที่ช่วงก่อนโควิด เดือน ก.พ. อยู่ที่ 2.9%

                สำหรับสภาวะการดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยอย่างบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบันค่อนข้างผันผวน ความสามารถในชำระคืนยังต่ำ เพราะรายได้ของลูกหนี้ลดลง แม้ว่าในช่วงล็อกดาวน์ บริษัทได้หามาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ด้วยมาตรการพักชำระหนี้ให้ 2 เดือน ประมาณ 1 ล้านบัญชีไปแล้ว ซึ่งพบว่าหลังจากพักชำระหนี้ 2 เดือน ลูกหนี้เริ่มชำระคืนมากขึ้น

                ส่วนใครที่ยังจ่ายไม่ไหว ก็เข้าโครงการพักชำระหนี้ต่อไป ทั้งรีไฟแนนซ์และปรับลดดอกเบี้ยลงด้วย โดยตัวเลขผู้เข้าร่วมมาตรการรีไฟแนนซ์ ในระยะที่ 1 และ 2 พบว่า มีประมาณ 90,000 บัญชี เป็นวงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้ยังเปิดรับเข้าร่วมมาตรการรีไฟแนนซ์ได้จนถึงปลายปี 2563

                เพราะฉะนั้นถ้าดูกันตอนนี้ โอกาสหนี้เสียโดยรวมปลายปี อาจอยู่ที่ 2.5% ก็มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าหากสถานการณ์ยังแย่และอะไรก็ไม่ดีขึ้น เพราะว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่มีปัญหา ไม่มีคนจ้างงาน รายได้ลดน้อยลงมันก็จะยาวขึ้น เราคาดการณ์ว่าสถานการณ์นี้จะยาวๆ ไปจนถึงปลายปี 2564 แน่นอน เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ดูดีขึ้น ยังสบายใจไม่ได้

                ต้องยอมรับว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ยังดูแลเอาใจใส่ลูกค้า จึงไม่แปลกใจว่าทำไมลูกค้ายังคงเหนียวแน่น ซึ่งแม้ว่าจะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสิ้นปีนี้ แต่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ก็ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง ทั้งการลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีการยืดระยะเวลาการผ่อนชำระคืนให้ลูกหนี้ถึง 96 เดือน (8 ปี) ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยมี จากที่กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ 48 เดือน เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องราวดีๆ กลับคืนให้แก่ลูกค้า.

 กัลยา ยืนยง


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'