ม็อบปลุกผีสู้ศักดินา เพนกวินจุดธูปเชิญจอมพลป.-ปรีดี/อานนท์ฟุ้งเล็งเปิดแผล


เพิ่มเพื่อน    


    ม็อบ 3 นิ้วเปลี่ยนสถานที่ไปชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 อ้างเป็นกองบัญชาการสังหารคนเสื้อแดง "เพนกวิน"  มโนเป็นที่วางแผนอุ้ม "วันเฉลิม" ที่พนมเปญ-ควานท้อง "สุรชัย แซ่ด่าน" ในแม่น้ำโขง หันพึ่งผีแกนนำคณะราษฎรจุดธูปกราบไหว้ให้ดวงวิญญาณช่วยโค่นศักดินาสำเร็จ ประกาศชัยชนะรายวัน เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาราษฎร” ขณะที่ม็อบหน้าอิมพีเรียลลาดพร้าวกร่อย ยุบเวทีมารวมกัน แต่ก็ยังแผ่วเหลือแค่ 2.5 พันคน ตร.แจ้งความเอาผิดการ์ดทำร้าย ตร.สันติบาล "หมอวรงค์" ซัดนับวันม็อบยิ่งเข้ารกเข้าพง
    เมื่อวันอาทิตย์ เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดผู้ชุมนุมร่วมกิจกรรมปลดอาวุธศักดินาไทย ในเวลา 15.00 น. ที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 พัน 1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต โดยได้ประกาศเปลี่ยนแปลงสถานที่นัดชุมนุมไปยังกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนัดรวมตัวกันที่บริเวณ BTS วัดพระศรีมหาธาตุ เวลา 15.00 น. ก่อนจะเดินขบวนพร้อมกันไปยังราบ 11
     ทั้งนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า นับวันม็อบจะยิ่งเข้ารกเข้าพง ไม่มีเหตุไม่มีผล สร้างความลำบากให้ประชาชน เป็นผู้ยั่วยุสถานการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรง ยิ่งนายธนาธรมาให้ท้าย พูดตรงข้ามกับความเป็นจริง พยายามบิดเบือนว่าเป็นการชุมนุมอย่างสันติ ที่สำคัญตนเองนั่นแหละเป็นผู้ปลุกปั่นให้ประชาชนแตกแยก ฝ่ายประชาชนส่วนใหญ่ต้องอดทนอดกลั้นต่อพฤติกรรมหยาบและถ่อย การชุมนุมเรียกร้อง 3 ข้อ ไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน สังคมก็ตื่นเรียนรู้ความจริงมากขึ้น ส่วนผู้ชุมนุมก็ปลูกฝังข้อมูลผิดๆ เหมือนท่องบทกันมา จนไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ขณะนี้ม็อบไปต่อลำบาก มวลชนถอยห่าง สิ่งที่ต้องจับตาคือการเคลื่อนไหวจะยิ่งยั่วยุและท้าทายมากขึ้น คงต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่คนไทยเขารู้ทัน 
    น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เข้าร่วมชุมนุมบริเวณแยกบางนาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออก ก็ไม่ได้ทำให้การชุมนุมยุติลง และกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเคลื่อนไหวตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ว่าในเมื่อนายธนาธร ตระหนักดีว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะยังไม่ยุติการชุมนุม แล้วนายธนาธรยังจะออกมาเรียกร้องเพื่ออะไร และเพื่อใคร ในทางกลับกัน ยิ่งเป็นการยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สมควรลาออก เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับประเทศและประชาชนเลย กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่ยุติการเคลื่อนไหว ยิ่งพูดก็จะยิ่งเข้าตัวเอง ประชาชนที่ฟังอยู่จะเข้าใจได้ว่านายธนาธรเป็นคนบงการม็อบ ให้เดินตามโพยที่ตนเองเขียนให้ จะยิ่งทำลายความชอบธรรมของม็อบให้เสื่อมลงไปอีก
พท.โหนม็อบต้านรัฐประหาร
    น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการรัฐประหารจนกลุ่มราษฎรต้องออกมาชุมนุมเตรียมพร้อมรับรัฐประหารว่า หากรัฐบาลคิดจะทำรัฐประหาร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มีทั้งมติการยอมรับของประชาคมโลก เนื่องจากการเปลี่ยนประธานาธิบดีสหรัฐมาเป็นการนำของนายโจ ไบเดน ที่มุ่งเน้นเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เราเรียนรู้แล้วว่าการรัฐประหารทุกครั้งไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปประเทศอย่างที่ประชาชนคาดหวัง โดยเฉพาะการรัฐประหารครั้งล่าสุด ผ่านมาเกือบ 7 ปี การปฏิรูปประเทศไม่เดินหน้า มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ล่าสุดนำมาตรา 112 มาใช้กับผู้เห็นต่างในทางการเมือง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลที่มีพื้นฐานจากการรัฐประหารเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางประชาธิปไตย 
    "การทำรัฐประหารไม่ว่าจะในมุมมองใดๆ ในสถานการณ์และบริบทโลกปัจจุบัน ย่อมทำให้ประเทศไทยถดถอยและล้าหลัง ดังนั้นหากใครที่คิดหวังดีกับประเทศ ก็ขอให้เลิกคิดเรื่องนี้ แล้วให้การเมืองเดินหน้าด้วยการเมือง พร้อมคู่ขนานไปกับการรับฟังเสียงของประชาชน" น.ส.อรุณีกล่าว
    ที่บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.มหาชัย อ.เมืองฯ  จ.สมุทรสาคร มีการจัดกิจกรรมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและปกป้องสถาบัน โดยกลุ่มสาครสร้างสรรค์ และกองทัพประชาชนปกป้องสถาบันแห่งประเทศไทย ภายในงานมีการปราศรัยในหัวข้อต่างๆ รวมทั้งเรื่อง “ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” โดยอุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี อดีตนักร้องดัง เข้าร่วมกิจกรรม
    ในขณะที่กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและภาคีทุกภาคส่วนจัดกิจกรรม ‘รวมพลังปกป้องสถาบัน’ ที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยผู้ร่วมงานต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเหลือง ถือธงชาติเป็นสัญลักษณ์ มีการเปิดเพลงที่มีเนื้อหาส่งเสริมความรักชาติผ่านรถเครื่องเสียงอย่างคึกคัก
    นายฐากูร นวลแก้ว โฆษกกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้คือการออกมาแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างสถาบันจะไม่ให้กลุ่มการเมืองใดเข้ามายุ่ง งานนี้จัดขึ้นมาได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกกลุ่มกว่า 300 คน สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ออกมานำเสนอข้อเรียกร้อง ตนไม่สามารถห้ามความคิดของใครได้ จึงขอนำความจริงออกมาพูดเพื่อปรับตัวเข้าหากัน 
    จากกรณีกลุ่มราษฎรและแนวร่วมฯ ประกาศนัดหมายจัดการชุมนุม "ปลดอาวุธศักดินาไทย!" กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในเวลา 15.00 น. 
     เมื่อเวลา​ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ทยอยนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางกั้นถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางคู่ขนาน ตั้งแต่บริเวณก่อนถึงทางเข้า กรมทหารราบที่ 1 โดยมีรถบรรทุกลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์มาประมาณ 50 คัน แต่ละคันบรรทุก 2 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมกว่า 100 ตู้ และทยอยนำลงปิดกั้นถนนวิภาวดีรังสิตช่องทางคู่ขนานตั้งแต่เวลาประมาณ 02.45 น.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีลวดหนามหีบเพลงและแท่งแบริเออร์คอนกรีตอีกจำนวนหนึ่งมารอนำวางกั้นพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ภายในกรมทหารราบที่ 1 
3 นิ้วบุกกรมทหารราบที่ 11
    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า การชุมนุมเปลี่ยนแปลงไปยังกรมทหารราบที่ 11 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.บางเขน ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมถือเป็นการชุมนุมที่มิชอบ เช่นเดียวกับสถานที่ที่แจ้งนัดรวมตัวก่อนหน้านี้ที่กรมทหารราบที่ 1 ก็ไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุม ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์หลายคดี อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน รวมถึงกรณีที่มีคลิปจับตำรวจนอกเครื่องแบบเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่แยกลาดพร้าว ล่าสุด ร.ต.ต.อิทธิชัย โคกรำภา รองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการ สันติบาล 2 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา ได้แจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดกับกลุ่มการ์ดแล้ว ในข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่วนการชุมนุมที่ศูนย์ราชการนนทบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการกระทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ ก็จะมีการแจ้งความร้องทุกข์กับผู้พ่นสีด้วย
    ช่วงบ่าย เวลา 14.30 น. ที่รถไฟฟ้าสถานีกรมทหารราบที่ 11 ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กรมทหารราบที่ 11​ มีรถบรรทุกจำนวน 13 คันทยอยขับมาจอดเรียงคันฝั่งกรมทหารราบที่ 11 จากนั้นนายพริษฐ์​ ชิวารักษ์​ หรือเพนกวิน​ แกนนำกลุ่มราษฎร​ เดินทางมาถึงบริเวณหน้าวัดพระศรีมหาธาตุ​วรมหาวิหาร และได้ทักทายมวลชน​ โดยนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า​ สาเหตุที่มาชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11​ เพราะกรมทหารราบที่​ 11 กับกรมทหารราบที่​ 1​ คือสองหน่วยสำคัญในการทำรัฐประหารในอดีต​
    เวลา 15.00 น. ที่วงเวียนบางเขน​ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส​ วัดพระศรีมหาธาตุฯ​ การ์ดราษฎรได้ตั้งจุดคัดกรองยานพาหนะที่เข้าสู่ถนนพหลโยธิน​ มุ่งหน้ากรมทหารราบที่ 11 โดยเปิดให้เฉพาะผู้ชุมนุม​ สื่อมวลชน​ ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว​ และผู้ที่มีธุระจำเป็นผ่านเข้าไปเท่านั้น​ 
    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 ก่อนเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทาง พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 เป็นผู้ดูแลพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าผู้จัดการชุมนุมมีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ ตำรวจได้วางกำลังตามความจำเป็นและความเหมาะสม สำหรับการกั้นลวดหนามก็เป็นไปตามปกติ เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมฝ่าแนวเข้ามา และห้ามเข้าไปเด็ดขาด ไม่อยากให้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายอะไร 
     ที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 ทหารได้นำลวดหนามมาขึงบริเวณรั้วโดยของกรม เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปภายใน และมีเจ้าหน้ที่ทหารนำลวดหนามหีบเพลงมาปิดประตูทางเข้า-ออกอย่างหนาแน่น 7 ชั้น พร้อมนำรถบรรทุก 9 คันมาปิดกั้นอีกชั้นหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน และตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และกองกำลังควบคุมฝูงชั้นอีก 1 กองร้อยดูแลบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 
     นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัย ได้ประสานงานกับการ์ดหลายๆ กลุ่ม โดยเฉพาะ wevo ที่เป็นแม่งานวันนี้ เราได้พยายามขอใช้พื้นที่กับทางตำรวจ ยืนยันว่าจะไม่บุกเข้าไปภายในไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการหากไม่มีอะไรเป็นภัยต่อเรา 
มโนที่วางแผนอุ้มคนเสื้อแดง
    เวลา 16.15 น. ทีมการ์ดได้เริ่มเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อใช้เป็นเวทีปราศัยของแกนนำ และนำคีมตัดเหล็กตัดลวดหนามหีบเพลงที่เจ้าหน้าที่นำมาเป็นสิ่งกีดขวาง แล้วช่วยกันเคลื่อนย้ายซากรถบัสออกไป ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน ได้อ่านประกาศห้ามชุมนุมที่ขัด พ.ร.บ.ชุมนุม และให้เลิกการชุมนุมเวลา 18.00 น. ส่วนกำลังควบคุมฝูงชนที่อยู่ภายในเริ่มส่งกำลังเสริม รถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าประชิดหน้าประตู
    เมื่อเวลา​ 16.35 น. นายชินวัตร​ จันทร์กระจ่าง​ หรือไบรท์​ แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงตอนหนึ่งว่า​ ตนเรียกกรมทหารราบที่​ 11​ ว่ากองบัญชาการสังหารคนเสื้อแดง​ เราไม่ได้มาท้าตีท้าต่อย แต่มาเพื่อปลดอาวุธ ขอเตือนคนที่จะทำรัฐประหารและคนที่จะเซ็นให้มีการรัฐประหาร ระวังเจอราษฎรเป็ดก้าบๆ​ ไปต่อต้านแล้วกัน​ เผด็จการจงพินาศ เป็ดก้าบๆ​ จงเจริญ​  ​ 
     เวลา 17.00 น. นายพริษฐ์กล่าวว่า เตรียมเคลื่อนไปราบ 11 เพราะมีหน่วยงานที่วางแผนนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมการเมืองถูกอุ้มหายจากหน้าที่พักในพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และคว้านท้องนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่แม่น้ำโขง เป็นต้น
    ขณะที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ปราศรัยว่า ตนติดคุก 15 วัน เหมือนไปพักผ่อน คดีทำให้ตนกลัวไม่ได้ ในวันที่ 30 พ.ย.จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 ที่ สน.ชนะสงคราม การโดนคดีก็เหมือนการเล่นเกม เหมือนอุปสรรคขวากหนาม ยิ่งได้มากเท่าไหร่ยิ่งใกล้ถึงเส้นชัยมากเท่านั้น ลุยอย่างเดียว เรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว เราสำเร็จมาหลายขั้นแล้ว สำเร็จที่สามารถปลุกนักเรียนนักศึกษาขึ้นมาได้ และสำเร็จที่สามารถทำให้ชนชั้นนำมาร่วมกับพวกเราได้
    เวลา 17.15 น. ที่หน้าวัดพระศรีมหาธาตุ นายพริษฐ์ประกาศเตรียมเคลื่อนไปราบ 11 จากนั้นแกนนำกลุ่มราษฎรได้หันหน้าไปทางวัดพระศรีมหาธาตุฯ โดยนายพริษฐ์เป็นตัวแทนจุดธูปกราบไหว้อัฐิของแกนนำคณะราษฎร อาทิ พระยาพหลฯ นายปรีดี พนมยงค์ และภริยา เป็นต้น ซึ่งอยู่ภายในวัดพระศรีมหาธาตุฯ โดยแกนนำและมวลชนได้กล่าวขอพรจากดวงวิญญาณนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อเป็นสิริมงคลต่อสู้เอาชนะเผด็จการ นายพริษฐ์กล่าวว่า ขอให้วิญญาณทุกดวง ทั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายปรีดี และทหารที่ถูกสังหารทุ่งบางเขน คนเดือนตุลาและพฤษภาทมิฬมาที่นี่ เพื่อเป็นสิริมงคลในการโค่นล้มศักดินา โดยขอให้ช่วยคุ้มครองพวกเรา ให้พวกเราทำการสำเร็จ
    จากนั้นเวลา 18.01 น. จากเคารพธงชาติเสร็จสิ้น แกนนำบนรถปราศรัยประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กรมทหารราบที่ 11 โดยนายภาณุพงศ์ จาดนอก ประกาศว่าให้เดินหน้าอย่างเดียว
     เย็นวันเดียวกัน บริเวณลานหน้าห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว แนวร่วมคณะราษฎรจัดเวทีชุมนุม โดยนำรถกระบะติดเครื่องเสียงไว้ใช้ในการปราศรัย และจัดเฉพาะลานด้านหน้าห้างเท่านั้น ไม่มีการปิดพื้นผิวจราจรถนนลาดพร้าว ทั้งนี้ มีผู้มาร่วมชุมนุมอย่างบางตา ผู้ปราศรัยเน้นโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูป    จากนั้นเวลา 17.45 น. แกนนำขึ้นประกาศบนเวทีให้ร่วมกันชู 3 นิ้วและบอกว่าเวทีใหญ่ที่กรมทหารราบ 11 ได้ขอเรียกร้องกำลังไปเพิ่ม เพราะการชุมนุมที่นั่นเกิดปัญหาที่พวกเราไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ จึงขอให้เวทีย่อยประสานให้มวลชนไปรวมกลุ่มกันที่นั่น ดังนั้นเราจึงขอยุติการชุมนุมเวทีนี้ และเคลื่อนขบวนไปสมทบ
ประกาศชัยชนะรายวัน
    ต่อมาเวลา 18.30 น. รถเครื่องขยายเสียงที่มีแกนนำกลุ่มราษฎรอยู่ข้างบน ได้เคลื่อนถึงทางเข้ากรมทหารราบที่ 11 พร้อมเป็ดเหลืองซึ่งเป็นสื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ พร้อมโจมตีเจ้าหน้าที่ ซึ่งปกติบริเวณนี้จะมีไฟส่องสว่าง แต่พอผู้ชุมนุมมากลับปิดไฟด้านในทั้งหมด ทั้งนี้ รถเครื่องขยายเสียงได้หยุดจอดปราศรัยตรงบริเวณทางเข้าที่มีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอยู่ โดยจะใช้เป็นจุดปราศรัยหลัก 
    เวลา 18.40 น. นายพริษฐ์ประกาศชัยชนะพร้อมปราศรัยว่า กรมทหารราบที่ 11 เป็นศูนย์กลางความชั่วร้าย เป็นที่ที่ศักดินาใช้ทำร้ายประชาชนมาตลอด วันนี้ศักดินาแสดงความชั่วร้ายมากขึ้น เอาราบ 11 ไปเป็นของตัวเอง วันนี้มวลมหาประชาราษฎรขอประกาศยึดราบ 11 เป็นของประชาชน จากนั้นประกาศเปลี่ยนชื่อหน่วยทหารด้านหลังว่า “กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาราษฎร” วันนี้เรามาทวงสมบัติชาติ ทวงทหารของชาติคืน หากพวกท่านยังเป็นทหาร ขอให้เป็นทหารของชาติ ของประชาชนทุกคน ถ้าไม่ใช่ทหารของชาติ เขาเรียกว่ากุ๊ย และขอประกาศว่าพลทหารราบที่ 11 นี้ตกเป็นของประชาชนอย่างเป็นทางการแล้ว
    เวลา 19.14 น. นายพริษฐ์กล่าวขอความร่วมมือผู้ชุมนุมที่พยายามตัดรั้วลวดหนามหน้าราบ 11 ว่าเราไม่มีนโยบายจะบุกเข้าไป ดังนั้นขอพี่น้องอย่าไปเข้ายุ่งกับรั้วลวดหนาม ปล่อยให้เป็นประจักษ์พยานแบบนี้ และจะส่งผลกระทบกับภาพรวมของผู้ชุมนุม จะส่งผลเสียหายกับการเคลื่อนไหวของภาพรวม ดังนั้นอย่าเข้าไปยุ่งกับรั้วลวดหนาม และขอให้การ์ดเข้าไปดูแลด้วย
    ทั้งนี้ สำหรับผู้ชุมนุมหน้าราบ 11 ช่วงค่ำมีประมาณ 2,500 คน 
    ต่อมา เวลา 19.23 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า พวกเราจะต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธ แต่เราจะค่อยๆ เปิดแผลศักดินา เปิดแผลตรงไหนขยี้ตรงนั้น แล้วจะเรียกสื่อมาถ่ายทอดสดแผลนั้นด้วย ซึ่งวันนี้เป็นอีกแผลที่ใหญ่มาก เพราะปกติกองกำลังที่ติดอาวุธได้ต้องขึ้นตรงกับรัฐบาลเท่านั้น นอกจากนี้ วันนี้มีการแบ่งข้าราชการเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายตำรวจ ทหารธรรมดา กับคอแดง ซึ่งฝ่ายหลังจะกร่างกว่าเพื่อน 
    "เร็วๆ นี้เราจะเปิดแผลเรื่อยๆ ให้เห็น พรุ่งนี้ มะรืนนี้ รอฟังข่าวจากเพจหลักของเราอีกครั้ง สถานที่ที่เราจะไปแซ่บแน่ รับรองว่าแซ่บ ข้อมูลที่เราจะปราศรัย ขอบอกว่าคนบางคนถึงกับสะดุ้ง คิ้วกระดก ย้ำว่ายุทธวิธีเราคือเปิดแผลเน้นๆ แล้วเราจะชนะร่วมกัน" นายอานนท์กล่าว
    ต่อมาเวลา 20.30 น. นายพริษฐ์อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง โดยสรุปว่า สถาบันไม่จำเป็นต้องมีกองกำลังเป็นของตัวเอง ขอให้คืนอัตรากำลังพลและงบประมาณกลับคืน เพื่อไม่ให้สถาบันมีส่วนก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของรัฐบาล จากนั้นมีการโปรยแถลงการณ์ดังกล่าวบนสะพานลอย ขณะที่แกนนำบางส่วนพับแถลงการณ์เป็นเครื่องบิน ร่อนเข้าไปภายในกรมทหารราบที่ 11.


ตลก "สาระที่สุด" ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ตลก "ป๋าเทพ โพธิ์งาม" ส่วนตลกไร้สาระและ "บัดซบที่สุด" ต้องตลก "โทนาฟ โคแดง"!

เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"