"คล็อปป์"ประชดรักแร้ล้ำก็โดนมาแล้ว นิิ้วเท้าออฟไซด์ไม่มีปัญหา VAR ทำเสียโทษทดเจ็บอีก เสมอไบรท์ตัน


เพิ่มเพื่อน    

เจอร์เกน คล็อปป์ บอสทีม"หงส์แดง"ลิเวอร์พูล ได้หัวเสียอีก หลังอดได้ประตูเพราะ VAR 2 ครั้ง แต่ ทีมฝ่ายตรงข้ามได้ VAR ช่วยเอาจุดโทษในช่วงทดเจ็บ จบเกมเสมอ ไบรท์ตัน 1-1 แต้มหลุดมือที่ ดิ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ ประชดล้ำเพราะรักแร้ กับตราสโมสรก็เคยโดนมาแล้ว หนนี้เป็นนิ้วเท้าถือว่าออฟไซด์ชัดเจน
    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายทีมเจ้าบ้านได้ แต่ไม่ได้ประตู และในขณะที่ มาเน่ ออฟไซด์ชัดเจนในครึ่งหลัง แต่ ของ ซาลาห์ ดูจะก้ำกึ่งมาก ในตอนแรกไลน์แมนไม่เห็น แต่จากภาพพรีเพลย์ เท้าของดาวยิงชาวอิยิปต์ล้ำชัดเจน
    แต่ ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายที่บุกไปขึ้นนำได้ก่อน จาก ดิโอโก โชตา นาทีที่ 60 ทีมเยือนทำท่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มได้ แต่ช่วงทดเจ็บ เสียจุดโทษ ปาสคาล กรอส สังหารเข้าไปเป็นประตูตีเสมอให้ทีมเจ้าบ้าน
    หลังเกมการแข่งขัน คล็อปป์ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นมากนักเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก
    "ผมคิดว่าลูกออฟไซด์ 2 ครั้งนั้น ผมไม่ได้เห็นมันชัดเนนัก แต่ผมถามคนของเราแล้ว พวกเขาบอกว่าใช่ เพียงแต่จังหวะของ โม ถือว่าก้ำกึ่งมากๆ เราเคยโดนล้ำหน้าเพราะรรักแร้กับตราสโมสรมาแล้ว หนนี้เป็นนิ้วเท้า ก็โอเคล้ำหน้าชัดเจนกว่า"
    "กับ ซาดิโอ มันชัดเจนกับสิ่งที่ผมได้ยิน มันคือจุดโทษ ผมคิดว่าตัดสินถูกแล้ว"
    บอสชาวเยอรมัน หลังจากนั้น ขอปฏิเสธที่จะขยายความเพิ่ม เพราไม่ต้องการโดนเอาเป็นประเด็นขึ้นข่าวพาดหัวอีก ซึ่งตนมีแต่จะเสียมากกว่า
    "วันนี้ผมบอกว่ามันไม่ใช่จุดโทษ และคุณพอใจกับคำตอบ ดังนั้นคุณยังต้องการได้ยินอะไรอีก ผมบอกว่ามันเป็นจุดโทษ เพราะผู้ตัดสินเป่าหลังจากได้ดูจังหวะนั้นแล้ว"
    คล็อปป์ ถอด ซาลาห์ ออกช่วงกลางครึ่งหลัง และกองหน้าอียิปต์วัย 28 ก็แสดงอการไม่พอใจให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยืนยันว่าเขาตัดสินใจถูกแล้ว
    "ถ้า โม ยิ้มแย้มตอนเขาออกจากสนาม ผมว่าผิดปกติแล้ว" คล็อปป์ กล่าว "ผมเข้าใจได้ 100 เปอร์เซนต์ ปัญหาคือเขาเคยติดโควิด และพักมา 10-12 วัน เพิ่งได้ซ้อมแค่ครั้งเดียว ก็ลงเล่นไป 60 นาที จากนั้น 3 วันต่อมาก็เล่นอีก ดังนั้นเราต้องระวัง"
    ลิเวอร์พูล จะกลับมาลงสนามในนัดต่อไป คืนวันอังคารนี้ โดยจะเป็นบ้านรับการไปเยือนของ อาแจ็กซ์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
     ส่วนทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคืนวันเสาร์ ลงเตะในถิ่นเอติฮัด ไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0 ริยาด มาห์เรซ ทำแฮทริก โดยทั้ง 3 ประตูเกิดขึ้นในาทีที่ 6, 22, 69 ส่วนอีก 2 ประตูเป็นผลงานของ เบนจามิน เมนดี น.41 และ เฟร์ราน ตอร์เรส น. 66 นับเป็นครั้งแรกที่ ซิตี้่ ยิงได้เยอะขนาดนี้ในเกมพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เดือน กันยายน ที่สำคัญ พวกเขาทำได้โดยที่ไม่มีดาวยิงตัวหลักอย่าง แซร์โจ้ อเกวโร อยู่ในสนาม แต่ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยืนยันว่า หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ จะกลับมาซ้อมกับทีมได้ในเร็วๆนี้

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'