'ในหลวง-ราชินี' ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายบูรพกษัตริย์ - รัชกาลที่ 9


เพิ่มเพื่อน    

3 ธ.ค.63 - เวลา 18.36 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา 3 ธันวาคม 2563 สืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” รวมใจภักดิ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “พ่อแห่งแผ่นดิน” ณ พระลานพระราชวังดุสิต

ครั้นเสด็จฯ ถึงบริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ฯ ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสคัลยาณี วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ฯ กราบ

ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากบริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์ฯ ไปยังพลับพลาพิธี เสด็จฯ ถึงพลับพลาพิธี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ข้าราชการและประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าพลับพลาพิธีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงกราบ ทรงเปิดกรวย กระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประทับพระเก้าอี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี นั่งเก้าอี้ที่จัดไว้

จากนั้นเริ่มพิธีศาสนาพุทธ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานสงฆ์ถวายศีล จบ พระสงฆ์ 30  รูปสวดมาติกา จบ เจ้าพนักงานภูษามาลาลาดพระภูษาโยง เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวหน้า 10 รูป ประทับพระราชอาสน์ที่เดิม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวที่ 2  จำนวน 10  ไตร

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวที่ 3  จำนวน 5  ไตร

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวที่ 3  จำนวน 5 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร

พระสงฆ์ 30  รูปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา 3  ธันวาคม  2563  บำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม และสมเด็จพระราชาคณะแล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ ซึ่งจะเดินเข้ามารับ จนครบ 30  รูป ประทับพระราชอาสน์ที่เดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงหลั่งทักษิโณทุก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก

ศาสนาอิสลาม ผู้นำศาสนาอิสลาม จำนวน 30  คน ประกอบพิธีดูอาร์ขอพร นายประสาน  ศรีเจริญ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี นำกล่าวขอพร (กล่าวดูอาร์) ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นภาษาอาหรับ

ศาสนาคริสต์ ผู้นำศาสนาคริสต์ จำนวน 30  คน ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พราหมณ์ จำนวน 30  คน สวดถวายพระพรศาสนาซิกข์ ศาสนาจารย์ จำนวน 30  คน สวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา เสร็จแล้วพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้นำศาสนาอิสลาม,ศาสนาคริสต์,ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ 4  ศาสนา เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก 

จากนั้น เสด็จฯ  ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงกราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ เป็นผู้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปในพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา 3  ธันวาคม 2563  สืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” รวมใจภักดิ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “พ่อแห่งแผ่นดิน” ณ พระลานพระราชวังดุสิตดุสิต​​​​​

เมื่อ นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ ถึงยังอาคาร บก.หน่วยราชการในพระองค์ 904 (อาคาร 1)  พระที่นั่งอัมพรสถาน  พระราชวังดุสิต จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) กราบราบ นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏและนายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปยังรถยนต์พระประเทียบ 

นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ ขึ้นนั่งในรถยนต์พระประเทียบ นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ให้ นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ เพื่ออัญเชิญออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน ผ่านประตูภูธรลีลาศ ไปยังพระลานพระราชวังดุสิต เมื่อรถยนต์พระประเทียบถึงพระลานพระราชวังดุสิต นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ส่งให้นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ อัญเชิญขึ้นพระราชยาน แล้วนาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ เข้าขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) เข้าพลับพลาพิธี

เมื่อขบวนพระราชยานถึงพลับพลาพิธี นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ขึ้นประดิษฐานที่โต๊ะหมู่บูชา เรียบร้อยแล้ว นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ กราบราบที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย)

​ภายหลังเสร็จจากพิธีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นาวาเอก ธรรมรงค์  สุวรรณกูฏ อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) กลับมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตน้อย เป็นพระพุทธรูปลักษณะศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ขนาดหน้าตักกว้าง 23.40 เซนติเมตร องค์พระสูง 36.80 เซนติเมตร สร้างจากหยกสีเขียวเข้ม ประภามณฑล และฐานเป็นไม้จำหลักปิดทอง ตามประวัติกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า พระราชวังดุสิตเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมควรจะมีพระพุทธรูป เพื่อทรงสักการะบูชา เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หาแก้วมรกตขนาดใหญ่ พร้อมช่างฝีมือดี เพื่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเสาะหาหินหยกสีเขียวได้ในรัสเซีย และโปรดให้นายปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช่ เจ้าของร้านเครื่องทองประจำราชสำนักรัสเซียเป็นผู้สร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อปี 2457  จึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากประเทศรัสเซียมายังประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกกันอย่างย่อว่า พระแก้วมรกตน้อย

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์รวมศาสนา สำหรับพระราชทานแก่ประชาชนที่มาร่วมพิธีด้วย ทั้งพระราชทานอาหารมื้อเย็น พร้อมเจลแอลกอฮอลล์ที่ได้พระราชทานพรเป็นภาษามคธบนฉลากเจลแอลกอฮอลล์ด้านหลัง ความว่า “ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัย เดชะแห่งเทพทั้งปวง ขอให้โรคโควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จงพินาศไป ด้วยบุญญานุภาพแห่งพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า และพระบารมีธรรม 10 ประการ ขอความปลอดโรคและความสุขสวัสดี จงมีแก่ท่านทุกเมื่อเทอญ “ สำหรับเจลล้างมือสูตรถนอมผิวแบ่งเป็น 6 กลิ่น ได้แก่ ซากุระ,อัญชัน,กล้วยไม้,ทิวลิป,กุหลาบและมะลิ  นอกจากนี้ ยังมีแก้วเซรามิกอุ่นไอรัก แผ่นแม่เหล็กภาพเรือพระที่นั่งสำคัญ พระราชทานให้แก่พสกนิกรที่มาร่วมในพิธียังความปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และโปรดเกล้าฯให้กองแพทย์หลวงมาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมในพิธีสำคัญนี้ โดยประชาชนแต่งกายตามหลักศาสนา บางส่วนสวมเสื้อเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเข้าร่วมพิธีตามมาตรการป้องกันโรคระบาดของกระทรวงสาธารณสุข 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งผ่านราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จต่างพร้อมใจเปล่งเสียง“ทรงพระเจริญ” ถวายพระพรอย่างกึกก้อง รวมถึงเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีมาชูขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"