เชือดแกนนำ3นิ้ว! ศาลรธน.ไม่ทนแจ้งความปอท.ฐานดูหมิ่น


เพิ่มเพื่อน    

 

รัฐบาลบอกคดีบ้านหลวงประยุทธ์อวสานแล้ว อย่ารื้อฟื้นให้เป็นประโยชน์ทางการเมือง “เรืองไกร” ไม่ยอมร้อง กมธ.คุ้ยต่อ “ปิยบุตร” ปลุกม็อบบอกแค่กระดาษเปื้อนหมึก! ศาลรัฐธรรมนูญเลิกทนส่งตัวแทนแจ้งความ ปอท.เอาผิด “พริษฐ์” และพวกผิดมาตรา 198 ส่วนละเมิดอำนาจศาลรอดาบสอง “เพนกวิน” เพ้อหนักปูดข่าวมีฤกษ์ 6 ธ.ค. อุ้มฆ่าผู้นำกลุ่มราษฎร วง กมธ.ป.ป.ช.เดือด “พริษฐ์-ไมค์-ปารีณา” ฟัดกันนัว สารพัดสัตว์วิ่งพล่านทั้งไก่-หมู-แกะ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงมติเอกฉันท์ 9:0 ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  อาศัยบ้านพักรับรองของกองทัพบกถูกต้องตามระเบียบกองทัพ และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนจริยธรรม โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานพิธีเปิดงานมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2563 โดยโบกมือให้กลุ่มสื่อมวลชนและช่างภาพ และก่อนขึ้นรถได้ส่งมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ผู้มารอส่งด้วย
    ในขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร  วันนี้ถือว่าจบสิ้นในเรื่องนี้แล้ว จึงขอให้ทุกส่วนพิจารณาเรื่องของความถูกต้องในการกล่าวอ้างอิงอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการนำเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้หยอกผู้สื่อข่าวว่า "บุญนะนี่ที่ผมไม่ได้ขนของกลับ" ก่อนย้ำถึงเรื่องอาถรรพ์บ้านพิษณุโลก ว่าเรื่องผีนั้นไม่มี ไม่มีใครเคยเจอ สมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เคยเข้าพักก็ไม่เคยเจอ เพียงแต่หนวกหู เพราะขณะอาบน้ำยังได้ยินเลย
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความยุติธรรม ตัดสินอย่างตรงไปตรงมาตามข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ส่งกำลังใจและเชียร์ให้นายกฯ อยู่บริหารประเทศต่อไป เพราะเป็นบุคคลที่เสียสละทุ่มเททำงานอย่างจริงใจ จึงขอให้ฝ่ายค้านน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และอย่านำเรื่องนี้ไปวิพากษ์วิจารณ์ให้นายกฯ เกิดความเสียหายอีก
    "ตอนที่ฝ่ายค้านคิดจะเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ ก็คงจะหวังผลแบบลมๆ แล้งๆ ที่จะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลเอง และยังปล่อยข่าวตลอดมาว่ายังไงนายกฯ ก็ไม่รอดแน่ เป็นการปล่อยกระแสออกมา เพราะกิเลสตัณหาบ้าอำนาจของฝ่ายที่หิวโหยในอำนาจอยากกลับมาเป็นรัฐบาลเสียเอง โดยไม่ยอมให้ถึงวาระครบเทอมเพื่อเลือกตั้งใหม่" นายสุภรณ์กล่าว
    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาล โดยเฉพาะแกนนำพรรคก้าวไกล รวมทั้งคณะราษฎร ไม่ควรปลุกกระแสสร้างความขัดแย้งในสังคม และอยากเตือนแกนนำคณะราษฎรว่า ขอให้ระวังการละเมิดอำนาจศาล เพราะยังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโจมตีรัฐบาล โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
อัดกระดาษเปื้อนหมึก
    ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายและคำพิพากษาจะมีค่าบังคับได้ก็เพราะอำนาจบังคับให้เกิดผล อำนาจเกิดจากกลไกของรัฐบังคับสั่งการให้บุคคลถือปฏิบัติตาม และบุคคลผู้อยู่ใต้อำนาจยอมรับนับถือ และพร้อมเชื่อฟังปฏิบัติตาม ลำพังแต่ตัวอักษรที่ถูกเขียนเป็นกฎหมายหรือคำพิพากษานั้นไม่มีค่าบังคับใดๆ ดังนั้นหากบทบัญญัติแห่งกฎหมายและคำพิพากษาต่างๆ ปราศจากซึ่งกลไกรัฐในการบังคับการตามกฎหมายและการเคารพเชื่อฟังของคนแล้ว กฎหมายและคำพิพากษาเหล่านั้นก็จะมีค่าเป็นเพียงตัวอักษรและเศษกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น
“ต้องเชิญชวนประชาชนคนส่วนใหญ่ คนทั้งประเทศ ให้แสดงออกโดยพร้อมเพรียงกันว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขามันไม่ใช่กฎหมายและคำพิพากษา แต่เป็นเศษกระดาษเปื้อนหมึก เป็นถ้อยวาจาที่คนใส่ชุดครุยเข้าไปนั่งบนบัลลังก์แล้วพ่นออกมา พร้อมกันนั้นต้องทำให้กลไกรัฐที่ทำหน้าที่บังคับการตามกฎหมาย ตัดสินใจยุติการพลีกายรับใช้รัฐ และออกมาลุกขึ้นสู้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมนั้น” นายปิยบุตรโพสต์
    นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กเสนอว่า ให้ที่ประชุมใหญ่  ส.ส.ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า คืนอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญไปให้ที่ประชุม ส.ส.ดีที่สุด เพราะเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนตรวจสอบและลงโทษได้โดยประชาชน
    ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า จะรับเรื่องไว้ไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ โดยจะเรียก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อีดต ผบ.ทบ., พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาให้ข้อมูล
    วันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้แจ้งความนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่ได้โพสต์ข้อความที่ผิดกฎหมายทั้งหมด 4 โพสต์ ซึ่งทั้ง 4 โพสต์เป็นการดูหมิ่นศาลและดูหมิ่นเจ้าพนักงานอย่างชัดเจน
ฟ้องพริษฐ์และแกนนำ
ในเวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ส.ต.ท.มนตรี แดงศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานนิติการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ บก.ปอท. ผ่าน พ.ต.ท.นิติธร เดชระพีร์ รอง ผกก.สอบสวน กก.3 บก.ปอท. กรณีนายพริษฐ์และแกนนำกลุ่มราษฎรปราศรัยโจมตีการทำหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลังมีคำวินิจฉัยคดี พล.อ.ประยุทธ์ ที่การชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.
หลังจากพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 1 ชม. ส.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อและสื่อออนไลน์ พบข้อความการปราศรัยบางส่วนของนายพริษฐ์ในการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเข้าข่ายดูหมิ่นศาล จึงรับมอบอำนาจจากศาลรัฐธรรมนูญมาแจ้งความดำเนินคดีตามความในมาตรา 198 กฎหมายอาญา เบื้องต้นอยู่ที่พนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินคดีผู้กระทำผิดว่าจะมีใครบ้าง ส่วนกรณีการแสดงละครล้อเลียนการวินิจฉัยของศาลนั้น กำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ เชื่อว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอีกแน่นอน
         สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจำคุกตั้ง 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    ด้านความเคลื่อนไหวของการชุมนุมนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวตอบข้อถามถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกรอบ เป็นห่วงเรื่องการชุมนุมของกลุ่มราษฎรหรือไม่ ว่าก็ต้องไปถามคนชุมนุมดูสิ เพราะเราก็ไม่อยากให้มีชุมนุม
    ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมไม่ให้ชุมนุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สื่อก็ช่วยไปบอกเขาว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ และไม่ให้ชุมนุม ก็ขอความร่วมมือไม่ให้มาชุมนุม
    ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบความเสียหาย พบการฉีดสีบริเวณถนนและกำแพงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ทำให้เสื่อมค่าทรัพย์สาธารณประโยชน์ ทำให้สกปรก ความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ส่วนการจำลองศาลรัฐธรรมนูญ มีการเผาหุ่นผู้พิพากษานั้น กรณีดังกล่าวต้องพิจารณา เนื่องจากมีการกล่าวคำหยาบ กล่าวคำใดๆ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเสียหายนั้น ก็เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล
เพ้อ 6 ธ.ค.ฤกษ์ฆ่า
    สำหรับการกระทบกระทั่งของผู้ใช้ถนนกับการ์ดกลุ่มราษฎรที่ปรากฏคลิปวิดีโอนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การ์ดผู้ชุมนุมทำร้ายประชาชนและทำลายสิ่งของ ถือว่าเป็นการผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัว โดยผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธินแล้ว
    นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเวลา 16.20 น. ว่ามีข่าวจากแวดวงคนมีสีมาว่าในวันสองวันนี้อาจมีการจับกุมตัวแกนนำ และจะฝากขัง โดยเมื่อจับแกนนำเข้าคุกสำเร็จแล้วอาจมีการสังหารแกนนำในคุก ซึ่งถือฤกษ์วันที่ 6 ธันวาคมเป็นฤกษ์ฆ่า ขึ้นชื่อว่าเป็นข่าววงในก็ต้องฟังหูไว้หู ซึ่งไม่หวั่นไหวต่อข่าวพวกนี้ แต่ต้องเอามาบอกไว้เป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้รับทราบร่วมกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา  ถ้าจะช่วยกันได้ ช่วยกันแชร์ข่าวนี้ออกไปดักทางมัน ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
    ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์ จาดนอก  หรือไมค์ ระยอง สองแกนนำกลุ่มราษฎรเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ.ป.ป.ช. กรณีขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมตัวนายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังแล้ว รวมทั้งกรณีถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ซักถามเป็นหลัก  
    นายพริษฐ์กล่าวว่า นับแต่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมา มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการถูกจับจ้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ เช่น ส่งคนเข้ามายังบริเวณหอพักสังเกตการณ์ระหว่างทำกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปจนถึงการติดกล้องวงจรปิดถึง 8 ตัว บริเวณบ้านเช่าที่อาศัยรวมกันกับเพื่อน ย่านเชียงราก จ.ปทุมธานี ปกติมีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่เคยได้รับการดูแลอย่างดีแบบนี้มาก่อน ขณะนี้ถูกแจ้งความดำเนินคดีประมาณ 27 คดี บางคดีตำรวจใช้วิธีการแจ้งข้อหาหลายๆ ข้อหารวมกันเพื่อสร้างความลำบากในการแก้ข้อกล่าวหา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 17 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับมาตรา 116 ล่าสุดก็โดนคดีมาตรา 112 บางข้อหามองว่าเป็นการแจ้งข้อหาโดยมิชอบ ทำให้ไม่สามารถสู้คดีได้ ส่วนนายภาณุพงศ์หรือไมค์ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 6 คดี ล่าสุดคือมาตรา 112   
    นายพริษฐ์ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังเมื่อวันที่ 30 ต.ค. แต่กลับมีการอายัดตัว เนื่องจากมีคดีที่จังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และอุบลราชธานี ซึ่งถูกนำตัวไปที่ สน.ประชาชื่นนั้นในวันดังกล่าว และได้ร้องพบทนายตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หลอกล่อว่ารุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ซึ่งถูกแยกขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาขออายัดตัว จึงยอมขึ้นรถพร้อมไมค์ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่ สน.ประชาชื่น ก่อนขึ้นรถไปยัง สน.ประชาชื่น ได้ยินเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พูดว่าสงสัยต้องใช้กำลัง จากนั้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบ 6 นาย มากระชากตัวเพื่อนำขึ้นรถคุมขังผู้ต้องหา โดยไม่ได้แสดงตัวและไม่ได้แสดงหมายจับ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ 3 นายขึ้นรถไปด้วย และได้กดตัวไว้ไม่ให้ดิ้นและไม่ให้เปิดกระจกรถ ทำให้ไมค์เป็นลมในที่สุด ส่วนเศษกระจกที่บาดตามตัวเพนกวินนั้น จำไม่ได้ว่ากระจกแตกจนบาดตามตัวได้อย่างไร เพราะขณะเกิดเหตุชุลมุนกันมาก มารู้ตัวอีกทีคือถูกนำตัวลงมาจากรถควบคุมผู้ต้องหาแล้ว และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม 9 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดงหมายจับจาก สภ.พระนครศรีอยุธยาและอุบลราชธานี สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้ทีมกฎหมายทราบชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้ง 6 นายแล้ว แต่ยังไม่สามารถหารูปเพื่อให้ยืนยันตัวบุคคลได้
เดือดซัดไก่กับหมู
    “สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและไมค์ เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม และผู้เห็นต่างทางการเมือง ขอให้กรรมาธิการเรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วย”
    ขณะที่นายภาณุพงศ์อ้างว่า ตอนถูกควบคุมตัวไปยัง สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่พยายามพาไปเส้นทางทางป่า เพื่อหวังเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่บนรถด้วย ซึ่งก็พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือจนประชาชนได้ยินและได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปถึง สน.ประชาชื่น ทั้งนี้ ในการควบคุมตัวเป็นลม แต่ก่อนเป็นลมพยายามดึงแมสก์ที่เจ้าหน้าที่ใส่ปิดบังใบหน้า แต่หนึ่งในเจ้าหน้าที่เอาศอกมากระแทกที่อก ตัวชา จากนั้นก็เป็นลมไป  
    ในการชี้แจงช่วงท้าย มีการโต้เถียงกันระหว่าง น.ส.ปารีณา กมธ.ป.ป.ช. กับนายภาณุพงศ์และนายพริษฐ์ โดย น.ส.ปารีณาได้สอบถามทั้ง 2 คนเกี่ยวกับการปล่อยตัวว่าการจะปล่อยตัวได้นั้นต้องมีหมายศาลมาที่เรือนจำก่อนจึงปล่อยตัวได้ใช่หรือไม่ นายภาณุพงศ์ยอมรับว่าใช่ และพยายามอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ น.ส.ปารีณาแย้งขึ้นมาว่าไม่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำอีก เพราะได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้นายพริษฐ์พยายามอธิบายและลุกขึ้นชี้มือไปทาง น.ส.ปารีณา ทำให้ น.ส.ปารีณาลุกขึ้นยืนและชี้นิ้วกลับไปว่า อย่าชี้หน้า ที่นี่ไม่ใช่ม็อบ ทำให้นายพริษฐ์โต้กลับว่า “ที่นี่ไม่ใช่เล้าไก่” โดย น.ส.ปารีณาตอบกลับว่า “ดิฉันเคยเลี้ยงไก่ แต่ดิฉันไม่ชอบเลี้ยงหมู”    
    น.ส.ปารีณาได้ถามว่า จะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำการโดยมิชอบตามที่กล่าวหาหรือไม่ โดยนายภาณุพงศ์กล่าวว่า การที่ถามเช่นนี้ไม่ได้ฟังในสิ่งที่ได้ชี้แจงกรรมาธิการไปก่อนหน้านี้ว่ากำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่ง น.ส.ปารีณากล่าวว่า “ดิฉันไม่ชอบฟังเด็กเลี้ยงแกะ ก็เลยฟังบ้างไม่ฟังบ้าง”  นายพริษฐ์ได้สวนขึ้นมาอีกว่า “ต้องเลี้ยงไก่ใช่ไหมครับ”  ขณะที่ น.ส.ปารีณาย้ำอีกว่า “ดิฉันเลี้ยงไก่ค่ะ แต่ไม่เลี้ยงหมู”  
    จากนั้น นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการ กมธ. ได้ตัดบทว่า ผู้มาชี้แจงทั้ง 2 คนไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถาม หากคำถามไหนตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ แต่สามารถส่งเป็นเอกสารมาชี้แจงในภายหลังได้ ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวสรุปว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเรียก ผบ.ตร.และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ทั้ง 2 คนกล่าวถึงมาชี้แจงต่อ กมธ.ต่อไป  
    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศาลนัดสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ 1124/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 เป็นโจทก์ ฟ้องนายพริษฐ์เป็นจำเลย ในฐานความผิดไม่ได้แจ้งการจัดชุมนุมสาธารณะกับเจ้าพนักงานในท้องที่ตามกฎหมายก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และความผิดอื่นๆ ซึ่งเมื่อถึงเวลานายพริษฐ์ไม่มาศาล โดยทนายความเข้ามายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เนื่องจากเป็นวันสอบของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสอบคำให้การในวันที่ 18 ม.ค.2564 เวลา 09.00 น.แทน.
         

 


เรามักเข้าใจว่า..... มีแต่ "สัตว์เดรัจฉาน" เท่านั้น ที่แยกเป็นชนิดๆ ความจริง "มนุษย์" ก็ด้วย ยังมีแยกเป็นชนิดๆ ในแต่ละชนิดนั้น จัดเข้าหมวดหมู่ได้ ๕ จำพวก

"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?