พ่อแห่งแผ่นดิน


เพิ่มเพื่อน    

 

ในหลวงทรงจุดเทียนมหามงคลท่ามกลางมหาสมาคมพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ถวายราชสดุดี รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.9 พระราชทานพระราชดำรัส เราทุกคนร่วมจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งรัชสมัย ทรงวางรากฐานการพัฒนาประเทศไทย ดำรงมั่นคงอยู่ด้วยความเข้มแข็งให้ชาวไทยทุกคน ตลอดจนผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพำนักอาศัย
    เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 17.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563
         รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พระทวารเทเวศรรักษา พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ
         ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก,    พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ
       จากนั้นทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์
ทรงจุดเทียนมหามงคล
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิทรงธรรม ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล เมื่อพระเทพพัชรญาณมุนี  สำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จังหวัดนครราชสีมา ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ประทับพระราชอาสน์
         เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว ลาดพระภูษาโยง เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 15 ไตร (เที่ยวแรก) ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งแล้ว เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 15 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์
         จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9  พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร  ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง
        จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ประทับรถยนต์ไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการทรงจุดเทียนมหามงคล เพื่อถวายราชสดุดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ  และวันพ่อแห่งชาติ ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จ
ร่วมจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว
        เมื่อเสด็จฯ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประธานจัดงาน และคณะกรรมการจัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงพระดำเนินขึ้นบนเวที ทรงยืนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปประทับพระเก้าอี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เดินไปนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ แล้วทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร
    ก่อนพระราชทานพระราชดำรัสเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ  ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีจุดเทียนมหามงคล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ทั้งได้มาอยู่ท่ามกลางประชาชนทุกหมู่เหล่า ในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งรัชสมัย
    ดังเป็นที่ประจักษ์ว่า ได้ทรงวางรากฐานการพัฒนาประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดำเนินก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงยั่งยืน โดยการส่งเสริมพัฒนาการศึกษา การแพทย์ และการสาธารณสุข ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักการดำเนินชีวิตและประพฤติตนปฏิบัติงานไว้ คือ เศรษฐกิจพอเพียง ยึดมั่นในทางสายกลาง กระทำการทุกอย่างให้พอเหมาะพอดี โดยอาศัยความมีเหตุผลเป็นเครื่องพิจารณา อาศัยวิชาความรู้เป็นเครื่องมือปฏิบัติ และอาศัยคุณธรรมความสุจริตเป็นเครื่องกำกับประคับประคอง
    ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร ประกอบอาชีพการงานใด ย่อมมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง สามารถพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น เจริญขึ้น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลกได้ ประเทศไทยจึงดำรงอยู่ด้วยความเข้มแข็ง ให้ชาวไทย ตลอดจนผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพำนักอาศัย ได้มีชาติบ้านเมืองเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นจุดหมายร่วมกัน ในอันที่จะรักษาสิ่งที่ดีงามของชาติ
    พร้อมทั้งปฏิบัติสร้างสรรค์ความดีความเจริญ เพื่อความร่มเย็นเป็นปรกติสุข ความมั่นคงเป็นปึกแผ่น และความเจริญยั่งยืนของประเทศ ประชาชนชาวไทยจึงเคารพเทิดทูนพระองค์ในฐานะพ่อแห่งแผ่นดิน และถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพเป็นวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เสมอมา ขอพระบารมีของพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติและประชาชนไทยให้มีความวัฒนาผาสุกตลอดไป
    จากนั้น เสด็จฯ ไปยังเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แล้วทรงถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพุ่มดอกไม้ 2 พุ่ม ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ แล้วทรงถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า แล้วทรงจุดเทียนมหามงคล ก่อนถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ทรงผินพระพักตร์ไปทางด้านทิศเหนือออกสู่ผู้ร่วมพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ต่อมาเจ้าพนักงานพระราชพิธีนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟสำหรับทรงถือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี รับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี และเข้าเฝ้าฯ ขอพระราชทานต่อเทียนที่ทรงถือ
ทรงแย้มพระสรวลให้กับราษฎร
         เมื่อเสร็จการต่อเทียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเทียนชนวนคืนให้เจ้าพนักงานพระราชพิธี แล้วทรงผินพระพักตร์ไปทางด้านทิศใต้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับโคมเทียน และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี รับโคมเทียนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี จากนั้นทรงถือโคมเทียน และถือโคมเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมกับผู้ร่วมพิธี 89 วินาที เจ้าหน้าที่ตีกังสดาลให้สัญญาณเริ่ม 1 ครั้ง และสิ้นสุด 1 ครั้ง แล้วพระราชทานโคมเทียนคืนแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ก่อนเสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม และทอดพระเนตรการแสดง 3 ชุด คือ 1.การแปรอักษรภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยอากาศยานไร้คนขับจำนวน 650 ลำ ประกอบเพลง KING OF KINGS 2.การแสดงการขับร้องเพลงประสานเสียงโดยเด็กและเยาวชน และ 3.การแสดงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทย
      เมื่อจบการแสดง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปยังเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ทรงถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ แล้วเสด็จลงจากเวที เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
         ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารมื้อเช้า กลางวัน และเย็น พร้อมอาหารว่าง รวมทั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสูตรถนอมผิวให้แก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ และร่วมพิธีจุดเทียนมหามงคล ณ ท้องสนามหลวง นอกจากนี้ โปรดเกล้าฯ ให้กองแพทย์หลวงมาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมในพิธีสำคัญนี้ โดยประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และสวมหน้ากากอนามัยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดของกระทรวงสาธารณสุข
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ประทับรถยนต์ไฟฟ้าพระที่นั่งออกจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เสด็จออกทางประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน  จนถึงแยกศาลหลักเมือง รถไฟฟ้าพระที่นั่งเคลื่อนผ่านถนนราชดำเนินในต่อไปจนถึงหน้าศาลฎีกา เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  
    ระหว่างเสด็จฯ ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวลให้กับราษฎร บุคคลที่มีชื่อเสียง ศิลปิน ดารานักร้องจำนวนมากที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองฟากฝั่งถนนเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลือง บางกลุ่มแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ต่างโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” อย่างกึกก้อง ตลอดเส้นทางที่รถไฟฟ้าพระที่นั่งเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ประชาชนก้มกราบด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บางคนเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงความเทิดทูนและจงรักภักดี.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"