“แม็กเท็กซ์” ชูนวัตกรรมใหม่ พัฒนาธุรกิจแป้งรับนิวนอร์มอลอัพสู่มาตรฐานโลก


เพิ่มเพื่อน    

        “แม็กซ์เท็กซ์” พัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่หนึ่งเดียวในโลกสำหรับกระบวนการโม่แป้งข้าว ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย สร้างความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ในธุรกิจแป้ง รองรับธุรกิจอาหารและการส่งออกแป้งที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำแบรนด์ฝีมือคนไทยที่ได้มาตรฐานระดับโลก ปักธงรุกหนักตลาดเวียดนาม เชื่อเป็นประเทศที่เติบโตรวดเร็วและมีปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ดีหนุน ตั้งเป้าสร้างรายได้ทั่วโลกทะลุ 2 หมื่นล้าน ภายใน 10 ปีนี้

        หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง (ล็อกดาวน์) เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้วิถีชีวิตของประชาชนและภาคธุรกิจทั้งหมดเปลี่ยนไป การปรับตัวให้สอดรับและเดินหน้ากับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ซึ่ง “แม็กซ์เท็กซ์ เทรดดิ้ง กรุ๊ป” ผู้พัฒนากระบวนการผลิตแป้งข้าวชนิดโม่น้ำ (Wet Milling Method) ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่เพียงแค่ปรับตัว แต่ยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตที่สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจและรูปแบบชีวิตในปัจจุบันด้วย

        “ไตรภพ บุญเหมือน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็กซ์เท็กซ์ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจอาหารเป็นกลุ่มที่สามารถอยู่รอดได้มากที่สุด เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังต้องบริโภคอาหารทุกวัน บวกกับปัจจุบันคนทั่วไปมีแนวโน้มหันมาสนใจในเรื่องของ Wellness และรักสุขภาพมากขึ้น ตามเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะ Gluten ที่มีอยู่ในแป้งข้าวสาลี ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ แต่แป้งข้าวเจ้าไม่มีกลูเตน (Gluten Free) ทำให้คนหันมาทำอาหารรับประทานเอง เพราะสามารถคัดสรรหรือเลือกวัตถุดิบได้

        ที่ผ่านมาบริษัทได้เร่งพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่างสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และขยายผลการดำเนินการทางด้านธุรกิจ ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน และสร้างความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ในธุรกิจแป้งข้าวชนิดต่างๆ ซึ่งในปี 2562 ไทยมีการส่งออกแป้งข้าวเจ้ามูลค่าสูงถึง 1,329 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงประมาณ 5.17% ทำให้เชื่อว่ายังเป็นธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำ ผู้ผลิตจึงหันมาให้ความสำคัญกับการแปรรูปข้าวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

        “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเวลาที่ไม่สามารถออกไปนำเสนอสินค้าและพบลูกค้าในตลาดต่างประเทศได้ บริษัทจึงใช้ช่วงเวลานี้เตรียมงาน โดยการให้ความรู้และข้อมูลต่างๆ จัดอบรม ทั้ง In House Training และ Online Training สำหรับบุคลากรของบริษัททั้งไทยและต่างประเทศ มีการจัดวางระบบการนำเสนอต่างๆ พร้อมทั้งทำการวิจัยและพัฒนา ทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมและการสนับสนุนทางด้านการตลาดเพื่อรองรับการเปิดตัวหรือการขยายตัวของตลาดหลังวิกฤติโควิด-19”

        “ไตรภพ” กล่าวอีกว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่รายแรกของโลกในรูปแบบ Mini Factory และโครงการ Maxtex Rice Flour Mill หรือกระบวนการผลิตแป้งด้วยกรรมวิธีผลิตแบบโม่น้ำ (Wet Milling Method) สำหรับแปรรูปข้าว โดยจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้เข้ามาลงทุน ซึ่งพบว่า หลังจากเปิดตัวไปได้รับผลตอบรับที่ดีมากสำหรับตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม มีนักลงทุนที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะลงทุนในขนาดกำลังการผลิตต่างๆ โดยเสนอเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกขนาดได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ 75-2,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ซึ่งขนาดที่ใหญ่ขึ้นจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้มีการคืนทุนเร็วขึ้นด้วย

        โดยจุดเด่นคือ Maxx-75 RFPC โรงงานแปรรูปข้าวเป็นแป้ง (SMEs) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มี Know How มีเทคโนโลยีของตัวเอง และบริษัทเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่ทำกระบวนการผลิตแป้งข้าวแบบโม่น้ำขนาดกะทัดรัด กำลังการผลิต 75 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตถึง 150 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ในรุ่น Maxx – 150 RFPC ซึ่งบริษัทมีการทำ Feasibility Study และ ROI เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นโอกาสความเป็นไปได้ในการลงทุน ว่าใช้งบประมาณในการลงทุนจำนวนเท่าไหร่ และใช้ระยะเวลาในการคืนทุนกี่ปี ซึ่งเรามีการคำนวณให้เห็นอย่างชัดเจน ว่ามีการใช้เงินลงทุนน้อย และคืนทุนเร็วมาก

        อีกจุดขายสำคัญของเครื่อง Maxx – 75 RFPC คือ เป็นเครื่องจักรขนาดกะทัดรัด จึงไม่จำเป็นต้องกักตุนหรือใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก เพียงแค่ใช้วัตถุดิบ 75 กิโลกรัม/ชั่วโมง ขึ้นไปก็เพียงพอในการเริ่มกระบวนการแล้ว และยังสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้หลากหลาย อาทิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวนึ่ง ข้าวญี่ปุ่น ข้าวบาสมาติ โดยเฉพาะข้าวออร์แกนิก ขั้นตอนการทำงานไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดง่าย แตกต่างจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้วัตถุดิบในปริมาณมากๆ ถึงจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า Maxx-75 RFPC เป็นกระบวนการผลิตแป้งข้าวแบบโม่น้ำที่มีการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอด สร้างรายได้ทวีคูณ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าและระยะเวลาในการลงทุนนับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเป็นอย่างมาก

        ทั้งนี้ ในปี 2564 บริษัทเตรียมงบประมาณทางการตลาดกว่า 60 ล้านบาท ที่จะเร่งดำเนินการด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ทั้งใน-ต่างประเทศ ซึ่งจะมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารให้นักลงทุนได้รับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท ว่ามีข้อดี ข้อเด่น และสามารถผลิตอะไรได้บ้าง มีความคุ้มค่าในการลงทุน ที่สำคัญยังมีการคืนทุนที่รวดเร็วมาก และสร้างจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรระดับพรีเมียมจากเมืองไทย หรือ Premium Product from Thailand หลังจากนั้นจะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของการเปิดให้เยี่ยมชมสินค้า (Open House) การแสดงสินค้า (Road Show) และการจัดทำนิทรรศการ (Exhibition) ต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในปี 2564 เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น และเป็นการสร้างโอกาสทางเลือกให้กับนักลงทุนอีกด้วย

        โดย “ไตรภพ” วาดภาพว่า จะมีรายได้จากทั่วโลก 20,000 ล้านบาท หรือประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 10 ปี หรือภายในปี 2574 ทั้งส่วนของ Compact Unit และ Large Size Unit โดยแบ่งเป็นตลาดเวียดนาม มูลค่า 6,000 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศไทยคาดว่าจะมียอดขาย Maxx 75 RFPC 10 Unit ต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท และขนาดการผลิต 300-2,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง จำนวน 2 Unit ต่อปี มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

        อีกทั้งยังวางแผนการจัดจำหน่ายไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาทอีกด้วย โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่จะเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้โครงการนี้เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น รวมทั้งใช้ระบบ Agent, Distributor และรูปแบบ Franchise มาสร้างเครือข่ายหรือเน็ตเวิร์กในการทำธุรกิจแบบ Worldwide เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์ฝีมือคนไทยที่มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก.


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต