'นท เดอะสตาร์'ถูกยกให้เป็นนางฟ้าที่เกาะเต่า


เพิ่มเพื่อน    

 

          ถูกยกให้กลายเป็นนางฟ้าประจำเกาะเต่าไปแล้วสำหรับ นท เดอะสตาร์ หรือ นท พนายางกูร หลังเจ้าตัวได้ไปร่วมกิจกรรมด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับชาวบ้านโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และใน Big Cleaning Day ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี นทก็ไม่พลาดที่จะมาทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับชาวบ้านอีกครั้ง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า

          "ตอนแรกที่มาเกาะเต่านั้นมาเรียนการอนุรักษ์ หรือไบโอโลจี(ชีววิทยา) ที่ นิวแฮฟเว่น ซึ่งเป็นที่เดียวที่สอนในเกาะเต่า ซึ่งการที่นทมาแล้วก็รู้สึกว่ามันใช่มาก ก็เลยมาเกาะเต่าทุกเดือนตั้งแต่ตอนนั้น ก็มาประมาณ 2 ปีที่แล้ว เหตุผลว่าทำไมถึงมาเรียน ก็เป็นเพราะว่าสนใจอยากอนุรักษ์ พอเราดำน้ำแล้วเราก็อยากทำให้มันยั่งยืน โดยเฉพาะเวลาที่เรามาดำน้ำแล้ว  เราเลยคิดว่าทำอย่างไรถึงอยากจะเปลี่ยนแปลงท้องทะเลได้ มนุษย์เราเกิดจากธรรมชาติ บางครั้งเราอยู่ในเมือง เราก็ลืมตัวไปว่า จริงๆแล้วเราเกิดจากธรรมชาติ เราต้องกลับมาดูแล ถ้าเราลืมธรรมชาติก็จะไม่มีโลกนี้ให้อยู่

          การที่ นท จบสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ จากคณะสถาปัตยกรรม เลยสามารถเอาความคิดด้านครีเอทีฟติงกิ้ง มาออกแบบโปรแกรม เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาที่ต้องการ จึงทำเป็นเวิร์คช้อป 7 อาทิตย์ให้กับเรือหางยาว ผู้จัดการโรงแรม และก็เด็กๆ ให้มันขับเคลื่อน ซึ่งมันก็จะมีโปรแกรมที่ชื่อว่า Eco-volunteerism โดยเปิดรับอาสาสมัคร ที่ต้องเสียเงินมาทำกิจกรรม ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ได้ ก็จะนำไปขับเคลื่อนโครงการ ของโรงแรมด้วยเช่นกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะเห็นว่าโรงแรมเขามีคอร์สท่องเที่ยวแบบนี้นะ ซึ่งโปรแกรมนี้มอบให้โรงแรมฟรีๆ เขาสามารถทำต่อไปได้แบบยั่งยืนหรือกับนักท่องเที่ยวที่สนใจได้เลย

          สิ่งที่เราได้จากการกิจกรรมนี้ เราคือได้ความฟินว่าเราทำสำเร็จหรือเปล่า ไม่ใช่ได้รายได้ คือรู้สึกเราเป็นคนที่ขับเคลื่อนอย่างที่เรียกว่า "เราต้องการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้” นั่นคือสิ่งที่เราต้องการค่ะ" นทบอกและเห็นว่าการเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นนักแสดง นักร้อง เซเลบริตี้ จะเป็นต้นทุนสำคัญให้งานลุล่วงและได้รับความสนใจร่วมมือ จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆคนดังทั้งหลายได้ลองหาเวลาทำงานจิตอาสาต่างๆ

          นทคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะพวกเราเป็นคนที่อยู่ในสปอตไลท์ เวลาที่เราพูดอะไรแล้วเสียงมันจะดัง หรือแม้แต่เซเลบริตี้คนอื่นๆ ที่อาจไม่ได้มาลงพื้นที่โดยตรง เขาก็อาจจะสามารถเป็นกระบอกเสียงได้ คือทำให้คนได้รู้ปัญหา และตระหนักมากขึ้น รวมถึงจะแก้ไขอย่างไร เพราะมันเป็นปัญหาของทุกคนไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง อยากให้เข้ามาร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ว่าทำสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เจ๋งน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อ แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญ และเด็กๆเขามองคนเหล่านี้ เป็นเหมือนไอดอลอยู่แล้วค่ะ"

 

 

 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'