“ปลัด ศธ.” ติวเข้ม ศธภ.-ศธจ. แนวทางการยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษา


เพิ่มเพื่อน    

 

15ธ.ค.63- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้มอบนโยบายการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้แก่ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหารระดับสำนัก จำนวน 200 คน ซึ่งได้เน้นย้ำนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการขับเคลื่อนโมเดลการศึกษายกกำลังสองที่ต้องการให้การศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวทางการยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษาที่จะให้ศธจ.เป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ ซึ่งรมว.ศธ.ได้กำหนดให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องโมเดลดังกล่าว
 
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับภูเก็ตโมเดลจะมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 49 แห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  (สพม.) 7 แห่ง  และโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อีก 29 แห่ง ที่ได้กำหนดโมเดลในแต่ละแนวทางไว้แล้ว เช่น โมเดลกลุ่มป่าคลอกใช้แนวทางโรงเรียนเครือข่ายวางแผนรวมกลุ่มโรงเรียนกัน เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อรวมกลุ่มกันแล้ว ต่อไปในอนาคตหากโรงเรียนใดไม่มีการจัดการเรียนการสอนอีกต่อไป ก็สามารถนำพื้นที่โรงเรียนนั้นมาใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ เช่น ปรับเป็นหอพักครูและข้าราชการในพื้นที่ หรือยกเลิกการเช่าพื้นที่ของโรงเรียนได้ เป็นต้น 

“เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ศธภ.และศธจ.ทุกแห่งจะต้องกลับไปจัดทำแผนที่โรงเรียนในจังหวัดของตัวเองร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพราะเมื่อได้เห็นภาพของภูเก็ตโมเดลแล้วจะต้องจัดทำแผนที่โรงเรียนของจังหวัดนั้นๆ เพื่อจะได้รู้ข้อมูลว่าโรงเรียนแต่ละแห่งในจังหวัดที่ตัวเองรับผิดชอบมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งผมกังวลว่าในจังหวัดใหญ่ๆศธภ.และศธจ.จะสามารถจัดทำแผนที่ได้หรือไม่ เพราะต้องเจาะลึกรายละเอียดโรงเรียนจำนวนมาก ทั้งนี้แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดเราไม่อยากใช้คำว่าควบรวมโรงเรียน แต่จะเป็นการสร้างโรงเรียนแม่เหล็กที่มีคุณภาพที่มีการเติมทั้งงบประมาณ สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อดึงเด็กให้เข้ามาเรียนในโรงเรียนแม่เหล็กนี้ เพราะเท่าที่ทราบนายกรัฐมนตรีสนับสนุนแนวคิดนี้และต้องการให้เห็นภาพการยกระดับของทุกจังหวัด”ปลัด ศธ.กล่าว

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.