หวยชุดเริ่ม16ก.ค.


เพิ่มเพื่อน    

    กองสลากดีเดย์ขายหวยรวมชุด 5 ใบงวดแรก 16 ก.ค.นี้ เผยเสียงส่วนใหญ่หนุน นำร่องระยะแรกงวดละ 20 ล้านใบ ด้านรายย่อยวอนลดต้นทุนลงอีก เหตุยี่ปั๊วบวกกำไรเพียบ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันชี้ไม่แก้สลากแพง เพราะยังมีเสือนอนกิน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า สำนักงานสลากฯ จะเดินสายรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับนโยบายการจำหน่ายสลากรวมชุดเองของสำนักงานสลากฯ โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ และจดหมายเปิดผนึก พบว่าประมาณ 70% สนับสนุนให้มีการรวมชุดจำหน่าย ซึ่งหลังจากรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว จะสรุปรายละเอียดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าจะสามารถจัดจำหน่ายสลากรวมชุดได้เร็วที่สุดภายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561

    ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะนำสลากจำนวน 20 ล้านฉบับ มารวมชุด ชุดละ 5 ฉบับ คิดเป็น 4 ล้านชุด ส่วนอีก 60 ล้านฉบับจะขายแบบใบเดี่ยวเหมือนเดิม โดยสลากรวมชุดจะเป็นการนำสลากแบบใบเดี่ยวราคา 80 บาท มารวมเป็นชุด 5 ใบ ซึ่งขายได้ง่ายกว่าแบบใบเดียวราคา 400 บาท และตรงกับความต้องการของประชาชนมากกว่า

    “หลังจากรับฟังความคิดเห็น 70% เห็นด้วยกับแนวทางการรวมชุดของสลาก แต่ยังมีประเด็นที่เป็นเสียงแตกอยู่ คือ จะให้จำหน่ายเป็นร้านค้าประจำจุด หรือขายหาบเร่เหมือนเดิม ซึ่งสำนักงานสลากฯ อยากให้มีการขายแบบประจำจุดมากกว่า เพราะสามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยจะมีการติดกล้องวงจรปิด ใช้แอปพลิเคชันยืนยันการขายแบบรวมชุดให้ตรวจสอบได้ง่าย” นายธนวรรธน์กล่าว

    นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า หากการรับฟังความคิดเห็นสรุปว่าให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้ ก็ไม่ต้องเรียกผู้ขายมาทำสัญญาใหม่ เพราะสัญญาเดิมมีการเปิดกว้างให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้อยู่แล้ว แต่หากพบว่ายังมีการขายเกินราคา ก็สามารถดำเนินการตัดโควตาได้ทันที ซึ่งปัจจุบันได้มีการตัดโควตาสำหรับผู้ทำผิดไปแล้ว 5 พันราย

    สำหรับข้อเสนอเรื่องการขอให้มีการปรับเพิ่มโควตาสลาก สำหรับผู้ค้ารายย่อย จากปัจจุบันได้รายละ 5 ชุดนั้น รัฐบาลขอยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปรับเพิ่มโควตาดังกล่าวแต่อย่างใด โดยยังเป็นไปตามนโยบายเดิมทั้งหมด

    ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับสลากรวมชุด แต่ควรสลายการรวมชุดมากกว่าทำเสียเอง เพราะแก้ไขการขายเกินราคาไม่ได้ หรือทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากลอตเตอรี่ยังคงเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ค้าคนกลางที่รับซื้อมาจากผู้ค้าที่ได้รับโควตา แต่ไม่ยอมขายเอง เมื่อสำนักงานสลากฯ นำลอตเตอรี่รวมชุดออกมาจำหน่าย ยิ่งทำให้ราคาลอตเตอรี่ยังแพงขึ้น กลายเป็นรัฐบาลส่งเสริมการซื้อลอตเตอรี่แบบทวีคูณ จาก 1-2 ใบ ต้องมาซื้อเป็นแบบชุด 5 ใบ ทำให้ผู้บริโภคเสียเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม

    ขณะที่ นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สนับสนุนให้รวมลอตเตอรี่เป็นชุด แต่ขอให้แยกลอตเตอรี่เป็นคนละใบ เพราะหากใช้ใบเดียวแทน 5 ใบ หรือ 10 ใบ ผู้ค้าจะไม่สามารถแยกขายได้ และต้องการให้จัดสรรลอตเตอรี่รวมชุดให้กับผู้ค้ารายย่อย เพราะกระบวนการปัจจุบันผู้ค้าจะต้องนำลอตเตอรี่ใบเดี่ยวไปแลกเป็นลอตเตอรี่รวมชุด ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นใบละ 10 บาท ทำให้ต้องขายลอตเตอรี่ในราคาแพงขึ้น แต่หากจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยราคาลอตเตอรี่จะขยับลงมาที่ใบละ 80 บาทแน่นอน

    นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับสำนักงานสลากฯ ที่จะทำลอตเตอรี่รวมชุด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป และหันมาซื้อแบบรวมมากชุดมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคาลดลงได้ ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ต้องมีแอปพลิเคชันหรือช่องทางโซเชียล เช่น ไลน์ เพิ่มเติมในการร้องเรียน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแจ้งข้อมูลและรูปภาพส่งให้ตรวจสอบได้ทันที

    อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ควรมีนโนบายการขายสลากออนไลน์ เพราะจะทำให้เกิดความเป็นธรรม และยังช่วยนำเงินใต้ดินที่มีกว่า 3 แสนล้านบาท มาเข้าระบบให้ถูกต้อง รวมทั้งให้ความสำคัญกับผู้พิการและผู้มีรายได้น้อยในการรับสิทธิ์ได้ขายก่อน เช่น การจัดทำตู้จำหน่ายสลากออนไลน์ และให้สิทธิ์กับผู้ที่มีโควตาเดิมก่อน

    ส่วน นายประสาน น้อมจันทึก ผู้แทนกลุ่มสลาก 5  ภาค กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วต้องมีการทำสลากรวมชุด เพราะที่ผ่านมากว่า 23 ปี ที่มีการขายสลากเกินราคา เสนอให้มีการจัดทำสลากรวมชุดแบบสลากใบเดียว แต่ขนาดต่างกัน ราคา 80, 240 และ 400 บาท โดยต้องการให้กระจายสลากเข้าถึงผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยตัวจริงมากที่สุด ขณะเดียวกันอยากให้สำนักงานกินแบ่งรัฐบาลลดต้นทุนสลากลง จากเดิมใบละ 68.80-70.40 บาท เพราะเมื่อมาถึงยี่ปั๊วจะบวกราคาเพิ่มและขายต่อราคาใบละ 85-88 บาท ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยต้องขายสูงราคาใบละ 100-120 บาท.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"