อย่าลูบหน้าปะจมูก


เพิ่มเพื่อน    

     เห็นคำสั่ง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ที่ 2101/2563 ลงวันที่ 16 ธ.ค.63 ที่ พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.ทท. สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ พล.ต.ต.รณกร  ฤทธิรงค์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 (ผบก.ทท.2) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย มีกำหนด 30  วัน โดยให้ขาดจากต้นสังกัด ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

            ซึ่งเป็นคำสั่งล้อมาจากคำสั่งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ 2100/2563 ลงวันที่ 15 ธ.ค.63 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อสังคมออนไลน์ เผยแพร่ข้อความ "บิ๊กสีกากี ระดมทีมเฉพาะกิจเก็บค่าตั๋วสถานบันเทิง" ระบุถึงอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในภาคอีสานและปัจจุบันมาดำรงตำแหน่งในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยข่าวรายงานว่าบิ๊กสีกากีรายนี้ได้ระดมกึ่งบังคับลูกน้องให้เข้าร่วม "ทีมเฉพาะกิจ" ออกเก็บ "ค่าต๋ง ค่าตั๋ว" จากสถานประกอบการยามค่ำคืนในพื้นที่ภาคอีสานใต้

            อ่านทุกถ้อยกระทงความที่เชื่อมโยงคำสั่ง เด้ง!!! "บิ๊กมี่" เข้ากรุ ศปก.ท่องเที่ยว ครั้งนี้

            ถือเป็นข้อกล่าวหา....แรงส์ส์ส์!!!

            เพราะตามพฤติการณ์ที่อ้างถึงดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

            เป็นสิ่งที่ร้ายแรงอย่างมาก!!!

            "ผบช.ทท." ต้องทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด       หากเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาต่อผู้ที่กระทำเช่นนี้ อย่างไม่มีละเว้น ไม่มีการช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่จริงก็ต้องมีคำอธิบาย มีคำชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และเสาะหาต้นสายปลายเหตุทำไมถึงมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ออกมา

            ไม่เช่นนั้นหน่วยงาน "กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว" จะเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมทั้งภาพลักษณ์องค์กรตำรวจก็จะย่ำแย่เข้าไปอีก

            อย่าทำแค่ลูบหน้าปะจมูก!!!

            จำได้ว่า "พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์" สมัยที่เป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ช่วงปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เคยถูก พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์  ผบช.ภ.3 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บช.ภ.3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน

            กรณีมีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ที่มีตำรวจระดับสูงจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางกลับจาก  กทม. มาลงที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี แต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการคัดกรองการแพร่เชื้อไวรัสโควิด เหตุเกิดวันที่ 13 เม.ย. โดยอ้างว่านายตำรวจคนดังกล่าวไม่ยอมกรอกข้อมูล แสดงอาการหงุดหงิด เมื่อเจ้าหน้าที่หญิงสอบถามถึงสถานที่เดินทางมาและสถานที่จะไปพักในจังหวัดอุบลฯ แถมยังด่ากราดลูกน้องที่มาคอยรับดังลั่นสนามบิน

            โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบช.ภ.3  ซึ่งรับผิดชอบ จ.อุบลราชธานีกับ จ.อำนาจเจริญ และรับผิดชอบงานจเร ของ บช.ภ.3 ไปตรวจสอบ

            จากนั้นข่าวคราวการตรวจสอบก็เงียบไป

            กระทั่งในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีการแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี 2563 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สมัยนั้น ก็จัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย และก็มีชื่อ  พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์ มานั่งเก้าอี้เกรดเอของ บช.ทท. ในตำแหน่ง "ผบก.ทท.2"

            ก่อนจะมาเป็นเรื่องเป็นราว เป็นข่าวโดนเด้งจากข้อกล่าวหาตั้งทีมเฉพาะกิจออกเก็บ "ค่าต๋ง ค่าตั๋ว" อีกครั้ง.

 


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'