พท.สบช่องดึงเชื้อโรคขยํ้ารบ.


เพิ่มเพื่อน    


    โควิดระบาดรอบสองสมุทรสาคร ฝ่ายค้านไม่รอช้า รุมขย้ำบิ๊กตู่-เสี่ยหนู เพื่อไทยขู่ฟ่อใช้เป็นประเด็นยื่นซักฟอกหลังปีใหม่ โม้ถึงขั้นล้มรัฐบาลได้! ส.ว.แนะคือต้องปิดล้อมชุมชนพม่า 
    เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีรายงานการตรวจพบการติดเชื้อจำนวนหลายร้อยคน ได้มีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ 
     นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แสดงความเห็นเรียกร้องให้รัฐควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ได้ โดยมีข้อเสนอแนะคือต้องปิดล้อมชุมชนเมียนมา ตรวจค้นคัดกรอง กักตัว และรักษา นอกจากนั้นคนเดินทางต้องกักตัวทุกกรณี 14 วัน ขณะที่คนไทยต้องสวมหน้ากากอนามัย 100% ล้างมือ และใช้มาตรการเว้นระยะห่างอย่างจริงจัง พร้อมติดแฮชแท็ก ทำพร้อมกันคงเอาอยู่ใน 14 วัน และถ้าเอาไม่อยู่ทางเดียวคือล็อกดาวน์ปิดประเทศ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชายยังนำข้อความที่ระบุว่า ด่วนมาก ดร.สันต์ ศรีธำรง มหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งมีสาระสำคัญระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่การระบาดระลอก 2 อย่างเป็นทางการ พร้อมเสนอให้เตรียมพร้อมคือปกป้องกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ด้วยการหยุดโรงเรียน, ปิดห้าง, ปิดโรงภาพยนตร์, เข้มงวดขนส่งสาธารณะ, ทำงานที่บ้าน, ให้เรียนออนไลน์ อย่างน้อย 7 วัน
    และหลังจากที่นายสมชายโพสต์ข้อความดังกล่าว มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า "แล้วพรุ่งนี้จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง" นำแผนดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในชุมชน จำนวนรวม 10,300 ตัวอย่าง ในพื้นที่ จ.สมทุรสงคราม, จ.สุพรรณบุรี, จ.ประจวบคิรีขันธ์, จ.กาญจนบุรี, จ.เพชรบุรี, จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร
     นอกจากนั้นยังมีผู้เสนอความเห็นอีกหลากหลาย เช่น ให้ส่งแรงงานต่างด้าวกลับประเทศ, ให้ฝ่ายปกครองเข้มงวดเรื่องการลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย และส่งเสริมให้นำเข้าแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น
     นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่มีผู้ติดเชื้อสะสมจำนวนมากที่จังหวัดสมุทรสาครว่า เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เอาแต่ใช้ปากในการทำงานจนทำให้สถานการณ์เลวร้าย บานปลาย ลุกลามไปเรื่อยๆ ทั้งที่ยังคงมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมานานกว่า 9 เดือน ขณะที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนปล่อยปละละเลยให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ โดยมีกระแสข่าวรายงานว่ามีการจ่ายเงินค่าหัวคนละ 3,000-4,000 บาท จนทำให้แรงงานที่เข้ามาเป็นแหล่งที่มาของโควิด-19 ที่ระบาดรอบ 2 ในขณะนี้  
    โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า นอกจากการระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครแล้ว พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมากคือกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงปัจจุบันเข้ามาทำงานในร้านอาหาร รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งหามาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างด่วน ไม่เช่นนั้นการแพร่กระจายของเชื้อจะทวีความรุนแรงมากกว่านี้
    "การที่ รมว.สาธารณสุขออกมาให้สัมภาษณ์ว่าโรคโควิด-19 เป็นแค่โรคหวัดธรรมดา เป็นเชื้อโรคกระจอกงอกง่อย เป็นหนึ่งในวิธีการใช้ปากทำงาน เป็นเรื่องถนัดของรัฐบาลชุดนี้ ส่วนพลเอกประยุทธ์เองถนัดรับชอบ แต่ไม่รับผิด เอาแต่คุยโวโอ้อวดว่าสามารถจัดการการระบาดของโรคได้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีน้อย การที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อย เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ตรวจโรคแบบปูพรมเหมือนต่างประเทศ ที่ให้ประชากรสามารถตรวจหาโรคได้ฟรีถ้าสงสัยว่ามีอาการ งบประมาณที่มีไว้แก้ปัญหา รัฐบาลเอาไปทำอะไรบ้าง ประชาชนอยากรู้" นางสาวอรุณีกล่าว
    นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรค พท. กล่าวเช่นกันว่า สาเหตุของการเกิดการระบาดไม่ใช่เพราะประชาชนการ์ดตก แต่กลับเป็นเพราะรัฐบาลที่การ์ดตก โดยมีการปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างไม่มีมาตรการ รวมถึงมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกรณีนี้อาจมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งกรณีนี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายความมั่นคงโดยกระทรวงกลาโหม สำนักงาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรณีที่มหาชัย ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าที่เมียนมามีการระบาดหนัก แต่กลับไม่มีมาตรการที่ดีเรื่องของแรงงานต่างชาติ ทำให้เขาลักลอบเข้ามาได้ง่าย
     นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 23 ธันวาคมนี้ คณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรค พท. จะมีการประชุมกัน ซึ่งเราจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมด้วย มองว่ากรณีนี้จะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงตามมา รัฐบาลจะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากโทษตัวเองที่การ์ดตก และเชื่อว่ากรณีนี้อาจทำให้รัฐบาลล้มได้เลย.
    


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'