
21 ธ.ค. 2563 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม ผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัยโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย แพลตฟอร์มออนไลน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงสถานการณ์สินค้าหน้ากากอนามัยภายหลังเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ว่า ปัจจุบันมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยรวม 30 โรง และสามารถผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ได้ 5 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ทั้งการจัดสรรให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ หน่วยงานราชการ และจำหน่ายให้กับประชาชน และยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100% ด้วย
“ขณะนี้เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น เกรงว่าประชาชนจะกังวล และหาซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จนทำให้ปริมาณการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนเกิดการขาดแคลนเหมือนช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ จึงขอความร่วมมือให้ซื้อเพียงพอใช้ อย่ากักตุน และสามารถใช้หน้ากากทางเลือก เช่น หน้ากากผ้า หรือหน้ากากนำเข้าทดแทนได้”
ทั้งนี้ ราคาขายปลีกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ จะต้องจำหน่ายในราคาเดิม คือ ไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท หน้ากากอนามัยนำเข้า ราคาจำหน่ายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนด ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัยในแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้ขอความร่วมมือช้อปปี้ และลาซาด้า ให้เข้มงวดตรวจสอบราคาจำหน่ายในแพลตฟอร์มของตนเอง ต้องเป็นราคาที่กรมฯ กำหนดไว้เท่านั้น หากจำหน่ายเกินกว่าที่กำหนดไว้จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกรมฯ ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนที่จะออกตรวจสอบแหล่งจำหน่ายหน้ากากอนามัย และตรวจสอบการจำหน่ายตามที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน โดยกรมฯ ขอความร่วมมือประชาชน หากเห็นพฤติกรรมการเอารัดเอาเปรียบ ขอให้ช่วยถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งสถานที่จำหน่ายให้ชัดเจนผ่านสายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเอาผิดร้านค้าเอาเปรียบได้
สำหรับโทษกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุม มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีกักตุน โก่งราคา มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |