ฮือฮา 'สนธิ' ชงชื่อ 4 คนดังเป็นแกนนำ 3 นิ้วรุ่น 2 สานต่อภารกิจ 2475


เพิ่มเพื่อน    

ขอบคุณรูปภาพจาก sondhital

22 ธ.ค.63 - นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk เมื่อ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาช่วงหนึ่งดังนี้

....ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณ 11 วันที่แล้ว คือวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่้ง แต่ผมจะทวนความจำอีกที เฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก หรือที่เขาเรียกว่า Fee YOUTH ได้ลงโลโก้สีแดง พร้อมข้อความว่า "แรงงานสร้างชาติ มิใช่มหาราชองค์ใด" โดยเนื้อหาในโพสต์ประกาศเปิดตัว RT ก็คือ Restart Thailand แต่สัญลักษณ์กลับเป็นรูปค้อนและเคียว ก็ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายกันหมดในบรรดาหมู่คนที่สนับสนุนม็อบเด็ก และตลอดจนสื่อมวลชน นักวิชาการ เขาออกมาโวยวาย โดยผู้ที่สนับสนุนม็อบก็บอกว่า เด็กพวกนี้เขาไม่ใช่กลุ่มแกนนำ ไม่ได้มีความฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์

การชูค้อนและเคียวทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังคนหนึ่ง คือ คุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ธรรมศาสตร์ ตอนนี้ลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส ออกมาแก้ต่างให้เด็กพวกนั้น หลังจากที่มีการ์ตูน โดยบัญชา คามิน ออกมาให้เห็น ในการ์ตูนท่านผู้ชมคงจะเห็นว่า การ์ตูนภาพแรกคือภาพที่อเมริกาโกรธเพนกวิน บอกว่า "ไอ้กวิ้น กูเสียแรงเลี้ยงชีสเค้ก สนับสนุนเงิน แถมจะให้ทุนไปเรียนต่อ มึงดันกลายมาเป็นคอมมิวนิสต์เสียนี่ ไอ้บ้า!" แล้วรูปข้างล่างลงมาก็บอกว่า "อ้าว ก็คนให้มาบอกเราไม่ใช่เหรอว่าชูสองสิ่งนี้ คนจะเข้าม็อบมากขึ้น" จริงๆ แล้วมันก็เป็นอย่างที่การ์ตูนเขียนล่ะครับ คือตอนนี้ม็อบเด็กกลายเป็นม็อบที่ไม่มีมุกจะเล่นต่อไปแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป วันนี้ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ยาวครับ เพราะมันมีเรื่องราวต่างๆ หลายอย่างที่จะต้องพูด

คุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็อ้างว่า ความคิดนี้ไม่ใช่ความคิดของแกนนำ เป็นความคิดของเด็กแค่ 2-3 คน แค่นั้นเอง ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าท่านผู้ชมต้องรู้นะว่าเฟซบุ๊กเพจ เยาวชนปลดแอก เป็นเพจหลักเลยของผู้ชุมนุมในการสื่อสารต่างๆ การเรียกให้ชุมนุม ตลอดจนการตอบโต้ข่าวสารข้อมูล รวมทั้งเผยแพร่ข้อความต่างๆ ผู้ที่จัดทำต้องมีความเชื่อมโยงกับนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด ซึ่งเป็นเลขาธิการเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ส่วนผู้ทำกราฟฟิกชื่อ นายภาณุมาศ สิงห์พรม หรือ เจมส์ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของนายฟอร์ด อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ได้จบแค่วันนี้

ต่อมาวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม เจ็ดวันต่อมา กลุ่มเยาวชนปลดแอกพวกนี้ก็มีการโพสต์เพจ มีดอกกุหลาบสีแดง มีเนื้อหาข้อความว่า "พรรคสีฟ้าไม่เท่ากับประชาธิปไตยฉันท์ใด Communist ก็ไม่เท่ากับเผด็จการฉันท์นั้น" ฉะนั้น จีน เกาหลีเหนือ ก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ได้ หากพูดถึงคำว่า "คอมมิวนิสต์" ภาพจำของหลายคนคงเป็นดั่งปิศาจร้าย น่ากลัว ไม่ควรยุ่งเกี่ยว และอาจจะนึกถึงประเทศเผด็จการอย่างจีน เกาหลีเหนือ แต่แท้จริงแล้วความหมายของคอมมิวนิสต์หาได้เป็นไปตามที่โลกทุนนิยมเผด็จการหลอกลวง คอมมิวนิสต์คือชื่อของสังคมประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่เหล่านายทุนเผด็จการต่างหวาดกลัว"

คือสรุปง่ายๆ ว่า คอมมิวนิสต์ในโลกนี้ คอมมิวนิสต์ที่แท้จริงมันไม่มี ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีเหนือ หรือเวียดนาม หรือลาวนั้น เป็นคอมมิวนิสต์จอมปลอมทั้งสิ้น คอมมิวนิสต์ที่แท้จริงก็คือเด็กพวกนี้ที่กำลังจะชูเรื่องคอมมิวนิสต์

ทีนี้ โพสต์นี้มันทำคนสติแตกไปเยอะเลย คือมันเหลวไหลมาก ให้กับกลุ่มแนวร่วมม็อบปลดแอก ม็อบราษฎร เพราะมันแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าเป็นม็อบที่ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน โดยมิอาจจะแก้ตัวได้อีก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็เลยทำให้นายเพนกวิน หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีจุดยืนเกี่ยวกับเยาวชนปลดแอก ออกมาระบายความในใจในเฟซบุ๊ก ซึ่งมันยาวเหลือเกิน ผมไม่พูดให้ท่านผู้ชมฟังก็แล้วกันนะครับ แต่สรุปก็คือ การแก้ตัวนั่นเอง

จริงๆ แล้วเพจเยาวชนปลดแอก มันเป็นเนื้อหาเดียวกันกับพวกม็อบราษฎร 63 สังเกตอย่างหนึ่งนะท่านผู้ชม ช่วงหลังม็อบราษฎร 63 ไม่ได้ใช้ว่า ม็อบ 2475 ให้มันจบในยุคเรา เพราะว่า 2475 ถูกเปิดโปงไปแล้วว่ามันเป็นคณะมหาโจร ไม่ใช่คณะราษฎร พวกนี้ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น ราษฎร 2563 สรุปง่ายๆ ท่านผู้ชมครับ นี่คือความไร้ทิศไร้ทาง สะเปะสะปะ ซึ่งนำไปสู่ความล่มสลายของม็อบ ท่านผู้ชมครับ แกนนำเด็กๆ ก็คงจะถูกดำเนินคดีอย่างที่ทราบมา เป็นพรวนเลย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วมั้งท่านผู้ชมที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงแกนนำ นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะท่านผู้ชม เดี๋ยวจะหาว่าผมแดกดัน

ผมว่าเรื่องของเรื่อง ในวันนี้ผมจะต้องขอโทษท่านผู้ชมด้วย ด้วยความจริงใจและจริงจัง ว่า ท่านผู้ชมต้องอดหลับอดนอนมาฟังผมพูดในกรณีข้อเท็จจริงที่มันตรงกันข้ามกับม็อบเด็ก แต่ละเรื่องๆ ไม่ว่าจะเป็น 2475 คณะราษฎร หรือมหาโจร ? จอมพล ป. พิบูลสงคราม วีรบุรุษ หรือมหาโจร ? การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อนั้น เป็นการปฏิรูป หรือการทำลายล้าง ? ท่านผู้ชมอดทนฟังผมมาตลอด จนในที่สุดมาถึงวันนี้แล้ว ผมเพิ่งรู้ว่าผมกำลังทะเลาะกับคนบ้าอยู่ เด็กบ้า ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า อาทิตย์ที่แล้วผมบอกว่าพวกนี้เหมือนใครรู้ไหม ? เหมือนเด็กไร้เดียงสานุ่งผ้าอ้อม แล้วขี้แตกเต็มผ้าอ้อม แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปมา วันนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดว่าม็อบนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว แต่เอาเป็นว่า ตอนนี้มันไร้สาระจนกระทั่งผมสงสารตัวเองว่า ผมหลงต่อสู้กับคนบ้าแบบนี้ได้อย่างไร เขาถึงบอกว่า "คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง" คำพูดอุปมาอุปไมยนี้ไม่มีวันผิดไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะนี้หลายๆ คนที่แอบสนับสนุนเด็กอยู่ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ แน่นอนที่สุด ท่านอุตส่าห์ไปยืนปราศรัยอยู่ข้างๆ รถบรรทุกเลย ในขณะที่เด็กพวกนี้กำลังรุกเข้าไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ท่านไปพูด ท่านไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น

ท่านแสดงออกอย่างชัดเจน หรือแม้กระทั่งคนๆ หนึ่งซึ่งเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของทุกๆ คนเลย แต่เก็บตัวเงียบ คืออาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ท่านก็คือ Architect สถาปนิกตัวดีเลย ตัวสำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมศักดิ์ เจึยมธีรสกุล ก็เป็นคนที่อาจารย์ชาญวิทย์ ปั้นขึ้นมา หรือคุณปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็เป็นคนที่สนิทสนมกับอาจารย์ชาญวิทย์ ถึงขนาดที่เรียกว่ามีรูปเจอกันที่ญี่ปุ่น ส่วนจะสนิทสนมกันขนาดสนมแล้วก็สนิทกันขนาดไหน ผมไม่ทราบ ก็เอาเป็นว่าเป็นคนที่อยู่ในลักษณะที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ที่คล้ายๆ กัน

อีกคนหนึ่งก็คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คือท่านอานันท์ ปันยารชุน ปีนี้อายุ 88 ปีแล้ว อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ 87 คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ 79 ก็ 3-4 คนนี้รวมๆ กันแล้วหลายร้อยปี

ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมท่านผู้ชม ผมเสนอว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอยากจะให้เสนอแกนนำรุ่น 2 มา โดยมีอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ เป็นหนึ่งในแกนนำ ต่อด้วยชาญวิทย์ เกษตรศิริ ต่อด้วยคุณอานันท์ ปันยารชุน และอีกคนซึ่งขาดไม่ได้ ... 

คุณอานันท์ ปันยารชุน นั้นมีวีรกรรมอันหนึ่งซึ่งผมไม่เคยลืมเลย ท่านผู้ชมคงไม่ทราบว่าคุณอานันท์ ปันยารชุน สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นคนที่ยกเลิกพระราชอำนาจการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งแต่ก่อนอยู่ในพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณอานันท์ บอกว่าไม่ได้แล้ว ให้ยกอำนาจนี้ออกไป รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านก็ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าแทนที่จะมาปรึกษาหารือหรือแทนที่จะคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องไปด้วยกัน

คุณอานันท์ บอกว่า เอาล่ะ จากนี้ไปมหาเถรสมาคมเสนอใครมาก็ตาม ก็จะเสนอมาที่รัฐบาล รัฐบาลก็มีหน้าที่ส่งไปให้พระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย ซึ่งในที่สุดคุณอานันท์ ก็ใช้หลักการแบบเลือกตั้ง ก็คือว่า มหาเถรสมาคมมีเสียงว่าอย่างไร ก็เอา ซึ่งคุณอานันท์ ก็คงอาจจะไม่ได้คิดถึง หรือคิดแล้ว แต่ว่าช่างมัน ว่ามหาเถรสมาคมนั้น มันก็เหมือนสภาผู้แทนราษฎร คนที่ขึ้นมาเป็นสมเด็จได้ ต้องจ่ายเงินจ่ายทอง ต้องมีสินบาทคาดสินบน ต้องมีบารมี แล้วบารมีสร้างมาจากไหน ถ้าไม่ใช่มาจากเงินจากทอง ด้วยเหตุนี้ สมัยก่อนเขาถึงให้พระราชอำนาจในการตั้งสมเด็จพระสังฆราช ให้อยู่ในมือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วสิ่งที่คุณอานันท์ ทำไปนั้น ต่อมาคุณทักษิณ ชินวัตร ก็เอาผลงานของคุณอานันท์ นั้น มาพยายามที่จะตั้งสมเด็จเกี่ยว หรือสมเด็จพุฒาจารย์ ที่วัดสระเกศ ให้ขึ้นมา

แต่ว่าในขณะนั้นเนื่องจากว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ พระองค์ท่านยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็เลยหาเรื่องว่าพระองค์ท่านทำงานไม่ได้แล้ว เอาสมเด็จเกี่ยว หรือสมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นคนที่ขึ้นมารักษาการตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และตั้งแต่สมเด็จเกี่ยว ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งก่อนสมเด็จเกี่ยว ขึ้นมาก็ตาม เพราะสมเด็จพระญาณสังวร พระองค์ท่านเป็นคนที่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ธัมมชโย และเครือข่ายสายธรรมกายทั้งหลาย ก็ถูกสมเด็จเกี่ยว แต่งตั้งเข้ามานั่งอยู่ในมหาเถรสมาคม แล้วถ้าเกิดสมเด็จญาณฯ มีอะไรที่ไม่สบาย เพราะว่าพระองค์ท่านทรงประชวรหนักพอสมควร หลังจากนั้นมาแล้ว ไม่ใช่ตอนที่ตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชนะครับ ตอนที่ตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ในช่วงนั้น เป็นช่วงที่อ้างว่าสมเด็จพระสังฆราชปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่วันที่ตั้ง เป็นวันที่พระองค์ท่านไปแจกประกาศนียบัตรอยู่ในงานๆ หนึ่งในทางพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นแล้ว คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เป็นคนที่มีวีรกรรมนี้ที่ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้ ผมก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอามาอยู่รวมกันเลยก็แล้วกัน เอาตั้งแต่คุณ ส.ศิวรักษ์ มา อาจารย์ ส. อายุก็ 87 คุณอานันท์ 88 แล้วก็เอาเพิ่มเติม คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ ทำไมต้องเป็นชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตเปนอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่เบื้องหลังทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในธรรมศาสตร์ทุกวันนี้ ทุกอย่าง เบื้องหลังที่เกิดขึ้นกับม็อบทั้งหลายนั้น เกิดขึ้นจากคุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็เป็นเด็กสร้างของคุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ

คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมัยที่มีอำนาจอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็โยกย้ายแต่งตั้ง หรือให้ตำแหน่ง รศ. , ผศ. รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้กับคนที่อยู่ในเครือข่ายตัวเอง ให้ขึ้นมาเป็นใหญ่ แล้วสั่งสอน แล้วก็ใช้ข้อมูลที่ผิดพลาดสอนเด็กไปในแนวทางที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่จริงๆ คนนี้ล่ะคือหัวใจที่สำคัญที่สุดที่อยู่เบื้องหลังในการเริ่มม็อบนี้ และในการชุมนุม และอุปมาอุปไมยเหมือนเป็นคนที่วางเกม แพลนอะไรต่ออะไรหลายอย่าง คนไม่ค่อยพูดถึง มี ดร.นิว ได้เขียนข้อความมา ไม่ได้ระบุว่าเป็นอาจารย์ชาญวิทย์ แต่ผมอ่านแล้ว ผมเห็นว่าเป็นอาจารย์ชาญวิทย์ ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะว่าถ้าอาจารย์ชาญวิทย์ กล้าพอที่จะสนับสนุนเด็ก ก็ต้องกล้าพอที่จะเป็นหัวหน้า เพราะฉะนั้น มาวันนี้ ท่านอาจารย์ ส. ท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านอายุ 88 ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านมีศักดิ์ศรีเหมือนเดิม ให้ท่านเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 คนแรก คนที่สอง ก็คือ ส.ศิวรักษ์ แกนนำรุ่นที่ 2 คนที่สอง คนที่สามก็คือ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

แล้วคนที่สี่ที่ผมอยากจะเสนอ ไม่ทราบว่าท่านผู้ชมจะเห็นด้วยไหม คือ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ซึ่งเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนๆ นี้ว่ากันว่า แนวโน้มก็น่าจะเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อไปอีก ทำไมต้องเป็นอาจารย์ปริญญา ? เพราะอาจารย์ปริญญา เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าอยู่เบื้องหลังม็อบเด็กสามนิ้วมาตลอด แล้วก็อยู่เบื้องหลังของอะไรก็ตามที่เป็นการคัดค้านระบบระเบียบอะไรก็ตาม อาจารย์ปริญญา เป็นคนที่ดี ใช้ได้ แต่อาจารย์ปริญญา ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่ง ก็คือ เหมือนอาจารย์ชาญวิทย์ ชอบทำตัวเป็นอีแอบ ตอนนี้ไม่ต้องแอบ ผมเปิดออกมา เปิดไพ่ 4 ใบนี้ให้ท่านผู้ชมดู ไม่ต้องแอบแล้ว อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ท่านนายกฯ ทำไมคุณอานันท์ ปันยารชุน สมควรเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ? ท่านยืนข้างเด็ก แล้วไม่สังเกตเหรอครับ ท่านเป็นคนที่สนิทสนมกับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ธนาธร นั้น เวลาไปพูดกับใคร จะยืนตัวตรง พูดง่ายๆ ว่าไม่ยอมค้อมหัวให้ใคร แต่พอมาถึงอานันท์ ปันยารชุน โก้งโค้งอย่างนอบน้อม เพราะรู้ว่าคิดในแนวเดียวกัน เมื่อคุณเอาอานันท์ เข้ามาแล้ว อีกคนหนึ่งก็ คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ แล้วก็ตบลงด้วยอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า 4 คนนี้น่าจะเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาขึ้นมาเลยดีกว่า มันจะได้ไม่ต้องเป็นข้อถกเถียงกันอีกต่อไป ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลังเด็กอีกต่อไป และผมมีข้อคิดอยู่อย่างหนึ่งครับ พวกเด็กๆ ทั้งหลายที่เรียนอยู่ที่ราชภัฏ ที่ไม่ได้เรียนธรรมศาสตร์ ผมดูการประท้วงรุ่นนี้และดูการต่อสู้ครั้งนี้ เด็กธรรมศาสตร์ทั้งนั้น รุ้ง เพนกวิน ธรรมศาสตร์หมด....อ่านต้นฉบับ