ส่งออกพ.ย.63 ฟื้นตัวต่อเนื่องออเดอร์สั่งซื้อเพียบ


เพิ่มเพื่อน    

 

23 ธ.ค. 2563 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนพ.ย.2563 มีมูลค่า 18,932.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.65% หดตัวต่ำสุดในรอบปี 2563 ที่การส่งออกเคยมีการติดลบมา ถือเป็นสัญญาณดีของการส่งออกของไทยที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 18,880.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.99% ซึ่งเห็นสัญญาณดีต่อการส่งออก เพราะมีการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเพิ่มขึ้น โดยเกินดุลการค้า 52.59 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ยอดรวมการส่งออก 11 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 211,385.69 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.92% การนำเข้ามีมูลค่า 187,872.73 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 13.74% เกินดุลการค้ามูลค่า 23,512.96 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่ทำให้การส่งออกฟื้นตัวดีขึ้น มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก มีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากการที่หลายประเทศมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีข่าวดีจากความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการผลิตและการบริโภค และยังได้รับผลดีจากกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวได้ดีใน 3 กลุ่มหลัก คือ อาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด

อย่างไรก็ตาม สินค้าในกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ก็ส่งออกได้ดีขึ้น ลดลงแค่ 2.4% มีสินค้าที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้นและลดลง โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น เช่น ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ข้าวที่กลับมาส่งออกได้เพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง สิ่งปรุงรสอาหาร ผัก ผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป และสินค้าที่ลดลง เช่น น้ำตาลทราย อาหารทะเลแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป เครื่องดื่ม ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม ลด 2.9% สินค้าที่ขยายตัวได้ดี เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และสินค้าที่ลดลง เช่น สินค้าเกี่ยวเนื่องน้ำมัน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาสิว

ทางด้านตลาดส่งออก มีการฟื้นตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยตลาดหลัก เพิ่ม 5.9% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 15.4% ญี่ปุ่น เพิ่ม 5.4% สหภาพยุโรป (อียู) 15 ประเทศ ลด 8.5% จากการล็อกดาวน์ในบางประเทศ ตลาดศักยภาพสูง ลด 11% โดยจีน ลด 8.9% อาเซียน 5 ประเทศ ลด 15% CLMV ลด 13% เอเชียใต้ ลด 1.5% โดยอินเดีย ลด 1.3% ตลาดศักยภาพระดับรอง เพิ่ม 4.2% โดยทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 23.7% ทวีปแอฟริกา เพิ่ม 4.9% รัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS เพิ่ม 20.8% แต่ตะวันออกกลาง ลด 12.1% และลาตินอเมริกา ลด 12.1%

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า การส่งออกในเดือนธ.ค.2563 หากส่งออกได้มูลค่า 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกทั้งปีจะติดลบ 6.86% มูลค่า 18,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 6.6% และมูลค่า 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบเหลือ 6.45% ถือว่าต่ำกว่าที่ประมาณการณ์เอาไว้ว่าทั้งปีจะติดลบ 7% ถือว่าประเทศไทยทำได้ดี

ส่วนปี 2564 เบื้องต้นประเมินว่าการส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ 4% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการค้าโลก แม้จะมีการล็อกดาวน์เป็นจุดๆ แต่ไม่กระทบเศรษฐกิจรุนแรงเหมือนรอบแรก วัคซีนน่าจะออกมาแล้ว แม้จะยังฉีดไม่ได้ทุกคน แต่ก็สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น ราคาน้ำมัน มีแนวโน้มฟื้นตัว หากโควิด-19 จำกัดได้ สินค้าไทยทั้งกลุ่มอาหาร ทำงานที่บ้าน และดูแลสุขภาพ ยังคงส่งออกได้ดี รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น เช่น รถยนต์ ส่วนปัจจัยที่ต้องระวัง คือ ค่าเงิน และนโยบายของสหรัฐฯ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออก


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.