ค้นโรงแรมหรู ซุกซากเสืออื้อ


เพิ่มเพื่อน    

 

ชุดเหยี่ยวดง-พญาเสือ ร่วมกับตำรวจ ปทส.บุกตรวจค้นโรงแรมหรูกลางกรุง พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก ทั้งเต่าหลายชนิด เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆมีร่องรอยถูกยิง ผู้จัดการสาวพา จนท.ขึ้นไปยังชั้น 4 ก่อนหลบหนีไปได้ พบเจ้าของเป็นชาวไต้หวันอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ

    นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดเล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้สั่งการให้นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง สนธิกำลังชุดพญาเสือ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.260/2563 ลงวันที่ 23 ธ.ค.63 เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก
    ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรูขนาดใหญ่ มี น.ส.ระวีวรรณ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นก่อนทำการตรวจค้น บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น ซากกระดองเต่านา ซากกระดองเต่ากระ เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนอื่นๆ ของโรงแรมยังพบซากสัตว์ป่าสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ต่างประเทศ เช่น เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆ และเต่าหา รวม 34 ซาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้
    รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างตรวจค้น ทาง น.ส.ระวีวรรณได้ให้ข้อมูลว่า ซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมดังกล่าวซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขณะนี้ไปปฏิบัติงานที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะตรวจสอบถึงชั้นที่ 4 น.ส.ระวีวรรณได้หลบหนีออกจากโรงแรมและไม่สามารถติดตามตัวได้ จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ระวีวรรณ มีชื่อเป็นคณะกรรมการลงชื่อผูกพันของโรงแรมดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 2 คน โดยได้ขอประกอบกิจการโรงแรมและภัตตาคาร
    นายถิรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผ่านเพจ "สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362" ว่าโรงแรมดังกล่าวมีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก จึงดำเนินการตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมชาวไต้หวัน โดยผู้จัดการโรงแรมอ้างว่าเจ้าของโรงแรมซื้อซากสัตว์มาสะสมและประดับตกแต่งโรงแรมเท่านั้น ไม่ใช่ขบวนการล่าหรือค้าซากสัตว์ป่า แต่ขณะนี้เจ้าของโรงแรมเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบลักษณะซากสัตว์มีร่องรอยกระสุนปืนบนผิวหนังคล้ายการถูกล่า และยังมีซากสัตว์ทะเลหายาก ทั้งซากเต่ากระ เต่านา เต่าหญ้า เต่าตนุ ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์มาก โดยมูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 500,000 บาทหากมีซื้อขายกันในตลาดมืด
    "เบื้องต้นเจ้าของโรงแรมมีตามความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลังจากนี้จะส่งตำรวจ บก.ปทส.สอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อออกหมายเรียกเจ้าของซากสัตว์ป่าให้มาแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป" นายถิรเดชกล่าว..

 

 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'