แห่ร้องเรียนกกต. เลือกอบจ.โกงอื้อ ‘พี่ศรี’ขยี้ก้าวหน้า


เพิ่มเพื่อน    

 

"ศรีสุวรรณ" ให้ข้อมูล กกต.ตอกย้ำ "คณะก้าวหน้า"  กระทำการคล้ายพรรคการเมือง ยันแตกต่างจากกลุ่มการเมืองในจังหวัดที่เมื่อหาเสียงเสร็จก็สลายตัวไป "กลุ่มปทุมรักไทย" ร้อง กกต. "คำรณวิทย์" ใช้นโยบายหลอกลวง ปชช. อยู่นอกอำนาจหน้าที่อบจ. ผู้สมัคร ส.อบจ.มุกดาหารจี้นับคะแนนใหม่หลังแพ้แค่ 1 คะแนน กกต.พิจิตรเผยมีการร้องเรียนเพียบ ทั้งซื้อเสียง สัญญาว่าจะให้

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 25 ธันวาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการไต่สวนของ กกต.กรณีที่ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช และกลุ่มก้าวหน้า ว่ากระทำการคล้ายพรรคการเมืองเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ทาง กกต.ได้สอบถามว่าจะกล่าวหาใครบ้าง ก็ได้ยืนยันที่จะกล่าวหาบุคคลทั้ง 3 และกลุ่มก้าวหน้าว่ากระทำการในลักษณะคล้ายพรรคการเมือง เพราะมีการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง มีการใช้โลโก้กลุ่มคล้ายพรรคการเมืองและรูปของนายธนาธรในป้ายหาเสียงของผู้สมัคร อบจ. รวมทั้งบุคคลทั้ง 3 ยังมีการขึ้นรถปราศรัยตระเวนหาเสียงตามจังหวัดต่างๆ เช่นเดียวกับการดำเนินการของพรรคการเมือง
    "การกระทำของคณะก้าวหน้าแตกต่างจากกลุ่มการเมืองในจังหวัดที่มีการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง อบจ. เพราะกลุ่มการเมืองในจังหวัดจะหาเสียงแค่ในพื้นที่ เมื่อเสร็จเลือกตั้งก็จะสลายกลุ่มไป แต่คณะก้าวหน้าหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งไม่ได้สลายกลุ่ม และยังมีการประกาศจะส่งผู้สมัครท้องถิ่นในระดับอื่นๆ ต่อไป ซึ่งผมก็ได้แจ้งต่อคณะกรรมการไต่สวนฯ ขอที่จะไปรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เช่น คำให้สัมภาษณ์ พฤติการณ์ในลักษณะคล้ายพรรคการเมือง และจะนำมามอบให้คณะกรรมการไต่สวนฯ ภายใน 2 สัปดาห์จากที่วันนี้ก็ได้ให้รูปป้ายหาเสียงและภาพถ่ายนายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปในจังหวัดต่างๆ กับทางคณะกรรมการไต่สวนฯ ไปแล้ว  โดยคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็ระบุว่าจะมีการเชิญผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงด้วย"
    เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องเหมือนจงใจเล่นงานแต่คณะก้าวหน้า นายศรีสุวรรณกล่าวปฏิเสธ โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย เขามีสิทธิ์ที่จะไปช่วยผู้สมัครท้องถิ่นหาเสียง เพราะเป็นพรรคการเมืองกฎหมายไม่ได้ห้ามส่งผู้สมัคร แต่กลุ่มก้าวหน้าไม่ใช่พรรคการเมือง แต่มีพฤติการณ์คล้ายพรรคการเมือง นายธนาธรไปจังหวัดไหนก็บอกว่าจะเปลี่ยนจังหวัดให้เป็นแบบนั้นแบบนี้เช่นเดียวกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายระดับประเทศ ส่วนกลุ่มอื่นๆ เขาหาเสียงในจังหวัด เสร็จเลือกตั้งก็สลายไป ทำให้ตนต้องมาร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ อย่าคิดมากเกินไป
     นายศรีสุวรรณกล่าวด้วยว่า วันนี้ยังได้นำหลักฐานการโพสต์ข้อความสนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ สังกัดพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มามอบเพิ่มให้กับ กกต. เนื่องจากเห็นว่าการคงข้อความดังกล่าวของนายทักษิณไว้จนถึงเวลาเลือกตั้ง เข้าข่ายเป็นการหาเสียงเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดถือเป็นความผิด ซึ่งประเด็นที่ตนร้องเป็นการเรื่องการครอบงำ ถ้า กกต.เห็นว่าผิดส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วมีคำวินิจฉัยยืนก็จะมีผลต้องยุบพรรคเพื่อไทย
    ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ แกหลิ่ง ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายปรีชา กุมภิโร ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ และนายสุวรรณา กุมภิโร อดีตนายก อบต.ป่งไฮ น้องชายของนายปรีชา ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่
     โดยนายอนุสรณ์กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมี 3 ลักษณะ คือ 1.การที่นายปรีชาและนายสุวรรณาไปงานศพร่วมกัน และพบว่านายสุวรรณามีการมอบเงินช่วยเหลือในฐานะเป็นอดีตนายก อบต. แต่จะมีนายปรีชาร่วมอยู่ในภาพดังกล่าวด้วย 2.การที่นายปรีชาและนายสุวรรณาไปงานกิจกรรมกีฬาของโรงเรียนร่วมกัน โดยที่นายสุวรรณามีการมอบเงินให้ ผอ.โรงเรียน เพื่อสมทบเป็นเงินรางวัล และ 3.มีการมอบเสื้อให้ประธานสตรีตำบลน้ำจั้น รวม 13 หมู่บ้าน โดยเป็นการมอบเสื้อเบอร์ 3 ซึ่งตรงกับหมายเลขที่นายปรีชาสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นมีการนำรูปถ่ายทั้ง 3 ลักษณะ โพสต์ลงในเพจป่งไฮโพสต์ และมีการส่งต่อในไลน์กลุ่มสตรีน้ำจั้น
         "เชื่อว่าเรื่องที่ผมร้องเรียนมีหลักฐานชัดเจน ทั้งเสื้อ ทั้งภาพถ่าย รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเคยร้องเรียนต่อ กกต.บึงกาฬแล้ว และได้รับคำตอบว่ากำลังตรวจสอบอยู่ แต่รู้สึกว่าในพื้นที่เงียบผิดปกติ จึงมายื่นเรื่องต่อสำนักงาน กกต. เพื่อให้ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป" นายอนุสรณ์กล่าว
    ขณะที่นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี หมายเลข 1 และผู้สมัคร ส.อบจ.กลุ่มปทุมรักไทย ได้มอบให้นายไพศาล กล่ำสนอง ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองฯ เป็นตัวแทนไปยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และ ส.อบจ.ปทุมธานี โดยมีนายอมร รัชตังกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้รับเรื่อง
    โดยยื่นคำร้องคัดค้านว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี หมายเลข 2 และผู้สมัครกลุ่มคนรักปทุม ว่ากระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2563 และนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งเป็นการหลอกลวงประชาชน อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
    สำหรับประเด็นที่กระทำผิด เช่น ก่อใช้ สนับสนุน ให้นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทยขึ้นปราศรัยหาเสียงให้ร้าย ใส่ความด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จว่า น้ำท่วมปทุมธานีปี 2554 เกิดจากผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ปล่อยให้น้ำท่วมปทุมฯ เพราะนายก อบจ.ปทุมธานี ในขณะนั้นไม่มีความสามารถ และยังปราศรัยว่าขณะที่นายชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี มีคดีทุจริตอยู่ในการสอบสวนของ ป.ป.ช.กว่า 40 คดี และหากินกับผู้รับเหมา และด่าว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน
    ที่ จ.มุกดาหาร ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายขันเพ็ชร์ คำโพธิ์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 6 บ้านคำเม็ก ต.คำอาฮวน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองมุกดาหาร ว่าร้องขอความเป็นธรรมให้นับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง ส.อบจ.มุกดาหาร เขต 2 โดยนายขันเพ็ชร์กล่าวว่า ได้ไปยื่นหนังสือถึง กกต.จังหวัดมุกดาหาร ว่าผลการนับคะแนนของตนแพ้ 1 คะแนน อยากให้นับคะแนนใหม่ หรือว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอาจจะนับคลาดเคลื่อนของแต่ละหน่วย เพราะมีลมแรง  หนาวและมืดด้วย บัตรเสียกว่า 900 ใบ อยากให้มีการนับคะแนนใหม่ ขอความเป็นธรรมด้วย
     สำหรับผู้สมัคร ส.อบจ.เขตการเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 12,014 คน ผู้มาเลือกตั้งจำนวน 8,438 คน จำนวนบัตรดี 7,203 บัตร จำนวนบัตรเสีย 906 บัตร จำนวนบัตรประสงค์ไม่เลือกผู้สมัคร 329 บัตร ทั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 3 คน คือ หมายเลข 1 นางสาวสุธาสินี ผิวทอง ได้คะแนน 1,094 คะแนน, หมายเลข 2 นายขันเพ็ชร์ คำโพธิ์ ได้คะแนน 3,054, นายพนมชัย พันธ์พุทธ ได้คะแนน 3,055 คะแนน   ซึ่งแพ้จำนวน 1 คะแนน
     ร.ต.อ.สุชีพ จาดย่านขาด ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังจากมีการเลือกตั้งทั้งนายก อบจ.พิจิตรและสมาชิก อบจ.พิจิตร มีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากมาย ไม่ว่าก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างไต่สวนอยู่ ประกอบไปด้วยเรื่องซื้อเสียง สัญญาว่าจะให้ ใส่ร้ายป้ายสี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 10 เรื่อง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ส่วนเรื่องของการแจกเงินรับเงินซื้อเสียงไต่สวนหมดแล้ว นอกจากนี้วันนี้ได้มีชาวบ้านนำเบาะแสมามอบให้เพิ่มเติมอีก ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการ ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 50 วัน ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ซึ่งขอบอกทุกฝ่ายว่า กกต.ต้องทำ แต่เรื่องจริงไม่ต้องกลัวว่า กกต.จะไปฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่ง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน.
      

 

         


มีคำชี้แจงเรื่อง "รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า" ดังนี้ ครับ คุณ TAWATCHAI CHONGVUTICHAI ส่งข้อความผ่าน WWW.PLEWSEENGERN.COM ว่า ป๋าเปลวครับ

"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'