ลุ้นรัฐบาลถกกำหนดวันหยุดพิเศษปี64เพิ่มเติมหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ


เพิ่มเพื่อน    


25 ธ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเตรียมการเพื่อกำหนดวันหยุดเฉพาะกิจในปี 2564 ว่า เป็นการบ้านที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้ไปดูว่าควรจะมีวันหยุดพิเศษในปี 2564 ได้ช่วงไหนบ้าง ซึ่งถือเป็นวันหยุดพิเศษ หรือวันหยุดเฉพาะกิจ ไม่ใช่เป็นวันหยุดปกติ โดย ครม. ให้การบ้านไว้ว่าให้พิจารณารายละเอียด ที่สำคัญควรจะมีการบอกกล่าวล่วงหน้าจะได้มีการเตรียมการได้ ทั้งนี้ ตนยังไม่แน่ใจว่าการกำหนดในช่วงเวลานี้จะเข้ากับสถานการณ์หรือไม่ เพราะเรากำหนดโดยไม่ได้คิดถึงการจะมีการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 รอบใหม่เข้ามา เพียงแต่อยากกระตุ้นให้มีวันหยุดพิเศษ แต่เมื่อบรรยากาศในขณะนี้เป็นเช่นนี้ แน่นอนว่ากว่าจะไปถึงวันหยุดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเบาลงไปและไม่มีปัญหาแล้ว แต่ยอมรับว่าทำให้การเตรียมตัวค่อนข้างยากอยู่ อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมเพื่อเตรียมการไว้ก่อน แต่อาจยังไม่เสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  

นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นที่เสนอค้างมานานที่จะนำมาพิจารณาไปพร้อมกัน คือการกำหนดวันหยุดประจำภาค แม้เราจะไม่ค่อยคุ้นกับเรื่องนี้ เพราะจะคุ้นกับวันหยุดปกติที่ตรงกันทั้งประเทศ แต่ในความเป็นจริงประชาชนในแต่ละภาคมีการเสนอมานานแล้ว รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เคยตั้งกระทู้ถามว่าควรจะมีวันหยุดที่เป็นงานของแต่ละภาค โดยภาคอื่นที่ไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องหยุด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่บ้างแล้ว อาทิ วันหยุดพิเศษของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดอื่นไม่เกี่ยวหรือเทศกาลงานเดือน 10 ซึ่งเป็นเรื่องของภารใต้ภาคอื่น ไม่เกี่ยวเช่นกัน ในส่วนของภาคเหนือและภาคอีสานก็เคยมีการเสนอวันหยุดประจำภาคเช่นกัน ดังนั้น การประชุมครั้งจะนำมาพิจารณาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณากำหนดวันหยุดพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศใช่หรือไม่ นายวิษณุ ยอมรับว่าใช่ แต่จะไม่ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มีการประกาศให้ถือเป็นวันหยุดตลอดไปเหมือนเช่น วันวิสาขบูชา หรือมาฆะบูชา เป็นเรื่องเฉพาะกิจเฉพาะปีเดียว ซึ่งภาคเอกชนเห็นด้วยเพียงแต่ขอให้ประกาศล่วงหน้า เพราะครั้งที่ผ่านมา ประกาศล่วงหน้าไม่ทันทำให้เกิดความลักลั่น กลายเป็นว่าส่วนราชการหยุดแต่ภาคเอกชนไม่ได้หยุด เพราะไม่ได้กำหนดไว้ก่อน ดังนั้น ถ้ารู้ล่วงหน้าก็จะดี

“การประชุมวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมทั้งบริษัททัวร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม การเดินทาง แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ก็เชิญมาหารือร่วมกัน” นายวิษณุ กล่าว

 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว