เจาะทริปมาแรงรับปีฉลู


เพิ่มเพื่อน    

    เมื่อมองล่วงหน้าไปยังปี 2564 ผลกระทบจากการแพร่ระบาดที่ทั่วโลกต่างเผชิญอยู่ กำลังส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนไป แต่ยังเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวในปีต่อไปเช่นกัน   โดยผลสำรวจล่าสุดจากผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเดินทางระดับโลกอย่าง Booking.com ได้เผย 5 ประเภททริปท่องเที่ยวมาแรงในปี 2564 ที่กำลังมาถึง มาดูกันว่าการท่องเที่ยวในยุคใหม่และปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั้น มีเทรนด์อะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นบ้าง
    ทั้งนี้ การสำรวจเป็นการสอบถามข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งได้เดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และวางแผนที่จะเดินทางในอีก 12 เดือนข้างหน้า มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 22,000 คน โดยมีประเทศและภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมแห่งละ 1,000 คน ได้แก่ ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น จีน บราซิล อินเดีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย อินโดนีเซีย โคลอมเบีย และเกาหลีใต้ ส่วนประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมแห่งละ 500 คน ได้แก่ นิวซีแลนด์ ไทย อาร์เจนตินา เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฮ่องกง โครเอเชีย ไต้หวัน เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สิงคโปร์ และอิสราเอล แบบสอบถามผ่านทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 9-28 สิงหาคม 2562
    อย่างแรกเลยคงเป็นลุยเดี่ยวก็เที่ยวได้ แน่นอนว่าการเที่ยวคนเดียวจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอนาคต เพราะในช่วงที่ผ่านมาการเดินทางได้ถูกตั้งกฎเกณฑ์ไว้มากมาย ทำให้ผู้คนเริ่มคิดถึงการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้ออกไปลุยเดี่ยวในปี 2564 โดยก่อนการแพร่ระบาด ผลสำรวจจาก Booking.com เผยว่ามีผู้เดินทางชาวไทยเพียง 17% เท่านั้นที่วางแผนเที่ยวแบบลุยเดี่ยว ซึ่งต่างกับผลสำรวจล่าสุดที่ผู้เดินทางจำนวนถึง 40% วางแผนจะลุยเที่ยวคนเดียวมากขึ้นในอนาคต และผู้เดินทาง 51% ต้องการเดินทางมากขึ้นในอนาคตเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปในปี 2563 และนี่คือแรงขับเคลื่อนหลักที่กระตุ้นให้ผู้เดินทางอยากออกไปท่องเที่ยวแบบลุยเดี่ยวสักครั้งในชีวิต
แนวโน้มต่อมาคงเป็นการขอเพียงได้ผ่อนคลาย เพราะหลังจากทริปได้ถูกยกเลิกจากผลกระทบของการแพร่ระบาด  ทำให้ตอนนี้ผู้คนต่างรู้สึกว่าแค่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวก็เกินพอแล้ว โดยผู้เดินทางชาวไทย 77% ตั้งมั่นว่าในอนาคตจะไม่มองข้ามคุณค่าของการเดินทางอีก แม้ผลสำรวจจะแสดงให้เห็นว่าผู้เดินทางยังคงปรารถนาที่จะได้เดินทางอีกครั้ง แต่มีเพียง 8% เท่านั้นที่วางแผนเพื่อไปทริปพักผ่อนสุดหรู ส่วนผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ 48% วางแผนทริปเพื่อได้ใช้เวลาผ่อนคลายและหลีกหนีความวุ่นวายต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการได้พักผ่อนคือความปรารถนาที่แท้จริงของผู้เดินทางในปี 2564
    ขณะเดียวกัน ในปี 2563 ผู้เดินทางจำนวนมากถูกแยกอาศัยกับครอบครัวและเพื่อนเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนรู้สึกเหงาและห่อเหี่ยว ทำให้ผู้เดินทางชาวไทย 78% วางแผนใช้การเดินทางในอนาคต เป็นโอกาสพบปะและเชื่อมสัมพันธ์กับคนที่รักอีกครั้ง อันที่จริงแล้วในขณะที่ต้องอยู่ไกลกัน ผู้เดินทาง 38% เผยว่าหนึ่งในแรงบันดาลใจหลักๆ ที่ทำให้อยากเดินทางอีกครั้ง คือการได้พูดคุยเรื่องทริปกับเพื่อนๆ และครอบครัว
    ผู้เดินทางจำนวนมากกังวลกับความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลต่อทริป ทำให้ความต้องการที่จะเที่ยวในช่วงเวลาสั้นๆ มีเพิ่มมากขึ้น โดยผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง 62% ต้องการไปทริปพักผ่อนที่มีระยะสั้นลงในปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 เพื่อลดความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง ส่วนอีก 44% คิดถึงการท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์มาเป็นอย่างแรก หลังมีการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางในประเทศ ทำให้เห็นว่าผู้เดินทางมีความต้องการอย่างมากที่จะหลบไปพักใจจากโลกแห่งความเป็นจริง แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันก็ตาม
    ความต้องการในการออกไปสำรวจโลกกว้างของผู้เดินทางชาวไทยไม่ได้ลดน้อยลง แต่คนส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ 77% เนื่องด้วยมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับการเดินทางต่างประเทศที่ยังคงเข้มงวด การเที่ยวในประเทศจึงกลายเป็นวิถีใหม่สำหรับผู้เดินทาง โดยการได้ไปตระเวนชิมอาหารเลิศรส เป็นสิ่งที่คนอยากทำเป็นอันดับต้นๆ  โดยผู้เดินทางชาวไทย 52% อยากลิ้มรสและดื่มด่ำกับเมนูขึ้นชื่อในท้องถิ่นระหว่างทริปเดินทาง ส่วนอีก 36% อยากออกไปร้านอาหารบ่อยขึ้นเพราะมีเงินเก็บจากการงดไปทริปต่างประเทศ.  
 

รุ่งนภา สารพิน


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต