จตุพรลั่น'นปช.'ถึงเวลาลาโรง


เพิ่มเพื่อน    


    “จตุพร” ประกาศตอกฝาโลง นปช. บอกถึงเวลาลาโรงให้ทุกอย่างเป็นตำนาน ลั่นใจยังสู้เผด็จการแต่ต้องลดคีย์ตามวัย เตรียมฟ้องพวกใส่ร้าย “ครูหยุย” เชื่อกรรมการสมานฉันท์เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
    เมื่อวันอาทิตย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ตอนหนึ่งว่า การต่อสู้กับเผด็จการนั้นสู้ไปสู้มากลายเป็นถูกผลักไปอยู่ร่วมกับเผด็จการ เป็นข้อหาที่รุนแรงมาก โดยเรื่องที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อมีการโจมตีใส่ร้ายก็ลุกขึ้นต่อสู้ตามวิถีทางที่ต่อสู้มาตลอดชีวิต และที่ผ่านมาตั้งใจจะไม่ฟ้องร้องใคร แต่เมื่อปล่อยไว้ยิ่งได้ใจ กล่าวหาทุกเรื่องที่เป็นความเท็จ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าไปอยู่กับเผด็จการ ก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล 
    “มีการไปอธิบายใส่ความใส่ร้าย ว่าออกมาจากคุกเเล้วจะรอด เพราะไปเจรจาตกลง ซึ่งผมติดคุกรวมกัน 4 รอบ ประมาณ 19 เดือน มีคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ทนายความไปยื่นคำร้องขอให้ศาลนับใหม่ ศาลชั้นต้นยก ส่วนศาลอุทธรณ์ให้นับไป ขณะนี้รอระหว่างฎีกา มีคดีศาลแพ่งอีก 2 คดี ซึ่งพูดเหมือนกับที่นายทักษิณ ชินวัตร พูด ไม่มีลักษณะยุยงให้คนเผาบ้านเผาเมือง แต่ยกฟ้องนายทักษิณ แต่ให้ลงโทษผม เพราะเป็นประธาน นปช. ซึ่งขณะนั้นในปี 2553 ไม่ได้เป็นประธาน นปช. ทั้ง 2 สำนวนเฉพาะดอกเบี้ยกว่า 100 ล้านบาทแล้ว”  
    นายจตุพรย้ำว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องหลังออกจากคุกมาแล้วทั้งสิ้น อยากถามว่ารอดอะไรสักเรื่องบ้าง คดีบ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนวนที่ 2 หากใครได้ไปฟังคดีในสำนวนแรกทุกประโยคคล้องนายจตุพรทั้งนั้น ถามว่าไปแลกเปลี่ยนอะไรกัน ในคดีก่อการร้ายศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์รับฟ้อง และในขณะนั้นจำเลยในคดีนี้ 4 คนอยู่ระหว่างถูกคุมขัง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นพ.เหวง โตจิราการ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปรากฏว่าไม่ได้รับหมายอุทธรณ์ที่อัยการอุทธรณ์มาทางศาล เมื่อไม่ได้รับหมายจึงขยายอุทธรณ์ไม่ได้ เมื่อไม่ได้อุทธรณ์เท่ากับว่าอุทธรณ์ไม่ได้ ก็ยื่นคำขาดไปว่าหากทั้ง 4 คนไม่ได้รับการพิจารณาอุทธรณ์ ก็จะไม่ยื่นอุทธรณ์เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ปล่อยให้ศาลตัดสินไปเลย    
    “สิ่งที่ผมอยากบอกในวันนี้ว่า เราพยายามประคับประคองทุกสถานการณ์ เป็นนายจตุพรเหมือนเดิม ร้องเพลงเดิมทุกอย่าง เพียงแต่อายุมากขึ้น ก็ต้องลดคีย์ลงมาบ้าง แต่เนื้อเพลงเหมือนเดิม ส่วนทิศทางของ นปช.จะเป็นอย่างไรนั้น จะเดินสายคุยกับแกนนำ แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรยุติองค์กร นปช.ให้เป็นตำนาน ทุกอย่างที่สู้กันมานั้น ไม่มีอะไรติดยึด ทุกอย่างมันคือหัวโขน หากติดยึด มันต้องติดยึดกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ใช่มาติดเอาตอนแก่”นายจตุพรกล่าว 
    วันเดียวกัน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็น 1 ใน 21 คนในกรรมการสมานฉันท์ กล่าวว่า เป็นงานที่หลายคนคาดหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศ แต่ก็มีหลายคนปรามาสว่าตั้งไปก็ทำอะไรไม่ได้ นานาจิตตัง ซึ่งต้องรอนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน และฟังแนวนโยบาย แต่ถ้าจะให้พูดถึงความคิดที่มีอยู่ เบื้องต้นมีความหวัง เพราะเพียงแต่มีการเริ่มต้นให้มี ก็ถือว่าเกิดประกายแสงแล้ว ต่อมามีตัวตนจากหลายภาคส่วนเป็นกรรมการเข้ามา ความหวังเริ่มลุกโชนขึ้น แม้จะมีบางส่วนยังไม่เข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วม ก็เป็นธรรมดาที่ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น กลไกสำคัญนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความปรองดอง เป็นเวทีหารือไปสู่ความสมานฉันท์สมัครสมานสามัคคี จากนั้นคงต้องกระจายการมีส่วนร่วมออกไปให้กว้างขวาง
    ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ….. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ได้เชิญฝ่ายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำประชามติมาให้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว แต่อาจต้องเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งบทบาทของผู้ตรวจการเลือกตั้งว่าได้ประโยชน์และคุ้มค่าหรือไม่
    “การพิจารณาแบบรายมาตรา เริ่มพิจารณาไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่มากนัก เข้าใจว่าช่วงต้นปีหน้าจะเริ่มพิจารณารายมาตราต่อไป และหากเวลาไม่พอก็อาจเพิ่มวันประชุมจากสัปดาห์ละ 2 วันเป็น 3 วัน เพื่อจะให้การพิจารณาเสร็จใกล้เคียงกับ กมธ.พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายสมชัยกล่าว.


พลัม-จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ Chutathut Laothamatas ตอนนี้ เรือนจำไม่อนุญาตให้เยี่ยม เพราะลุงกำนันและพี่ๆ ถูกกักตัวตามมาตรการป้องกัน covid นะคะ ให้พบได้เฉพาะทนาย

เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่