'จตุพร' รับสภาพเสื้อแดงร่วมม็อบ 3 นิ้ว ข้อเรียกร้องทะลุเพดานไกลกว่า นปช. จำเป็นยุติบทบาทส่งภารกิจให้คนรุ่นใหม่


เพิ่มเพื่อน    

29 ธ.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk ถึงการยุบนปช.ว่า ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกคนเสื้อแดง เพียงแค่มอบสมบัติการต่อสู้ให้คนหนุ่มสาว กลุ่มราษฎรที่มีข้อเรียกร้องที่ก้าวหน้ากว่าการโค่นอำมาตย์ นปช.มาได้สูงสุดแค่นี้ ตนได้แสดงความเห็นส่วนตัวควรยุติบทบาทนปช. แล้วส่งภารกิจให้คนรุ่นใหม่ และจะเดินสายหารือแกนนำทั้งหลายที่แยกกันอยู่คนละทาง ไม่ได้เดินสายเพื่อยุบนปช.ไปร่วมกับเผด็จการตามข้อกล่าวหาใส่ร้ายที่ตามมา ขอให้มิตรสหายฟังก่อน และพร้อมตอบคำถามเป็นรายบุคคล โดยตามที่เข้าใจกันว่า การต่อสู้ของ นปช.ไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของใครนั้น และการต่อสู้ที่ผ่านมาไม่มีใครมาตำหนิได้ว่า ใครสู้หรือไม่สู้อย่างไร เพียงแต่อยู่กับโลกความจริงและศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ว่า เวลาไหนควรทำอะไร อย่างไร การคิดอ่านส่งบทบาทภารกิจให้คนรุ่นใหม่นั้นไม่ได้คิดกันลอยๆ แต่คิดจากการต่อสู้ของนปช. ที่มียุทธศาตร์โค่นล้มอำมาตย์ ซึ่งเป็นการต่อสู้อย่างเต็มที่ จนมีบาดเจ็บ ล้มตาย สิ้นสูญอิสรภาพ และมีความเจ็บปวดมากมาย ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2550 ที่ได้ซึมซับบทเรียนกันตามลำดับ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ การปรากฎตัวของคนหนุ่มสาวนั้น มีข้อเรียกร้องยกระดับสูงกว่าข้อเรียกร้องของ นปช.อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

“การเรียกร้องของคนหนุ่มสาวทะลุเพดานกว่าข้อเรียกร้องของ นปช. รวมทั้ง แกนนำ นปช.ทั้งสองซีกจะได้คิดอ่านกันอย่างไร ตลอดจนพี่น้องที่อยู่ในเรือนจำ ได้พูดคุยกันมาบ้างแล้ว เห็นควรให้ยืนอยู่ที่ข้อเรียกร้องของ นปช.เหมือนเดิม ต้องยอมรับกันว่า ข้อเรียกร้องนปช.ล้าหลังกว่ากลุ่มราษฎรที่ก้าวหน้ามากกว่า และมวลชนได้ไปกับราษฏรเต็มที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อการต่อสู้นี้ไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของใคร ตนจึงเสนอเป็นความเห็นส่วนตัวว่า ควรยุติบทบาท เพื่อส่งมอบภารกิจให้คนหนุ่มสาวซึ่งยกย่องการต่อสู้ของคนเสื้อแดงเป็นแบบอย่างอยู่แล้ว”นายจตุพรกล่าว 

นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อมีคนรุ่นใหม่ยกย่องคุณูปการของคนเสื้อแดงแล้ว คิดด้วยเจตนาบริสุทธิ์ว่า ให้คนหนุ่มสาวสานงานต่อ ในบรรดาแกนนำเสื้อแดงนั้น พูดได้อย่างมากแค่สนับสนุนการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นคำมักง่าย เพราะคนที่อยู่ในสนามต่อสู้ฟังแล้วเจ็บปวด เพราะถ้าสนับสนุนต้องไปร่วมเป็นร่วมตายกับเขา นอกจากนี้ได้ตรวจสอบแกนนำทุกคนที่อยู่กันสองซีก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำต่างจังหวัด เมื่อคนหนุ่มสาวยกย่องคนเสื้อแดง เห็นว่า เมื่อมวลชนเสื้อแดงก้าวหน้ากว่าบรรดาแกนนำ จึงคิดอย่างบริสุทธิ์ว่า ทำไมไม่ส่งมอบภารกิจให้คนหนุ่มสาวต่อสู้สานต่อภารกิจ ในบรรดาแกนนำทั้ง 2 ซีกนั้นไม่มีคนใดจะไปยืนหยัดต่อสู้ตามข้อเรียกร้องข้อที่ 3 ของกลุ่มราษฎร คนหนุ่มสาวเลย เมื่อเราเดินมาได้สูงแค่การต่อสู้ของไพร่กับอำมาตย์ แต่คนหนุ่มสาววันนี้เดินทะลุเพดานไปแล้ว แน่นอนข้อเรียกร้องของ นปช.จึงล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์  

หลายคนพยายามเสนอว่า ทำไมไม่ตั้งเวทีคู่ขนาน ซึ่งตนเห็นว่า เราไปแย่งชิงแข่งขันกันด้วยเรื่องอะไร และทำไมไม่ยกผลพวงการต่อสู้ทั้งหมดที่แลกด้วยชีวิต อิสรภาพส่งมอบให้คนหนุ่มสาวแทน อย่างน้อยเรายังช่วยประคับประคอง และสามารถไปยืนหยัดเคียงข้างได้ เราเป็นคนเสื้อแดงติดตัวไปจนวันตาย ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ มีการอธิบายว่า ตนจะเดินทางไปปิดคนเสื้อแดง ซึ่งไม่ใช่ เพียงแต่คิดมอบภารกิจการต่อสู้ที่เป็นมรดกของคนเสื้อแดงไปให้กับกลุ่มราษฎร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทั้งปวง โดยไม่มีความเป็น นปช. ซึ่งเดินมาได้แค่ระดับสู้กับอำมาตย์ จึงต้องส่งมอบมรดกให้คนหนุ่มสาว โดยเจตนามีเพียงแค่นี้เอง

"การพยายามอธิบายว่า ตนรับงานมานั้น เป็นการกล่าวหาที่ทุเรศ ไม่ใช้คนบ้า ถ้าจะคิดทำมาหากิน นั่งอยู่เฉยก็ได้อยู่แล้ว แต่ตลอดเวลาการยึดอำนาจมา เป็นคนเดียวที่ถูกถอนประกัน ถูกจำคุก 3 เดือน และทำหน้าที่อย่างแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ที่พูดทั้งหมดมานี้ ได้พูดต่อทุกดวงวิญญาณกว่าร้อยชีวิตในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ไม่มีแนวคิดเป็นอย่างอื่นเลย ดังนั้น ยุทธศาสตร์เมื่อเป้าหมายชนะ เราจะมาติดยึดได้อย่างไร ก็ควรยกทั้งหมดให้กับเขา ให้ไปสร้างความแข็งแรงกับเขา กลุ่มราษฎรก็จะมีพลัง เพราะเขายกย่อง นปช.ว่าเป็นคุณูปการ"


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"