มาเลเซียคึกคักนาจิบขี่มหาเธร์ ชิงเก้าอี้'ผู้นำ'


เพิ่มเพื่อน    

 

   การเมืองครูล้างศิษย์ มาเลเซียจัดการเลือกตั้งครั้งสูสีที่สุดเท่าที่พรรครัฐบาลเคยเผชิญในรอบ 61 ปีที่บริหารประเทศ อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 โดดลงสนามในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ต่อกรกับลูกศิษย์เก่า "นาจิบ ราซัค" ที่เจอมรสุมคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบี แต่ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลผสมสหมาเลย์ยังเอาตัวรอดได้

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียเมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 เป็นการช่วงชิงครั้งที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 14.5 ล้านคน จะทำการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 222 ที่นั่ง พร้อมกับการเลือกสมาชิกสภาระดับรัฐอีก 505 ที่นั่ง การลงคะแนนเริ่มในเวลา 08.00 น. และปิดหีบเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง

    นายกรัฐมนตรีนาจิบ ซึ่งประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนเมษายนเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันพุธที่ผ่านมา พยายามดิ้นรนครองอำนาจต่อไปในฐานะผู้นำของพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ที่เป็นแกนหลักของรัฐบาลผสมบาริซันเนชันแนล (บีเอ็น) ที่บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องมานับแต่เป็นเอกราชเมื่อปี พ.ศ.2500 แต่ในครั้งนี้เขาเผชิญกับคู่แข่งตัวฉกาจซึ่งก็คือครูทางการเมืองของเขาเอง 

    อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์กลับเข้าสู่สังเวียนการเมืองในวัย 92 ปี เพราะโกรธต่อเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชันที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ มหาเธร์จับมือกับพรรคพันธมิตรฝ่ายค้านที่เคยต่อต้านเขาเมื่อครั้งที่เขายังครองอำนาจ ซึ่งรวมถึงอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรีของเขาเอง ที่กลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกัน แต่ปัจจุบันได้หันมาจับมือกันเพื่อต่อกรกับนาจิบ

    สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐบาลผสมบีเอ็นน่าจะครองอำนาจบริหารประเทศได้ต่อไปอีก ส่วนใหญ่สืบเนื่องจากระบบการเลือกตั้ง ที่ถูกวิจารณ์ว่าปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาล แต่นักวิเคราะห์หลายคนทำนายว่า บีเอ็นจะพ่ายแพ้คะแนนดิบรวมทั้งประเทศอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเคยแพ้มาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ซึ่งอาจทำให้สถานะนายกรัฐมนตรีของนาจิบสั่นคลอนได้

    การเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งของมหาเธร์ ซึ่งปกครองมาเลเซียด้วยกฎเหล็กยาวนาน 22 ปี ช่วยเพิ่มคะแนนให้กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ซึ่งอ่อนแอลงเพราะความแตกแยกภายใน และแกนนำโดนปราบปราม ขณะที่อันวาร์ยังคงติดคุกในคดีรักร่วมเพศที่เขาระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยเชื่อว่ามหาเธร์น่าจะดึงคะแนนจากชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่และเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลได้บ้าง 

    อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายค้านชนะได้คือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิที่มาก แต่ตามข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิเมื่อถึงเวลา 2 ชั่วโมงก่อนปิดหีบ อยู่ที่ 69% เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้สิทธิครั้งนี้น้อยกว่าครั้งที่แล้วซึ่งมีถึง 85% 

    รายงานกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างร้องเรียนว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคำกล่าวหาเป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ภายหลังเปิดหีบทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอ้างว่าโทรศัพท์ของพวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับคณะทำงานได้ เนื่องจากได้รับสายสแปมที่กระหน่ำโทร.เข้ามา หน่วยงานที่ดูแลด้านอินเทอร์เน็ตกล่าวโทษว่าเกิดจากโปรแกรมอัตโนมัติที่ก่อกวน และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวน

    ผู้สมัครฝ่ายค้านและผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังโวยวายผ่านโซเชียลมีเดียด้วยว่าต้องต่อแถวรอใช้สิทธินานหลายชั่วโมง แต่ไม่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาอะไร ส่วนมหาเธร์ ซึ่งไปลงคะแนนที่เมืองอลอร์สตาร์ พร้อมกับภรรยาของเขา กล่าวก่อนปิดหีบว่า เขากังวลว่าผู้มีสิทธิอาจไม่มีโอกาสได้ลงคะแนน เพราะกระบวนการล่าช้ามาก แต่เขายังแสดงความมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะชนะ

    ส่วนนาจิบ วัย 64 ปี ซึ่งสืบสายเลือดการเมืองจากบิดา ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศนี้ ไปใช้สิทธิที่เมืองเปกัน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนจะได้ตัดสินใจกำหนดชะตาของประเทศนี้ และต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง 

    นาจิบเผชิญมรสุมอื้อฉาวกรณีคอร์รัปชันภายในกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งและกำกับดูแลเอง หลังจากกองทุนเพื่อการพัฒนาของประเทศแห่งนี้ถูกเปิดโปงเมื่อปี 2558 ว่ามีการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ แต่นาจิบและวันเอ็มดีบีปฏิเสธว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องอื้อฉาวนี้แล้ว ความนิยมของรัฐบาลในชนบทก็ลดน้อยลงเนื่องจากปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลขึ้นภาษีการขายเมื่อปี 2558 ที่กระทบต่อคนยากจน 

    ถึงกระนั้น ฝ่ายค้านยังเจอกับงานยากลำบากหากจะเอาชนะรัฐบาลผสมบีเอ็นที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเลย นักวิจารณ์หลายคนยังกล่าวหาบีเอ็นว่าใช้กลโกงเพื่อให้ชนะเลือกตั้ง ด้วยการกำหนดเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อให้เป็นประโยชน์กับรัฐบาลมากที่สุด ขณะที่นักเคลื่อนไหวหลายคนกล่าวกันว่ามีการทุจริตรายชื่อผู้มีสิทธิจำนวนมาก 

    พวกผู้แทนของฝ่ายค้านยังตกเป็นเป้าหมายเล่นงานของเจ้าหน้าที่รัฐระหว่างการหาเสียง ไม่เว้นแม้แต่มหาเธร์ ซึ่งถูกตำรวจสอบสวนว่าทำผิดกฎหมายฉบับใหม่ที่ต่อต้าน "ข่าวปลอม" หลังจากมหาเธร์อ้างว่าเครื่องบินที่เขาเช่านั้นโดนลอบก่อวินาศกรรม.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'