'แพท'สู่อิสรภาพ ได้รับอภัยโทษ


เพิ่มเพื่อน    


    'แพท เพาเวอร์แพท' อดีตนักร้องขวัญใจวัยรุ่น ได้รับอิสรภาพแล้วหลังถูกตัดสินจำคุก 50 ปี ปรับ 1 ล้าน ในข้อหายาเสพติด อนาคตดับวูบ ในปี 47 ถูกตำรวจล่อซื้อยาอีกว่า 2 พันเม็ด พ่วงด้วยยาเค-กัญชา จนสิ้นท่าหลักฐานมัดตัวแน่น แต่สุดท้ายกลับตัวในเรือนจำ ขึ้นแท่นนักโทษชั้นดี คว้าปริญญา 2 ใบในคุก เผยออกมาแล้วสิ่งแรกขอบวชให้ครอบครัว 
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค. เวลา 11.00 น. ที่เรือนจำกลางบางขวาง นนทบุรี กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัวนักโทษในเรือนจำในโครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง จำนวน 11 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายวรยศ บุญทองนุ่ม หรือแพท เพาเวอร์แพท อดีตนักร้องชื่อดังวัย 40 ปี ที่ถูกจับกุมในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ โดยศาลตัดสินจำคุก 50 ปี และปรับ 1 ล้านบาท จนรับการปล่อยตัวในวันนี้ หลังจากที่ได้รับลดโทษต่อเนื่องจนเหลือการจองจำเพียง 16 ปี 6 เดือน
    โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความยินดีของครอบครัวที่มารับนายวรยศ ทั้งนี้ ทันที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ นายวรยศได้ก้มลงกราบเท้าบิดาและมารดาที่มารอรับด้านนอก และสวมกอดเพื่อนที่มารอรับด้วยความยินดี
    แพท วรยศ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและก็รู้สึกสำนึกในพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ในครั้งนี้ ซึ่งท่านทรงเห็นความสำคัญของผู้ต้องราชทัณฑ์ว่าเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่านไม่แพ้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งตรงนี้ทำให้ตนเองทราบซึ้งใจมากที่ท่านทรงได้ให้โอกาส ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับตัวเป็นคนดี ให้โอกาสได้กลับไปดูแลครอบครัว ให้โอกาสให้ไปพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคม สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมต่อไป
    "ผมรู้สึกซาบซึ้งมาก และจะรักษาโอกาสที่ได้รับครั้งนี้ไว้เทียบเท่าชีวิต โอกาสไม่ได้มีบ่อย เพราะฉะนั้นผมจะมุ่งมั่นทำแต่ความดี แล้วก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะทำแต่สิ่งที่ดี รวมถึงจะช่วยป้องกัน รณรงค์เรื่องยาเสพติดด้วย แล้วก็จะไม่ทำผิดกฎหมาย ผมเองได้ทำการปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และผู้แทนพระองค์ในวันนี้ก่อนออกมาแล้ว ว่าผมจะไม่ทำผิดกฎหมายอีกต่อไป ผมอาจจะเคยมีส่วนที่ทำร้ายสังคมนะเมื่อในอดีต ถึงเวลาผมได้โอกาส ต่อไปผมจะชดให้ต่อสังคม มันเป็นช่วงโอกาสที่ผมจะชดใช้ให้กับสังคมแล้วก็ครอบครัวด้วย กลับไปดูแลครอบครัวสิ่งแรกที่อยากทำคือบวชให้ครอบครัว" แพทระบุ 
     แพท วรยศ ระบุด้วยว่า ตนเองต้องวางแผนชีวิตอีกเยอะมากๆ เลย เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาจนถึงวันนี้เกือบ 17 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด จะต้องเก็บเกี่ยวข้อมูลแล้วก็ค่อยๆ ศึกษาการใช้ชีวิตในปัจจุบันไป เรื่องการปรับตัวผมไม่กังวลเท่าไหร่ เชื่อว่าครอบครัวจะดูแล ซึ่งเขาบอกด้วยว่าการใช้ชีวิตใจสังคมปัจจุบันต้องระวังหลายอย่างมาก 
    "ผมต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ต้องเชื่อฟังเขา หลังจากเป็นเด็กดื้อมานาน กับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมว่าทุกอย่างมันมีทั้งสองด้าน ถ้าผมไม่เข้าไปอยู่ในเรือนจำ ผมอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้มั้ง เพราะว่าผมใช้ชีวิตเสี่ยงมากนะครับเมื่อตอนช่วงวัยรุ่น คือใช้ชีวิตไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้เลย พอมาอยู่นี้มันเลยเหมือนความโชคดีบนความโชคร้าย ผมว่ามันมีคุณค่าต่อชีวิตผมมาก" แพทระบุ      
    ทั้งนี้ “แพท วรยศ” เป็นนักร้องนำวงเพาเวอร์แพท (POWER PAT) เปิดตัวเมื่อปี 2543 กับอัลบั้มชุดแรกในชื่อ “POWER Pat” กับค่าย Crunch Records สังกัดเบเกอรี่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสแสดงละครโทรทัศน์ ได้แก่เรื่อง “รัน! รักอันตราย”, “Girl Club รับเอาคืน” และเรื่อง “เฮี้ยวนักรักซะเลย”
    อย่างไรก็ตาม แพท วรยศ นักร้องชื่อขวัญใจวัยรุ่น ได้สร้างข่าวช็อกวงการบันเทิงไทย เมื่อเขาถูกจับในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2547 ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ โดยศาลตัดสินจำคุก 50 ปี และปรับ 1 ล้านบาท ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้แก่วงการเพลงอย่างมาก 
    โดยอดีตนักร้องหนุ่มชื่อดังถูกตำรวจล่อซื้อยาอี จำนวน 1,000 เม็ด ราคา 150,000 บาท นัดส่งของในซอยลาดพร้าว 94 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมของกลางยาอีรวม 2,989 เม็ด ยาเคชนิดน้ำจำนวน 4 ขวด และกัญชา 1 ห่อ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยเจ้าตัวอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะชีวิตตกอับไม่มีงานจนต้องหันมาพึ่งยาเสพติด
    หลังจากถูกจับ แพท วรยศ ได้สำนึกผิดและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อเตือนใจไม่ให้ก้าวผิดซ้ำสอง โดยแพท วรยศ ได้เรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และคว้าปริญญาตรีใบที่ 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี 2557 อีกด้วย
    จากโทษจำคุก 50 ปี แต่ด้วยการประพฤติตัวดีในเรือนจำ เป็นครูดนตรีให้กับผู้ต้องโทษคนอื่นๆ กลายเป็นนักโทษชั้นดี ได้รับการลดโทษมาเรื่อยๆ ได้รับการลดโทษต่อเนื่องจนเหลือการจองจำเพียง 16 ปี 6 เดือน ได้ออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่นอกรั้วเรือนจำด้วยวัย 40 ปี.


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ