เพิ่มอีก35ล้านโดส 'บิ๊กตู่'ลั่น!ฉีดวัคซีนเกือบทุกคน/ขอเป็นปีแห่งความสำเร็จ


เพิ่มเพื่อน    


    "บิ๊กตู่" เผยในระยะเวลา 3 เดือนนี้ได้วัคซีนโควิด 2 ล้านโดสให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อน ที่เหลืออีก 26 ล้านโดสจะเข้ามาในระยะต่อไป และให้เพิ่มเติมอีก 35 ล้านโดส คาดฉีดให้คนส่วนใหญ่ได้เกือบหมดทั้งประเทศ ครม.เปลี่ยนสถานที่ประชุม คอนเฟอเรนซ์เว้นระยะห่าง ปลาบปลื้มในหลวง-พระราชินีพระราชทานของขวัญนายกฯ 
    เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 4 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือเป็นการทำงานวันแรก ซึ่งจริงๆ แล้วตนก็ทำงานทุกวัน  ช่วงที่ผ่านมาได้หารือกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มาโดยตลอด ในการติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการต่างๆ ออกมา 
    "แน่นอนต้องมีความเดือดร้อนกันอยู่บ้าง ซึ่งเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่รัฐบาลทำแต่เพียงฝ่ายเดียว แม้จะออกมาตรการ เจ้าหน้าที่ทำงาน จะสำเร็จไม่ได้ต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย แต่ผมไม่โทษใคร แต่ก็ต้องหาทางว่าจะทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกๆ เรื่อง ไม่ใช่เฉพาะโควิด-19 หลายเรื่องที่ควรจะแก้ได้แต่ก็แก้ไม่ได้  เพราะคนมีจำนวนมาก ถ้าพูดก็พูดได้ แต่การกระทำต้องดูว่าคนเรามีเท่าไหร่ 70 กว่าล้านคนมันก็ยาก แต่จะไม่ยากถ้าเราร่วมมือกัน"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา ทุกคนคงมีความสุขตามสมควร ได้อยู่กับครอบครัวบ้าง หลายคนมีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้าง อันนี้ขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด ไม่ว่าจะมาตรการอะไรก็ตาม ถ้าไม่ทำตามมาตรการก็คือปัญหา ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน จะเกิดความรุนแรงขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตามตนได้กำหนดแนวทางไปแล้ว ในเรื่องการจัดหาอะไรต่างๆ เหล่านี้ 
    "คาดว่าประมาณ 1-2 เดือนจะได้ส่วนแรกมาก่อน ของประเทศหนึ่ง ผมจำเป็นต้องนำเข้ามาเพราะเป็นห่วงบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 2 ล้านโดส ที่เหลือจะต้องรอของอีกที่เราจองไว้จำนวน 26 ล้านโดส ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงอีกครั้ง จะต้องปรึกษาหารือกับสาธารณสุขร่วมกัน"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้หยุด และต้องให้กำลังใจ ศบค.ที่แรงกดดันสูง รวมไปถึงพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ตนทราบดี แต่อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือกับคนหมู่มาก เพราะเจ้าหน้าที่อย่างไรก็ไม่เพียงพอที่จะไปเฝ้าตรวจทุกคน ซึ่งทุกคนต้องรักครอบครัวตัวเอง  รักคนอื่น รักสังคมด้วย อะไรที่เป็นความเสี่ยงก็อย่าไปทำ  มันคงช่วยให้ลดลงได้บ้างในวันข้างหน้า หลายอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องแก้ปัญหา พร้อมกับแก้ไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง อยากให้ดูแลซึ่งกันและกันในปีใหม่นี้ 
    "ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ผมไม่นิ่งนอนใจทุกเรื่อง บางเรื่องอาจจะพูดได้ และบางเรื่องอาจจะไม่พูด แต่ผมก็ทำและรอผลการปฏิบัติออกมา เพราะถ้าพูดก็เรื่องใหญ่เรื่องมากไป หลายอย่างก็จะเกิดกระแสต่อต้านก่อน ผมคิดอย่างนั้น"
     นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจเรื่องอะไรต่างๆ ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว มันต้องลดลงแน่นอน รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม จะดูแลกันอย่างไร วันนี้เป็นห่วง 28  จังหวัดที่มีการแพร่เชื้อจำนวนมาก จะสามารถควบคุมได้ถ้าทุกคนอยู่ในจังหวัดไม่ไปไหนเลย มันก็จะแก้ได้เป็นจังหวัดๆ ไป แต่ถ้ายังไปมากันตลอดคงไม่ได้ ซึ่งผู้ว่าฯ จะต้องเป็นผู้พิจารณาพื้นที่ของตนเอง 
เดี๋ยวผมจัดการบ่อนต่อเอง
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเองและภรรยาเป็นห่วง ผวจ.สมุทรสาคร ได้ให้จัดดอกไม้ไปเยี่ยมให้กำลังใจให้หายโดยเร็ว ซึ่งท่านได้ทำงานคู่กับประชาชนและจังหวัดใกล้เคียงซึ่งมียอดสูงขึ้น จังหวัดท่องเที่ยวก็ตัวเลขสูงขึ้น ตรงนี้จึงต้องกลับมาดูว่าเราคงต้องมีวินัยกันอย่างไร โดยที่ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมอะไรต่างๆ เหล่านี้หรือควบคุมมากนัก เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้เสียก่อนจะดีที่สุด  รัฐบาลรับผิดชอบอยู่แล้วทุกเรื่อง หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องรับผิดชอบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
     เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บ่อนการพนันยังเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโควิด นายกฯ ตอบว่า "เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง" ส่วนการย้ายเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อปล่อยให้มีเหตุการณ์อย่างที่ว่า แต่ปัญหาอีกอันเราต้องหาวิธีการจะทำอย่างไร ซึ่งวันนี้ทราบดี เมื่อเราเข้มงวดมันก็ไม่ดี หลักฐานต้องให้มี เขากำลังทำอยู่  
    ถามว่าต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย แพทย์พบเชื้อที่กลายพันธุ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นจำนวนน้อย ซึ่งเชื้อพันธุ์ใหม่ฟังทางการแพทย์มาแล้ว รวมทั้งโทรทัศน์ในต่างประเทศก็เปิดดู เขาบอกว่ามันคือเชื้อโควิดเหมือนเดิม คำว่ากลายพันธุ์ใหม่คือมันสู้กับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น  ติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม เดิมของเราเว้นระยะห่าง 90 เซนติเมตรหรือ 1 เมตร มันปลอดภัย และต้องใส่หน้ากากด้วย น้ำลายก็ไม่ฟุ้งกระจาย แต่เชื้อใหม่แพร่ได้เร็วขึ้น แต่ท้ายที่สุดต้นตอคือโควิด ตนฟังจากต่างประเทศด้วย
     ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการพักชำระหนี้จะมีการพิจารณาหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการร้องเรียนมา พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่ากำลังคิดอยู่ อันเก่ายังไม่จบ เมื่อมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นก็ต้องดูว่าอะไรจะทำต่อ จำเป็นต้องทำต่อก็ทำให้  ขณะเดียวกันต้องมีวิธีการหาเงินมาใช้ด้วย ถ้ายังบอกว่าต้องช่วยๆ แต่เอาเงินมาจากไหนไม่ได้เลยก็จบ 
    ซักว่าหลังจากช่วงปีใหม่จบลง จะต้องใช้เวลาประเมินตัวเลขการแพร่ระบาดอย่างไรในการยกระดับมาตรการควบคุมเพิ่มขึ้น นายกฯ ตอบว่า ตอนนี้มีการประเมินสถานการณ์ทุกวันและจะดู 14-15 วันประมาณนั้น นั่นคือระยะปลอดภัย ทุกคนถ้ารู้ว่ามีความเสี่ยงก็ควรจะอยู่บ้าน  14-15 วัน ซึ่งวันนี้ก็เริ่มมีการเวิร์กฟรอมโฮม โรงเรียนก็ปิด และส่วนอื่นๆ ก็ปิด เว้นแต่ที่ไหนมีมาตรการรัดกุม
    "เราไม่อยากล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ท่านก็รู้ว่าปัญหาคืออะไร ฉะนั้นท่านล็อกดาวน์ตัวเองให้จะได้ไหม มันอยู่ที่ทุกคน ถ้าเราไม่อยากติดเชื้อก็ไม่ต้องไปไหน อยู่บ้าน 14-15 วัน ถ้าทุกคนคิดแบบนี้เดี๋ยวก็ปลอดภัย ก็จะคัดกรองคนได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าทุกคนยังไปมาหาสู่กันได้หมด คงตรวจสอบคน 70 ล้านคนไม่ไหว ไม่มีที่ไหนทำได้"
    ถามว่าถ้ารัฐบาลไม่มีคำสั่งก็เป็นไปได้ยากที่คนจะล็อกดาวน์ตัวเอง นายกฯ ถามกลับว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร  ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะล็อกดาวน์ตัวเอง เอาแค่ใส่หน้ากากคุณทำได้หรือเปล่า ทำได้ไหม สื่อก็ต้องพูดให้คนใส่หน้ากาก ไม่ใช่มาถามอย่างนี้ๆ คุณต้องบอกให้คนเขาใส่หน้ากาก ตนไม่เห็นสื่ออันไหนเขียนเลย
    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์หลังประชุม ศบค.ว่า เรื่องวัคซีนที่หลายคนให้ความสนใจและต่างประเทศมีการฉีดมาบ้างแล้ว เราก็ต้องดูให้เกิดความปลอดภัยให้ได้เสียก่อนจริงๆ ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งมาตรฐานองค์การอาหารและยา (อย.) ของเราถือเป็นมาตรฐานที่รับได้ วันนี้ได้ให้กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนฯ เข้าไปดูแลร่วมกับ อย.แล้ว คาดว่าในระยะเวลา 3  เดือนนี้จะได้เข้ามา 2 ล้านโดสก่อน ซึ่งก็ต้องเตรียมแผนว่าจะฉีดให้ใครบ้างตามลำดับความเร่งด่วน และที่เหลืออีก 26  ล้านโดสจะเข้ามาในระยะต่อไป 
เพิ่มเติมไปอีก 35 ล้านโดส 
    "ผมให้เพิ่มเติมไปอีก 35 ล้านโดส ดังนั้นคาดว่าจะฉีดให้คนส่วนใหญ่ได้เกือบหมดทั้งประเทศ ซึ่งก็ต้องดูว่าเมื่อถึงเวลานั้นมีความจำเป็นต้องฉีดทั้งประเทศหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีความจำเป็นอย่างนั้น บริษัทของเราที่พัฒนาผลิตวัคซีนก็มีพร้อมอยู่แล้วในขณะนี้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้เราต้องช่วยกัน ถ้าเราเอาความคิดเห็นส่วนตัวออกมา ถ้าติอย่างเดียวมันก็ไปไม่ได้หมด ความร่วมมือก็จะเกิดขึ้น"
    นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทุกคนทำงานแบบบูรณาการบนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน นั่นคือสิ่งสำคัญสุด ข้อมูลเดียวกันหมายถึงข้อมูลที่มีการตรวจสอบคัดกรองแล้วว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริง ถ้าเป็นข้อมูลที่ต่างคนต่างพูดออกมาจะไม่ชัดเจน ขอให้ฟังบ้างแล้วกัน ถ้าใครจะไม่ฟังก็แล้วแต่ คงต้องมีคนไม่ฟังหรือฟังก็หาช่องทางดิสเครดิต มันไม่ใช่หรอกมั้ง ตนว่าวันนี้เป็นเวลาที่เราต้องร่วมมือกัน ทั้งตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติที่รักยิ่งของเรา รัฐบาลพยายามทำเต็มที่ สำหรับมาตรการต่างๆ รวมถึงเรื่องการล็อกดาวน์ของแต่ละพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณา  
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังเปิดทำการจากวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2564 เป็นวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล  โดยช่วงเช้าเวลา 10.00 น. มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังทำเนียบองคมนตรีเพื่ออวยพรเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ก่อนเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนเข้าห้องทำงานได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย รวมทั้งพระพรหมที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะไหว้สักการะพระพุทธรูปที่ห้องทำงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในวันแรกของปี 2564 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมดอกไม้พวงมาลัยดอกดาวเรืองยาว 9 ศอก และเครื่องเซ่นไหว้ไว้ให้
    รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม ครม.วันที่ 5 ม.ค.จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ประชุม โดยจะกลับมาใช้ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 และเป็นการประชุมในลักษณะคอนเฟอเรนซ์ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข 
    ขณะที่วันเดียวกันนี้ ในการประชุม ศบค.ที่ตึกสันติไมตรี เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่ประชุมเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งได้คอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการลดความแออัดด้วย
    นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์เชิญของขวัญพระราชทาน มามอบแก่นายกรัฐมนตรีด้วย
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความร่วมมือของประชาชนต่อมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วไปที่ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้และให้ความร่วมมือกับทางราชการในการดูแลตัวเอง เพราะเราไม่อยากให้ระบาดออกไป เวลานี้ก็พยายามอย่าออกจากบ้านเพื่อดูแลไม่ให้เกิดการระบาด
'บิ๊กป้อม' เถียงหมอไม่มีบ่อน
    เมื่อถามว่าได้รับรายงานมีการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ไม่มีแล้ว เพราะเราใช้กำลังทหารเพิ่มมากขึ้น และความจริงการดูแลเราก็ทำมานานแล้ว ซึ่งก็เกิดมาจากจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดระยอง ที่เราจะต้องดูแลให้มากและประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับรัฐให้มากขึ้น สำหรับเรื่องการตั้งโรงพยาบาลสนาม เวลานี้ก็เรียบร้อยแล้ว"
    ถามถึงการตรวจบ่อนการพนันใน กทม. ที่ล่าสุดนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อ พล.อ.ประวิตรปฏิสธว่า "ไม่ทราบ ต้องถามนายแพทย์โอภาสดู ถ้ารู้ก็ต้องมาบอก เรื่องของบ่อนไม่มีแล้วเพราะผิดกฎหมาย และตำรวจท้องที่ต้องดูแลให้ไม่มี"
     ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ผู้ก่อตั้งสถาบันสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  ประชาชนไม่ได้เป็นคนทำการ์ดตก แต่เป็นรัฐบาลที่การ์ดตก รัฐบาลต้องเลิกทำผิดพลาดซ้ำซากว่า ต้องขอขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ที่มีคำแนะนำให้นายกฯ และรัฐบาล แต่ขอให้คุณหญิงสุดารัตน์อย่ากล่าวหานายกฯ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่านายกฯ และรัฐบาลได้ทำงานอย่างหนักแค่ไหนในการแก้ไขปัญหา และตั้งแต่เกิดการระบาดอีกครั้ง นายกฯ ได้มีนโยบายทันทีที่ต้องทำงานเชิงรุก ตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และนำไปรักษาทันที
     "รัฐบาลยังคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงยังไม่ประกาศล็อกดาวน์ ทั้งนี้ขอให้เข้าใจว่าการที่ประเทศต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะเกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทั้งโลกก็เจอกับปัญหาเดียวกัน"
    นายสุภรณ์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ทำผิดอะไรและไม่ได้การ์ดตก และที่มีการปล่อยให้แรงงานลักลอบเข้าประเทศไทย เป็นการกระทำของคนที่ทำผิดกฎหมายเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งนายกฯ ย้ำให้สอบสวนและนำคนกระทำความผิดมาลงโทษแล้ว ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะชีวิตคนและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้
     "เวลาเช่นนี้แทนที่คุณหญิงสุดารัตน์จะต้องให้กำลังใจนายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน แต่กลับมาซ้ำเติมกัน ในเวลานี้เป็นช่วงที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลาย  พร้อมกันนี้ยังอยากให้คุณหญิงเห็นใจนายกฯ และรัฐบาลที่ได้ทำงานอย่างหนัก เลิกกล่าวหาต่อว่านายกฯ และหันหน้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาจะดีกว่า การพูดจากล่าวหาเพื่อหวังดูดีท่าทีสวย หมดยุคสมัยที่จะใช้วาทกรรมเช่นนั้น และคุณหญิงเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง อยู่ในสายตาประชาชนจับตามองตลอด พึงควรระวังการกล่าวหาใส่ความต่อนายกฯ และรัฐบาลอันเป็นเท็จ และควรหยุดการใช้วาทะตีกินทางการเมืองได้แล้วครับ" นายสุภรณ์กล่าว.


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'