"คล็อปป์"ฉุนพ่ายนักบุญ โวยชวดจุดโทษที่เซนต์แมรี่ส์ พาลแขวะผีทำไมได้บ่อยกว่า


เพิ่มเพื่อน    



เจอร์เกน คล็อปป์ เก็บอาการไม่อยู่ โกรธจัดหลังเกม ไม่ได้จุดโทษในเกมที่ เซนต์ แมรี่ส์ ทำพ่าย เซาแธมป์ตัน 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ โวยที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จุดโทษมาบ่อยจนน่าอิจฉา รับรู้สึกกังวล แชมป์เก่าฟอร์มช็อตไม่ชนะมา 3 เกมติด มีสิทธิโดนทีมปีศาจแดงแซงขึ้นยึดตำแหน่งจ่าฝูงก่อนหน้าเจอกันในวันที่ 17 มกราคม นี้
    ลิเวอร์พูล สะดุดพ่ายเป็นเกมที่สองของฤดูกาล ในพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้แต้มหยุดอยู่ที่ 33 หนี รองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีคะแนนเท่ากันแต่เตะน้อยกว่าไม่ได้ มีโอกาสที่จะเสียตำแหน่งจ่าฝูงหาก อริแดงเดือด สามารถเก็บแต้มในเกมตกค้าง แม้เส้นทางยังอีกไกล แต่ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็เริ่มเครียดขึ้นมาแล้ว ประเด็นคือ บอสชาวเยอรมัน คิดว่า ทีมของเขาสมควรได้จุดโทษจากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ โดนสกัดล้ม ก่อนที่จะต้องประเดิมนัดแรกหลังปีใหม่ด้วยการบุกไปแพ้ต่อ เซาแธมป์ตัน 1-0 ที่สนามเซนต์ แมรี่ส์ และที่น่าเจ็บใจคือโดนเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 แล้วแก้คืนไม่ได้ และคนยิงก็คืออดีตกองหน้าของทีม แดนนี่ อิงก์ส ที่ล็อบข้าม อลิสซอน เข้าไปตุงตาข่ายหลังผู้ตัดสิน อังเดร มาร์รีเนอร์ เป่าเริ่มเกมได้ไม่ทันครบ 2 นาที
    "เราเห็นจังหวะนั้นชัดเจน มันน่าจะต้องเป็นจุดโทษ ผมถามผู้ตัดสินที่ 4 เขาบอกว่าเช็คแล้ว ไม่ใช่จุดโทษ นั่นคือความจริง 100 เปอร์เซนต์ พวกเขาเช็คแล้ว"
    "เราเจอสถานการณ์แบบนี้เมื่อปีที่แล้วในเกมกับ เลสเตอร์ หลายคนบอกว่า ซาดิโอ มาเน่ ล้มง่ายเกิน"
    "ถ้าเด็กของเราคนนี้ล้มง่าย เราก็ควรจะได้จุดโทษในเกมนี้ รวมถึงเกมที่แล้วด้วย แต่ที่ อังเดร มาร์รีเนอร์ ทำกับ ซาดิโอ มาเน่ ในค่ำคืนนี้ ผมไม่แน่ใจว่ามันโอเค"
    คล็อปป์ กล่าวต่อ "เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ผมได้ยินว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษในช่วง 2 ปีนี้ มากกว่าที่เราได้ตลอดระยะเวลาที่คุมผมทีมมา 5 ปีครึ่งเสียอีก ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความผิดของผมหรือเปล่า หรือว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร"
    "แต่เราก็ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับฟอร์มการเล่นของเรา เราเปลี่ยนมันไม่ได้ เราต้องเคารพการตัดสิน แต่เราสามารถแก้ด้วยการเล่นของเรา นั่นคือสิ่งที่เราโฟกัส"
    ลิเวอร์พูล ฟอร์มฝืดมานับตั้งแต่ยำใหญ่ คริสตัล พาเลซ 7-0 เมื่อ 19 ธันวาคม จากนั้นก็เสมอ เวสต์บรอม กับ นิวคาสเซิล ก่อนจะมาพบความพ่ายแพ้ที่ แฮมป์ไชร์ ขณะที่ เซาแธมป์ตัน เป็นชัยชนะนัดแรกของพวกเขานับตั้งแต่ 13 ธันวาคม
    นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นครั้งแรกสำหรับ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล ที่เก็บแต้มจาก ลิเวอร์พูลได้ หลังเจอกันมา 6 ครั้งแพ้หมด ดังนั้น 3 แตัมในนัดนี้จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับบอสทีมนักบุญที่ถึงกับน้ำตาไหลให้เห็นหลังจบเกมการแข่งขัน โดยเวลานี้ ทีม"เดอะเซนต์ส" ขึ้นมารั้งที่ 6 ของตาราง มี 29 คะแนนตามหลังจ่าฝูงแค่ 4 แต้ม
    ลิเวอร์พูล นอกจากจะไม่ชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 3 แล้ว 2 เกมหลังสุด ก็ยิงคู่แข่งไม่ได้ และเกมเมื่อคืนวันจันทร์ พวกเขาต้องรอถึงนาทีที่ 75 ถึงจะมีลูกยิงตรงกรอบให้เห็น
    "เรารู้สึกกังวลอยู่เหมือนกัน" คล็อปป์ ยอมรับ "เรารู้ดีถึงสถานการณ์ เราไม่ได้โง่ และเราต้องแสดงปฏิกิริยาออกมาให้เห็น 100 เปอร์เซนต์"

 

 

 


พูดถึง "ธนาธร" ไปสองวัน เว้นบ้างดีมั้ย? บ่อยไปจะเป็นการ "ให้ราคาขยะสังคม" เกินมูลค่าจริงมากไป!

"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?