"อาร์เตต้า" โล่งอก VARเซฟ"สมิธ โรว์" อัดนิวฯลิ่วช่วงต่อเวลา


เพิ่มเพื่อน    



มิเกล อาร์เตต้า บอสทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล ต้องขอบคุณ VAR หลังจากที่ทีมต่อเวลาเอาชนะ นิวคาสเซิล ได้ 2-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบสาม เมื่อคืนวันเสาร์ ด้วยประตูชัย เอมิล สมิธ-โรว์ ที่รอดใบแดงในช่วงท้ายเกม ก่อนมากดประตุชึ้นนำ พาทีมคว้าชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ
    เอมิล สมิธ-โรว์ ช่วยปลดล็อคให้กับทีม แชมป์เก่า อาร์เซนอล ด้วยการเบิกสกอร์แรกของเกมได้ในนาทีที่ 109 หลังจากที่จบ 90 นาทียังเสมอกัน 0-0 แต่เจ้าบ้านอาจไม่ได้ดีใจกับประตูขึ้นนำ หาก สมิธ-โรว์ โดนไล่ออกไปก่อนใกล้หมดเวลาปกติ โชคยังดีที่ได้ VAR ข่วยไว้ ทำให้ ผู้ตัดสิน คริส คาวานอช ต้องทบทวนการตัดสิน
    มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 โดนใบแดงจากการเข้าเสียบ ชอน ลองสตาฟฟ์ ของ นิวคาสเซิล แต่หลังจาก ผู้ดัดสินไปดูมอนิเตอร์ ที่ข้างสนาม โทษก็ลดเหลือแค่ใบเหลือง ทำให้ ดาวรุ่งปืนใหญ่วัย 20 ยังได้อยู่ในสนามและช่วย อาร์เซนอล ขึ้นนำ ในช่วงต่อเวลลาพิเศษ ก่อนตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบ 4 ต่อไป ด้วยสกอร์ 2-0 โดยได้อีกประตูย้ำชัยชนะ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง ในนาทีที่ 117
    อาร์เตต้า หลังเกม กล่าว "ตอนนั้นผมโกรธมากเพราะจากที่ผมเห็นแอคชั่นนั้นทางทีวี ผมไม่คิดว่าเขาควรต้องโดนไล่ออก แต่ขอบคุณพระเจ้า เกมนี้มี VAR ให้ได้ใช้ และวันนี้ มันก็ทำงานได้อย่างที่มันควรทำ ดังนั้นผมดีใจมากที่มีมันช่วยผู้ตัดสิน"
    มีเพียง 9 สนามจากทั้งหมด 32 คู่ ในสุดสัปดาห์นี้ ที่มี VAR โดยจะมีเฉพาะสนามของทีมพรีเมียร์ลีก
    "เราเชื่อในตัว เอมิล เขากำลังฟอร์มดีในช่วงนี้ เขากำลังโตและเริ่มมีความสำคัญในทีมมากขึ้น"
    "วันนี้เขาแสดงให้เห็นอีกครั้งเมื่อเขาลสนาม เราขอให้เขาเข้าไปเล่นในเขตโทษมากขึ้น สร้างจังหวะอันตรายหน้าประตูคู่แข่งให้มากขึ้น และนัดนี้เขาก็สามารถยิงประตูสำคัญให้เราได้"
    การส่งเขาลงสนาม บวก บูกาโย ซากา กับ กรานิท ซากา ที่ถูกเปลี่ยนตัวตามมาในครึ่งหลัง ช่วยให้ อาร์เซนอล มีเกมที่ดีขึ้นและออกสตาร์ทการป้องกันแชมป์ด้วยชัยชนะ 2-0
     สรุปผลบอล เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อศุกร์-เสาร์ที่ผ่านมา มีดังนี้ แอสตัน วิลล่า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-4, วูล์ฟส ชนะ คิสตัล พาเลซ 1-0, เอฟเวอร์ตัน ชนะ โรเธอร์แฮม 2-1, บอร์แฮ วูด แพ้ มิลล์วอลลล์ 0-2, ลูตัน ทาวน์ ชนะ เรดดิ้ง 1-0, ฟอเรสต์ ชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-0, นอริซ ซิตี้ ชนะ โคเวนทรี 2-0, ชอร์ลีย์ ชนะ ดาร์บี้ 2-0, แบล็คเบิร์น แพ้ ดอนแคสเตอร์ 0-1, แบล็คพูล ชนะจุดโทษ เวสต์ บรอม 3-2 (2-2), วีคอมบี ชนะ เพรสตัน 4-1, คิวพีอาร์ แพ้ ฟูแล่ม 0-2, สตีฟเนจ แพ้ สวอนซี 0-2, เบิร์นลี่ย์ ชนะจุดโทษ เอ็มเค ดอนส์ 4-3 (1-1), บริสตัล โรเวอร์ส แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-3, บอร์นมัธ ชนะ โอลแดม 4-1, สโต๊ค แพ้ เลสเตอร์ 0-4, เอ็กซีเตอร์ ซิตี้ แพ้ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 0-2, อาร์เซนอล ชนะ นิวคาสเซิล 2-0, เบรนท์ฟอร์ด ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1, ฮัดเดอร์ฟิลด์ แพ้ พลีมัธ 2-3, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ วัตฟอร์ด 1-0

 

 


ทอน....ขอจับมือที! นายเจ๋งอะ ที่ตัดสินใจออกมา "ชูธง" นำหน้าเด็ก "ชนเจ้า" แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าตีนต้นล่ะ

กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'