25ม.ค.ยื่นกฐิน ซักฟอก5รมต. เน้นเรื่องไวรัส


เพิ่มเพื่อน    

 ได้ฤกษ์! พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลเป็นรายบุคคล 25 ม.ค.นี้ เปิดโผ 5 รายชื่อเป็นเป้าถูกถล่ม "บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก-อนุทิน-สุชาติ-จุรินทร์" โทษฐานแก้ปัญหาโควิดล้มเหลว  "วันนอร์" คาดอภิปรายได้ตั้งแต่ 17 ไปจนถึง 27 ก.พ.  

     เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดแถลงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล โดยจะทำการยื่นญัตติครั้งนี้ในวันที่ 25 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา คาดว่าหลังการยื่นญัตติประธานสภาฯ จะใช้เวลาตรวจสอบญัตติ ประมาณไม่เกิน 7 วัน หลังจากนั้นประธานสภาฯ จะส่งญัตติไปให้ทางรัฐบาล และรัฐบาลจะได้พิจารณา คาดว่าจะสามารถอภิปรายได้กลางเดือน ก.พ.
    เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การยื่นอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นญัตติด่วนที่มีความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นกลไกหนึ่งของรัฐสภา  ส่วนกรอบเวลาการอภิปรายยังไม่สามารถกำหนดได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลของผู้อภิปราย นอกจากนี้ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ต้องให้สมาชิกทุกคนอภิปรายจนครบและจบทุกญัตติ จึงจะสามารถปิดและลงมติได้ ดังนั้นต้องให้สมาชิกได้พูดอย่างเต็มที่ และรัฐบาลก็มีเวลาชี้แจงอย่างเต็มที่เช่นกัน เพียงแต่ขอให้กรอบเนื้อหาอยู่ในประเด็น
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ คาดว่าจะสามารถอภิปรายได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลและฝ่ายค้านอยากให้ดำเนินการอภิปรายโดยเร็ว เนื่องจากจะได้เอาเวลาไปปฏิบัติภารกิจอื่น แต่หากครั้งนี้สภาจะมาเล่นเกมว่ามีญัตติที่ค้างการพิจารณามา จะนำญัตติการอภิปรายไปไว้ในวาระท้ายไม่ได้ เพราะการอภิปรายถือเป็นญัตติด่วน เมื่อบรรจุแล้วจะต้องเป็นญัตติแรกๆ ที่จะต้องดำเนินการ และญัตติอื่นสามารถสามารถค้างไว้ก่อนได้
    ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า โดยสรุปแล้วเมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติในวันที่ 25 มกราคมแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะบรรจุญัตติเกินสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลและประธานสภาฯ จะยืดเวลาออกไป ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะต้องไม่มีการอภิปรายนอกสภาอีก
    มีรายงานว่า ในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เบื้องต้นการอภิปรายจะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีอื่นอีกรวมประมาณ 5 คน อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์
    โดยรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลหลักๆ ทุกพรรคจะถูกอภิปรายในครั้งนี้ ซึ่งประเด็นที่จะนำไปสู่การอภิปรายจะเป็นเรื่องการบริหารสถานการณ์โควิดที่ล้มเหลว และการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นแต่งานประจำ ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือประชาชนและแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปัจจุบัน รวมถึงมีการทุจริตโครงการต่างๆ อย่างไรก็ดี หลังจากสภามีการเปิดประชุมกันในสัปดาห์หน้า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือร่วมกัน และจะสรุปเนื้อหากันอีกครั้งในวันที่ 24 ม.ค. ก่อนยื่นอภิปรายต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 ม.ค.
    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมสภาในวันที่ 20-22 มกราคมนี้ว่า หลังจากงดการประชุมเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังทรงตัวอยู่ ดังนั้นเมื่อสภาจะกลับมาเปิดการประชุม ก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าเดิม โดยกำหนดทางเข้าสภาไว้เพียง 3 ทางคือ ชั้น 1 ชั้นบี 1 และชั้นบี 2 จากเดิมที่มีทางเข้าหลายทาง ขณะที่การใช้ลิฟต์จะแยกฝ่ายข้าราชการและฝ่ายการเมือง เพื่อลดความแออัด และมีการคัดกรองอุณหภูมิ การสวมหน้ากากตามมาตรการเดิมทุกอย่าง
    แต่ที่พิเศษคือ สำหรับ ส.ส.หรือผู้ติดตาม 1 คนที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 5 จังหวัด หากจะเข้าสภาต้องมีใบ รับรองแพทย์จากพื้นที่ว่าปลอดจากเชื้อโควิดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพราะถือเป็นการคัดกรองส่วนหนึ่ง และเมื่อ ส.ส.กลับจังหวัดก็ไม่ต้องกักตัว ซึ่งทางกรมควบคุมโรคและ ศบค.ยืนยันแล้ว แต่ต้องให้คำรับรองว่า ส.ส.มาประชุมที่สภาจริง และเมื่อกลับไปแล้วต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎระเบียบของ ศบค. คือต้องไม่ไปตามสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งทางสภาก็คงจะออกหนังสือรับรองให้
      คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่มีความพยายามในการปล่อยข่าวโดยผู้ไม่ปรารถนาดีว่า ดิฉันจะไปร่วมตั้งพรรคกับทหาร ขอเรียนยืนยันว่า จากพฤษภาทมิฬ 35 ผ่านมาถึงวันนี้ 29 ปี ตลอดชีวิตทางการเมือง ดิฉันยืนตรงข้ามเผด็จการมาโดยตลอด ดิฉันยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
         "ไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ และไม่มีวันที่จะยอมเป็นบันไดให้เผด็จการเหยียบยืนขึ้นไปเพื่อสืบอำนาจอย่างเด็ดขาด ใครที่ปล่อยข่าวว่าดิฉันจะร่วมมือกับเผด็จการ หันมาร่วมมือกันขับไล่เผด็จการฯ ดีกว่ามั้ยคะ" คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว