สะพัดไม่ปลื้มว่าที่ 7 กกต. สู่ช่องพิเศษเชิญคนนอก


เพิ่มเพื่อน    

     เป็นที่น่าจับตาอีกครั้งสำหรับกรณีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งที่ 2 ว่าจะถูกเทกระจาดอีกหรือไม่ หลังจากเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็น กกต.ทั้งสิ้น 17 คน โดยไร้เงาของ พล.อ.อู้ด เบื้องบน สนช.มาร่วมเป็นประธานเนื่องจากยังติดหล่มกรณีคลิปฉาวคว่ำ กสทช.อยู่

     โดยคณะ กมธ.ชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจคุณสมบัติเชิงลึกของว่าที่ 7 กกต.ที่มาจากการสรรหา  5 คน ที่มี นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์  นักวิชาการสายวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

     ส่วนอีก 2 กกต.ที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ 1.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ 2.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา   และเป็นบุคคลรายเดิมที่ สนช.เคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบรอบที่ผ่านมา 

ทั้งนี้คาดว่า กมธ.จะเสนอผลตรวจสอบต่อที่ประชุมใหญ่ สนช. 12 หรือ 13 กรกฎาคมนี้ เพื่อลงมติ  โดยบุคคลที่ได้รับเลือกต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งคือ 124 เสียงขึ้นไปจากที่ประชุม สนช.

     และเช่นเคยที่รายชื่อว่าที่ 7 กกต.เหล่านี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม เริ่มจากความย้อนแย้งของคณะกรรมการสรรหาเพราะปรากฏรายชื่อบุคคลที่เคยปัดตกรอบแรกมาแล้ว ครั้งนี้กลับเอามาใส่ตะกร้าล้างน้ำชูขึ้นมาใหม่ เช่น นายอิทธิพร บุญประคอง โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในฐานะคณะกรรมการสรรหาให้เหตุผลว่า ตำแหน่งทูตในการสรรหารอบแรกไม่ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะไม่ถือว่าเป็นหัวหน้าส่วนราชการ แต่หลังจากมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้พิจารณาและทบทวน คณะกรรมการสรรหาจึงได้กำหนดให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง โดยเบื้องต้นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งทูตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีสามารถยื่นใบสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาในรอบนี้ได้  

     รวมทั้งกรณี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ซึ่งการสรรหาครั้งแรกคุณสมบัติไม่ผ่านเพราะถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อ แต่ครั้งนี้ได้แก้ไขแล้วจึงสมัครได้ นอกจากนี้บางคนยังมีข้อสงสัยในความสามารถและประสบการณ์ ว่าสุดท้ายจะเข้ามาจัดการเลือกตั้งได้อย่างไรเพราะมีแต่ผลงานทางด้านวิชาการเท่านั้น

     ทั้งนี้จากเสียงสะท้อนดังกล่าวจึงทำให้สมาชิก สนช.หลายวงหลายก๊วนได้ประเมินแนวทางเห็นชอบผู้ที่จะเข้ามาเป็น 7 เสือ กกต.หลายด้าน โดยส่วนมากยอมรับด้วยเงื่อนไข "สเปกเทพ" ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญออกแบบมา ทำให้รายชื่อบุคคลที่เข้ารอบสุดท้ายมีตัวเลือกน้อย รวมทั้งเข็ดขยาดกับชื่อเสียงต้องมาเสียหายหากถูก สนช.คว่ำอีก และที่สำคัญรายชื่อที่เข้ามายังไม่ตอบโจทย์ผู้มีอำนาจทั้งหมด  เพราะมีหน้าที่หลักคือ ผลักดันและประคับประคองให้ คสช.ครองอำนาจหลังเลือกตั้งให้สำเร็จ  

     โดยแนวทางการเลือกของ สนช.ประกอบด้วย ประการแรกเลือก 7 กกต.ทั้งหมด แต่ก็มีโอกาสน้อยเพราะไม่ใช่คนดังและสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจยังไม่ปรากฏ ประการที่สองคว่ำ 5 คนเพื่อเปิดช่องทางพิเศษตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ที่สามารถให้คณะกรรมการสรรหาเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาสมัครเป็น กกต.ได้ นอกเหนือไปจากการยื่นใบสมัครตามปกติ แต่จะไม่แตะสายศาล 2 คน เนื่องจากศาลได้ไปแก้วิธีการลงคะแนนเป็นแบบ เปิดเผย มาแล้ว และเชื่อว่า สนช.-ผู้มีอำนาจ คงไม่กล้าหักหน้าศาล รอบ 2 อีก

     ประการสุดท้ายคือ วิธีรอมชอม โดยในส่วนของการสรรหา 5 คนก็จะเลือกเฉพาะคนที่มีคุณสมบัติครบตามความต้องการ และอาจใช้วิธีการคว่ำบางคน เพื่อเปิดใช้ช่องทางพิเศษตามมาตรา 12 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ด้วยการเชิญบุคคลที่ต้องการเข้ามาเป็น กกต.แทน

     จากเหตุผลดังกล่าวนี้ ฟันธงได้ว่าแนวทางที่จะถูกเลือกสุดท้ายอยู่ที่ คสช.เป็นผู้ให้สัญญาณ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.