อุ้มการ์ด3นิ้วส่อแจ้งเท็จ เร่งดำเนินคดีธงแดงวีโว


เพิ่มเพื่อน    

 

กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันบุก สตช. จี้เอาผิดการ์ดวีโว ปลดธงชาติชักธงแดงขึ้นเสาแทนที่ สภ.คลองหลวง ขณะเจ้าหน้าที่ห้างไอคอนสยาม-ตร.รวบตัว 3 นิ้วชูป้ายประท้วงปมวัคซีน การ์ดราษฎรงานเข้า! ตร.ไล่เช็กวงจรปิด-พยานแวดล้อมไม่มีวี่แววโดนอุ้ม จ่อเอาผิดแจ้งความเท็จ
     เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือเต้  กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและทุกภาคส่วน พร้อมมวลชนเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนดำเนินคดีกลุ่มการ์ดวีโว (wevo) ที่กระทำความผิดโดยการปลดธงชาติลงแล้วชักธงแดงเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ขึ้นแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเหยียบย่ำหัวใจคนไทยที่รักชาติ
    ก่อนเข้ายื่นหนังสือได้อ่านแถลงการณ์ว่า "กรณีเมื่อวันที่  15 มกราคม 2564 กลุ่มผู้ชุมนุม (การ์ดวีโว) ได้ร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากเสาและนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธงมีข้อความ 'ม.112'  ขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงชาติ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าการกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันมีความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    และยังมีการฉีดสเปรย์บนสถานที่ราชการและชูป้ายผ้ามีข้อความเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ พนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ จึงขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว"
    จากนั้นนายอัครวุธพร้อมตัวแทนได้เข้ายื่นหนังสือ โดยมี  พ.ต.อ.ถาวร มีขำ รองผู้บังคับการกองทะเบียนพล เป็นตัวแทนรับเรื่อง ทั้งนี้นายอัครวุธเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การกระทำของกลุ่มการ์ดวีโวเหมือนพยายามสร้างสถานการณ์ให้เป็นไอดอล เป็นที่สนใจของสังคม เพราะจะไปทุกสถานี และพยายามจะกระทำอีก ยืนยันว่าหากเป็นการออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล ตนไม่เคยคัดค้านหรือกดดัน แต่การมาทำกับธงชาติไทย พวกตนรับไม่ได้ และพร้อมเคลื่อนไหวและตามไปกดดันทุกที่เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย แต่จะไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะแน่นอน
    โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแก่นายภาณุพงศ์  จาดนอก หรือไมค์ ข้อหามาตรา 112 กรณีติดแผ่นป้ายที่หน้าช่างกลปทุมวัน (400 โครงการ 70 ปี ด้อยพัฒนา) ซึ่งจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เร็วๆ นี้ และเตรียมแจ้งความกลับไมค์ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยกรณีเหตุที่ สน.พหลโยธิน
    เวลา 14.30 น. วันเดียวกันนี้ กลุ่มราษฎรเปิดเผยผ่านแฟนเพจ "ราษฎร" ว่า "นางสาวเบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดนรวบขณะชูป้ายเรื่อง  #วัคซีนพระราชทาน ณ ห้างสรรพสินค้า ICONSIAM เบนจาเป็นหนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เธอโดนคดี 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมันตรวจสอบในหลวงวชิราลงกรณ์
    เจ้าหน้าที่ห้างได้เข้าล้อมเบนจาและควบคุมตัวไว้มิให้ออกจากห้าง ในขณะที่เพื่อนของเบนจาได้ไลฟ์เหตุการณ์ทั้งหมดลงเฟซบุ๊ก ระหว่างการไลฟ์เจ้าหน้าที่ได้ให้หยุดไลฟ์และพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตบหน้าเบนจาและอาศัยจังหวะชุลมุนแย่งโทรศัพท์มือถือไปและปิดไลฟ์   และควบคุมตัวเบนจากับเพื่อนไปยังสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน"
    ต่อมามีแถลงการณ์ของไอคอนสยามระบุว่า "สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีผู้มาแสดงออกทางสัญลักษณ์ จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งจากการยื้อแย่งระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้แสดงสัญลักษณ์ ไอคอนสยามรับทราบเรื่องและขอแสดงความเสียใจ และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง ทันทีที่รับทราบเรื่อง ศูนย์ฯ ได้เร่งสอบสวน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น หากพบว่าพนักงานกระทำผิดจริง จะดำเนินการลงโทษด้านวินัยร้ายแรงกับพนักงานคนดังกล่าวตามระเบียบของศูนย์ฯ
     ไอคอนสยาม ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของศูนย์การค้าตลอดเวลาที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ของศูนย์การค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งดเว้นการจัดกิจกรรมหรือการเรียกร้องหรือการแสดงออกทางการเมืองทุกรูปแบบ รวมถึงการกระทำที่ไม่เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ภายในอาคารและทั่วพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์การค้า ไอคอนสยามขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือห้ามทำกิจกรรมหรือการแสดงออกใดๆ ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมในพื้นที่ของศูนย์การค้า  รวมถึงการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะพึงมีโดยชอบธรรม ไอคอนสยามขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและให้ความร่วมมือที่ดียิ่งตลอดมา"
    ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.1732/2563  ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว กรรมการโฆษกกลุ่มไทยภักดี เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
    ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนี้ โจทก์นำสืบว่าจำเลยโพสต์ข้อความใส่ความโจทก์ให้เสียหายต่อบุคคลที่สาม ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น คดีจึงมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยนัดพร้อมและสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมทีมทนายความเดินทางมายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้ถอนฟ้องคดีที่นายจาตุรนต์ถูกฟ้องในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว จากกรณีแถลงข่าวคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557
     นายจาตุรนต์กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากการที่ตนไม่ได้ไปรายงานตัวต่อ คสช.และไปแถลงข่าว นำไปสู่การตั้งข้อหา ทั้งหมดเป็นลักษณะคดีกลั่นแกล้งปิดปากผู้เห็นต่าง ไม่ให้ความเป็นธรรม และทำให้เดือดร้อนอย่างมากตลอดกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ดูจากพยานหลักฐานแล้วไม่อาจตั้งได้ ในที่สุดศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้อง ด้วยเหตุผลเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล
    วันเดียวกัน มีความคืบหน้าจากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ  ก่อนปล่อยตัวที่บริเวณปากซอยเทศบาลบางปู 49 การเคหะสมุทรปราการ โดยหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
    โดยมีรายงานว่า พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชุมพล  พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ  (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) ระดมทีมสืบสวนทั้งในส่วนของ  สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมทั้ง กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ  และ บก.สส.ภ.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อมจุดที่ผู้เสียหายอ้างถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพลได้เน้นย้ำให้ชุดทำงานลงพื้นที่แสวงหาหลักฐานทั้งในส่วนของภาพวงจรปิด พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ  รวมทั้งพยานแวดล้อมโดยรอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ  รวมถึงการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่าผู้เสียหายถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มไปจริงหรือไม่ เป็นเหตุการณ์จริงหรือต้องการสร้างกระแสทางการเมืองโจมตีดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่อย่างไร และพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย    
    ล่าสุด ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองสมุทรปราการ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และ บก.สส.ภ.1 ได้นำพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ได้จากที่เหตุเกิดตามคำกล่าวอ้าง รวมทั้งคำให้การจากพยานแวดล้อม ประจักษ์พยานที่เชื่อได้ว่า ในวันเวลาดังกล่าวนายมงคลยังเดินอยู่ในละแวกบ้าน ไม่พบรถยนต์หรือชายฉกรรจ์มาดักรอตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง ว่าออกจากร้านเซเว่นฯ แล้วถูกอุ้มไปทันที ทำให้อนุมานได้ว่าไม่ได้เกิดเหตุอุ้มจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง และได้รายงานให้  ผบช.ภ.1 ทราบเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนจากนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดแจ้งความเท็จ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังนายมงคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง  ทราบว่าจะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อไป.