โควิดยังทุบท่องเที่ยวระทม!


เพิ่มเพื่อน    

  เรียกว่ายัง “สาหัส” ต่อเนื่องสำหรับสถานการณ์ของ “ภาคการท่องเที่ยว” ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 มาตั้งแต่ต้นปี 2563 ยาวนานจนถึงปัจจุบัน และมีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจจะยังเห็นภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบต่อไปอีกระยะ โดยเฉพาะผลกระทบจากการไม่มี หรือมีในระดับที่จำกัดสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยเหตุผลของการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

            โดยก่อนหน้านี้ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” ได้เคยออกมาปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ลงด้วยปัจจัยสำคัญหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 5.5 ล้านคน จากคาดการณ์เดิมที่ 9 ล้านคน ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ รวมถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมทั้งประเมินว่าในไตรมาส 2/2564 ประชากรหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศสำคัญมากกว่า 30% จะเข้าถึงวัคซีน และในไตรมาส 3/2564 ประเทศที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะเข้าถึงวัคซีนได้เกินกว่า 30%

            ในส่วนของประเทศไทยเอง คาดการณ์ว่าประชากรจะสามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ประมาณ 20% ภายในสิ้นปีนี้ โดยปัจจัยดังกล่าวจะค่อยๆ ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวในปี 2565 ทำให้คาดว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยและเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น

            ทั้งนี้ เมื่อตลาด “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ซึ่งเคยเป็นรายได้หลักของประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างสุดแรง การหันมากระตุ้นการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวในประเทศจึงกลายเป็น “ทางออก” สำคัญ ทำให้ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง ที่เห็นชัดๆ คือ “โครงการเราเที่ยวด้วยกัน” แม้แรกๆ เหมือนจะดูไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่เมื่อพิจารณาอย่างต่อเนื่องก็ต้องยอมรับว่า โครงการดังกล่าวช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาได้พอสมควร!

            ขณะที่ “ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย” ได้ประเมินว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่จะทำให้ภาครัฐต้องใช้มาตรการควบคุมที่เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้โรงแรมหลายแห่งประสบปัญหาอัตราการเข้าพักต่ำกว่า 10% ในเดือน ม.ค.นี้

            ซึ่งหากมาตรการควบคุมการระบาดยังคงมีความเข้มข้นในระดับปัจจุบันต่อไปจนถึงเดือน ก.พ.2564 คาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวอย่างแรงในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ก่อนจะค่อยๆ ทยอยฟื้นตัวขึ้นหลังรัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการ และจำนวนนักท่องเที่ยวจะค่อยๆ กลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีการระบาดรุนแรงในเดือน พ.ค.2564 โดยปัจจัยต่างๆ จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศในปี 2564 ลดลงมาอยู่ที่ 109.6 ล้านคน จากคาดการณ์เดิมที่ 131.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว 1.1 แสนล้านบาท

            แต่หากมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมในระดับเข้มข้นนานถึง 3 เดือน จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าเดิม นักท่องเที่ยวในประเทศจะเหลือเพียง 100.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียต่อการท่องเที่ยวกว่า 1.5 แสนล้านบาท

            ขณะที่ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้ประเมินสถานการณ์และทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยตลอดทั้งปีนี้ว่า น่าจะมีจำนวนอยู่ที่ 90 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.3% จากปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศจะมีมูลค่าราว 5 แสนล้านบาท แม้ว่าจะควบคุมการระบาดระลอกใหม่ได้ แต่ความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มจนส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังมีอยู่ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการใช้วัคซีนที่น่าจะเป็นไปได้ตามแผน แต่เนื่องจากสถานการณ์การระบาดในหลายประเทศทั่วโลกยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลอดทั้งปีนี้ ความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อในประเทศยังมีอยู่

            โดยหากเกิดการระบาดระลอกใหม่ หรือพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่ม อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยในบางช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ แต่ระดับการระบาดอาจจะไม่รุนแรงจนทำให้รัฐบาลต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเหมือนช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศน่าจะกลับมาเติบโตได้เล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา.

ครองขวัญ รอดหมวน


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'