ศธ.จับมือ กกต.ผลักดัน ความรู้ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ


เพิ่มเพื่อน    

 

21ม.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมการประสานงานระดับส่วนราชการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ร่วมกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาฯ กกต.) ว่า ในที่ประชุมสำนักงาน กกต. ได้นำเสนอแนวทางการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สู่การผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ผ่านศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ กศน. จัดตั้ง ศส.ปชต. เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมวิถีชีวิตประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง จำนวน 7,517 แห่งทั่วประเทศ และยังมีเครือข่ายองค์กรต่าง ๆ มาร่วมดำเนินกิจกรรม เช่น ลูกเสืออาสา กกต. รด.จิตอาสา ดีเจประชาธิปไตย หมู่บ้านรณรงค์ไม่ขายเสียง เป็นต้น สำหรับการสร้างความรู้ความเข้าใจในสถานศึกษา มีการจัดหลักสูตร 4 ช่วงชั้น (ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา) จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอน และหลักสูตรวิชาบังคับของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ต้องการร่วมมือกับ ศธ.เพื่อจัดหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงบรรจุในวิชาลูกเสือ และสนับสนุนการพัฒนาความรู้ด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างถูกต้องให้แก่สภานักเรียน

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานทั้งหมดอยู่ ทั้งด้านเนื้อหาและรูปแบบวิธีการ ดังนั้นสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) และ สพฐ.จะร่วมกันปรับหลักสูตรให้เหมาะสมตามที่สำนักงาน กกต.นำเสนอ พร้อมทั้งขอผู้แทนจากสำนักงาน กกต. มาร่วมกันหาช่องทางที่ดีที่สุดในการถ่ายทอดเนื้อหาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพเด็ก อันมีผลต่อการดำรงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม สำหรับเนื้อหาที่ต้องการให้บรรจุในวิชาลูกเสือนั้น ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติขึ้นแล้ว และจะนำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป ส่วนการสนับสนุนการพัฒนาความรู้ให้แก่สภานักเรียน ที่ทางสำนักงาน กกต.กำลังดำเนินการอยู่นั้น ศธ.ไม่มีข้อขัดข้อง พร้อมแนะนำให้จัดกิจกรรมโดยไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของครูและนักเรียน

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.