จี้สอบ‘อมรัตน์’ป้องคดี112 หมายจับ‘เยล’กุข่าวโดนอุ้ม


เพิ่มเพื่อน    

 

เครือข่ายภาคีปกป้องสถาบันฯ ร้องประธานสภาฯ ตรวจสอบพฤติกรรม “อมรัตน์-ก้าวไกล” ชี้เดินสายประกันผู้ต้องหาทำผิดตาม ม.112 แสดงออกผ่านโซเชียลฯ ฉวัดเฉวียนหมิ่นสถาบันฯ จ่อล่าชื่อถอดถอนตำแหน่ง พ่อ "เยล" แฉเองลูกหนีทหารซุกม็อบ 3 นิ้ว กุเรื่องโดนอุ้มเรียกความสนใจ อย่ามโนเป็นสายลับหาข่าว "ทีมการ์ดราษฎร" เท "เยล" ทิ้งปล่อยเป็นหน้าที่ตำรวจจัดการ ศาลทหารอนุมัติหมายจับแล้วข้อหาแจ้งความเท็จ

    ที่รัฐสภา วันที่ 21 มกราคม น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคีประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และแอดมินเพจเชียร์ลุง และนายฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคีฯ พร้อมพวก เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือ
    โดย น.ส.วริษนันท์กล่าวว่า เรากังวลใจกับพฤติกรรมการแสดงออกของ น.ส.อมรัตน์ รวมถึงการแสดงออกในโซเชียลมีเดีย ที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนที่ไม่สบายใจกับการใช้ตำแหน่ง ส.ส.เดินสายประกันตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงขอให้ประธานสภาฯ ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมและตรวจสอบว่าวงเงินประกันนั้นเกินวงเงินหรือไม่ รวมทั้งยังมีพฤติกรรมการใช้โซเชียลฯ แสดงออกแบบฉวัดเฉวียน และมีความพยายามหมิ่นสถาบันฯ ทั้งนี้ มาตรา 112 มีความจำเป็นกับสังคมไทย เพราะยังมีเยาวชนและคนกลุ่มหนึ่งกำลังสับสนกับข้อมูลที่ได้รับมาอย่างบิดเบือนจากคนไม่หวังดีจนเชื่อไปแบบนั้น และยังมี ส.ส.คอยให้ท้ายด้วยการแสดงออกทางพฤติกรรม รวมทั้งไปประกันตัว หากไม่หยุดพฤติกรรมแบบนี้ เราจะลงชื่อเพื่อดำเนินการถอดถอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายฯ ได้จับตาผู้กระทำผิดมาตรา 112 พร้อมส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
    ด้านนายฐิติวัฒน์กล่าวว่า ในหลวง ร. 9 และในหลวง ร.10 ทรงทำคุณูปการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากมาย ทั้งสองพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมาย จึงอยากให้เยาวชนได้ศึกษาข้อมูล ซึ่งสามารถค้นหาดูได้ในโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามความถนัด และขอให้มีความรักต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีความรักต่อสถาบันฯ
    จากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือ "เยล" การ์ดม็อบราษฎร อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อุ้มไปจากที่พักย่านสมุทรปราการ จนเป็นที่มาของการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าในช่วงเวลาที่หายไปนั้นที่แท้จริงแล้วนายมงคลไม่ได้ถูกอุ้ม แต่ยังคงเก็บตัวอยู่ในที่พักบริเวณถนนแพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ และอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการออกหมายเรียกมาสอบสวนนั้น
    ล่าสุด นายสิริพงศ์ สันติเมธากุล บิดาของนายมงคล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า นายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล อายุ 24 ปี เป็นลูกชายของตนเอง ซึ่งขาดการติดต่อไปนานกว่า 1 ปีแล้ว โดยลูกชายของตนสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดศูนย์การทหารราบ และหนีราชการไปเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ทั้งๆ ที่จะได้ปลดประจำการในเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากลูกชายไปติดพันผู้หญิง แต่ก็เลิกกัน ทำให้ชีวิตลอยเคว้งคว้าง จนกระทั่งไปร่วมชุมนุมกับม็อบปลดแอกตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 และเป็นการ์ดอยู่ในม็อบเรื่อยมา ซึ่งเขาไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลย ตนเลี้ยงลูกมาตั้งเด็กๆ รู้จักนิสัยใจคอเป็นอย่างดีว่าเป็นคนอย่างไร บอกตามตรง เขาชอบสร้างภาพ สร้างประเด็นเพื่อเรียกร้องความสนใจอยู่บ่อยๆ นิสัยเป็นแบบนี้มานานแล้ว
    "ผมมั่นใจว่าเยลโกหกเรื่องโดนเจ้าหน้าที่อุ้มเพื่อเรียกร้องความสนใจ ส่วนที่บอกกันว่าเยลหนีทหารเพื่อเข้ามาเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าวในม็อบนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน อย่าคิดเกินจริงหรือมโนกันไปเอง" นายสิริพงศ์กล่าว
        ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก "ทีมการ์ดราษฎร" โพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีของ "เยล" อ้างถูกอุ้มว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์ทราบความจริงกันต่อไป ทางเราเองก็อยากทราบข้อเท็จจริงเช่นกัน สุดท้ายหากมีหลักฐานปรากฏชัดว่านายเยลกุเรื่องขึ้นมาเอง ไม่ได้มีการถูกอุ้มไปอย่างที่ให้ข่าว เขาก็จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาทำ และคงต้องหาแรงจูงใจต่อไปว่าจุดประสงค์คืออะไร แต่หากไม่ใช่ดังภาพที่ปรากฏในข่าว ก็คงต้องรอทางนายเยลมาแถลงด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง จะเท็จจริงอย่างไรขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลักฐาน ในส่วนของเรานั้นเราทำดีที่สุดแล้วในภาวะคับขันที่มีผลกับชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง
    บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังจากให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวนายมงคลหรือเยลให้มารับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ แล้วปรากฏว่านายมงคลได้หลบหนีไปก่อนและปิดโทรศัพท์จนไม่สามารถติดต่อได้ จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานเข้าขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการตรวจสอบประวัตินายมงคลแล้วพบว่าอยู่ระหว่างการหนีทหาร จึงต้องเข้าขออนุมัติหมายจับจากศาลทหาร ซึ่งในวันนี้ทางศาลทหารกรุงเทพมหานครได้อนุมัติหมายจับออกมาแล้ว และได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนทุกภาคส่วนเร่งติดตามจับกุมตัวนายมงคล ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหารกรุงเทพมหานคร ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวนายมงคล ซึ่งตำรวจแจ้งได้เพียงข้อหาแจ้งความเท็จเท่านั้น ส่วนในเรื่องการหนีทหารก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการไป
     ด้าน น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (Democracy Restoration Group - DRG) และกลุ่มคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพิ่งได้รับหมายเรียกในข้อหา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้ไปรับทราบข้อหาที่ปอท. ในวันที่ 25 มกราคม เวลาบ่ายสอง ยังไม่ทราบว่ามาจากโพสต์ไหน แต่ตอนนี้เราคิดไว้แล้วว่าจะเชิญใครมาเป็นพยานบ้างเพื่อถามว่ารู้สึกถูกดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายจริงไหมคะ.
   


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'