เกณฑ์แต่งตั้ง ตร.ใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 

         เริ่มคึกคักจนอดใจรอแทบไม่ไหว อยากจะเห็น พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ออกมาใช้บังคับเป็นแนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างจริงๆ จังๆ หลังเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม.เพิ่งมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอรัฐสภาดำเนินการตามลำดับต่อไป

            จะสมราคาคุยที่บอกว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ทำเพื่อให้ "ตำรวจ" ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง สกัดการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมนั้นทำได้จริงหรือไม่???

            โดยในร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. …. เรื่องที่ 3 การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ

            "ข้อ 3.3 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายว่าการจะแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดจะต้องเป็นข้าราชการตำรวจยศใด และเคยดำรงตำแหน่งใดมาแล้วจำนวนกี่ปี และในการแต่งตั้งจะต้องคำนึงถึงความอาวุโสในการดำรงตำแหน่ง ความรู้ความสามารถที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน และความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาและทำให้ข้าราชการตำรวจสามารถมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน"

            หากอ่านทุกถ้อยกระทงความที่เขียนเอาไว้ทุกอย่างดูสวยหรู ดูมีหลัก ดูมีเกณฑ์ ดูมีความเป็นธรรมแบบเท่าเทียมกันทุกคน

            แต่ในความเป็นจริงแบบที่ผ่านๆ มา พอเจอ "ตำรวจ" ประเภทเหยียบก้อนเมฆไร้ร่องรอย จำนวนปีที่ครองตำแหน่ง หรือลำดับอาวุโส รวมทั้งความรู้ความสามารถ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ จอมยุทธ์สีกากีเหล่านี้ก็เหาะเหินเดินอากาศฝ่าหลักเกณฑ์ ข้ามหัว ข้ามอาวุโส ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยช่องทางพิเศษ

            "ยกเว้นหลักเกณฑ์"!!!

            จนเหล่า "สีกากี" ไร้เส้นไร้สายต่างถอนหายใจ.....เฮ้อ แล้วก็ต้องก้มหน้าทำงานกันต่อไป

            แว่วๆ ว่าตอนนี้แม้ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ยังรอผ่านขั้นตอนต่างๆ ก็มีการร่างหลักเกณฑ์การแต่งตั้งใหม่เอาไว้ให้สอดรับ พ.ร.บ.ตำรวจฉบับนี้ ทั้งแบบยึดสูตรเดิมของปี 2561 บ้าง ขยับปีขึ้นบ้าง และบางระดับก็ลดปีการครองตำแหน่ง

            รอง สว. เลื่อนเป็น สว. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 7 ปี เท่ากับเกณฑ์ปี 2561

            สว. เลื่อนเป็น รอง ผกก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 5 ปี ลดลงจากปี 2561 ที่กำหนดไว้ 6 ปี

            รอง ผกก. เลื่อนเป็น ผกก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 4 ปี เท่ากับเกณฑ์ปี 2561

            ผกก. เลื่อนเป็น รอง ผบก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 4 ปี ลดลงจากปี 2561 ที่กำหนดไว้ 5 ปี

            รอง ผบก. เลื่อนเป็น ผบก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 4 ปี ลดลงจากปี 2561 ที่กำหนดไว้ 5 ปี

            ผบก. เลื่อนเป็น รอง ผบช. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 3 ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่กำหนดไว้ 2 ปี

            รอง ผบช. เลื่อนเป็น ผบช. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 2 ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่กำหนดไว้ 1 ปี

            ผบช. เลื่อนเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 1 ปี เท่ากับเกณฑ์ปี 2561

            ผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 1 ปี เท่ากับเกณฑ์ปี 2561

            หากสูตรนี้ออกมาใช้ในการแต่งตั้งจริงๆ ใน พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ ก็เท่ากับสูตรส่วนใหญ่เป็นการย้อนกลับไปใช้สูตรเดิมเมื่อปี 2549 ก่อนที่ชุดตระกูล "จอก" จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง เข้ามาชักบันได

            จนปั่นป่วน!!!.


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'